‘

‘กรณ์’ ชี้ภาษีทรัมป์ 10% คือส้มหล่นส่งออกระยะสั้น เตือน ระวัง 3 จุดตายเศรษฐกิจในประเทศ “กำลังซื้อ-วิกฤตสินเชื่อ-NPL” พร้อมจับตาความขัดแย้งอิหร่าน ตัวแปรทำลายเสถียรภาพโลก

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาโพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ผ่าแผน ‘ทรัมป์’ ใช้ช่องกฎหมาย 150 วันจากการที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ วินิจฉัยตีตกมาตรการภาษีชุดเดิม โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โต้กลับด้วยการประกาศใช้ มาตรา 122 ภายใต้กฎหมาย Trade Act 1974 เรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% จากทุกประเทศทั่วโลก นั้น โดยมีความเห็นว่า

1.เป็นมาตรการชั่วคราวตามกฎหมายมีอำนาจบังคับใช้เพียง 150 วัน

2.เกมการเมืองแม้กฎหมายเพดานสูงสุดคือ 15% แต่ทรัมป์เลือกเก็บ 10% สะท้อนถึงการ “รักษาหน้า” มากกว่าเจตนาเก็บจริงจัง

3.ความยากในการต่ออายุหากจะขยายเวลาเกิน 150 วัน ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งมีความท้าทายสูงทั้งในแง่การเมืองและการตีความข้อกฎหมาย

นอกจากนั้น ยังเห็นว่าข่าวดีส่งออกไทย ‘ได้อานิสงส์’ ภาษีลดฮวบในเชิงเปรียบเทียบ ประเทศไทยถือว่าได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้ เนื่องจากการเจรจาเดิมไทยเคยถูกวางเป้าไว้ที่อัตราภาษีถึง 19% การปรับลดลงมาเหลือ 10% เท่ากับประเทศอื่นๆ ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยดีขึ้นทันที สินค้าไทยที่ได้รับยกเว้น ทรัมป์ระบุข้อยกเว้นในกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตเองได้ หรือเป็นวัตถุดิบจำเป็น ได้แก่ อาหาร อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท  รถกระบะบางชนิด

พร้อมกันนั้นยังขอเตือน ‘ไส้ใน’ เศรษฐกิจไทยยังน่าห่วงแม้ปัจจัยภายนอก (ส่งออก) จะมีทิศทางบวก แต่คุณกรณ์เน้นย้ำว่าเครื่องยนต์หลักของไทยยังติดขัดใน 3 จุดสำคัญ

1.กำลังซื้อภายในประเทศอ่อนแอ ประชาชนไม่มีกำลังจับจ่าย

2.วิกฤตสินเชื่อ สถิติการปล่อยสินเชื่ออยู่ในระดับต่ำมาก

3.ความเสี่ยงหนี้เสีย (NPL) ทั้งในส่วนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่เป็นระเบิดเวลาสำคัญ

ที่สำคัญคือปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ‘อิหร่าน’ภาคการค้าโลกยังวางใจไม่ได้ เพราะอาจเกิดกรณีที่ทรัมป์พยายามกู้หน้าผ่านนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งกับ อิหร่าน กรณีดี คือ จบลงด้วยการเจรจาและข้อตกลงทางการค้า/การทูต

กรณีที่แย่ คือ การใช้กำลังทหาร ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อต้นทุนพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

การเปลี่ยนผ่านนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ครั้งนี้อาจเป็น “ลมช่วยพัด” ให้การส่งออกไทยในระยะสั้น แต่หัวใจสำคัญคือรัฐบาลไทยจะแก้โจทย์ “กำลังซื้อในประเทศ” ที่ซบเซาได้อย่างไรภายใต้สภาวะหนี้ท่วม

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/40465&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2COyG9hQQntwWCWO5m5Qyp