5โจทย์นโยบายศก.มหภาคปี69

5โจทย์นโยบายศก.มหภาคปี69

การบริหารนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไปจึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและบูรณาการ ทั้งในมิติของนโยบายการคลัง การเงิน และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว อันจะนำไปสู่การขยายตัวที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืนในอนาคต

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ระบุถึง ‘การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในปี 2569’ ที่ควรให้ความสำคัญกับ 1.การรักษาบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยให้ความสำคัญกับ
การเร่งรัดกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 ให้สามารถเบิกจ่ายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้โดยเร็ว เพื่อรักษาพลวัตการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะในด้านการลงทุนที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 4/2568 ควบคู่ไปกับการดำเนินการที่สำคัญๆ ที่มีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้ง การรักษาวินัยทางการคลัง โดยการดำเนินการตามกรอบแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อลดแรงกดดันจากภาระหนี้สาธารณะ และลดความเสี่ยงต่อการปรับอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ
2.การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะโครงการลงทุนที่ได้รับการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนไปแล้วในช่วงก่อนหน้าให้เกิดการลงทุนจริง โดยให้ความสำคัญกับการเร่งดำเนินการระบบ Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวกและเร่งรัดการดำเนินโครงการ, การปรับปรุงระบบการขออนุญาตแบบรวมศูนย์ผ่านช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์ม,
การยกระดับความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการลงทุนภาคเอกชน, การปรับแนวทางการให้สิทธิประโยชน์จากมูลค่าเงินลงทุนไปสู่
การให้สิทธิประโยชน์ตามผลลัพธ์ที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Local value added), การส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบของกิจการร่วมทุน (Joint venture)

3.การขับเคลื่อนภาคการส่งออก โดยให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและตลาดใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐ, การลดผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ, การลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ, การส่งเสริมการใช้สินค้าและวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางในประเทศ และการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการสำคัญของประเทศคู่ค้าที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2569-2570 รวมถึงการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน

4.การเร่งรัดการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงผ่านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและมีกำลังซื้อสูง, ยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว, การปราบปรามอาชญากรรมและเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายข้ามชาติที่แฝงตัวกับการท่องเที่ยว, การดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ และการเร่งแก้ปัญหาความแออัดในการเดินทางและส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง

5.การแก้ไขปัญหาด้านการเข้าถึงสินเชื่อของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน โดยให้ความสำคัญแก่การลดแรงกดดันจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในครัวเรือน, การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ แต่ประสบปัญหาด้านการเข้าถึงสภาพคล่อง และได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากมาตรการกีดกันทางการค้า, การเร่งดำเนินการตามแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะต่อไป รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ทางการเงิน โดยเฉพาะทัศนคติในการวางแผนการใช้จ่ายเพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัว!.

ครองขวัญ รอดหมวน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/949760/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mc5_wb1cKtNNdBpNLRv37