“ไทยช่วยไทยพลัส” ความหวังลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนในยุคเศรษฐกิจซบเซา และวิกฤตพลังงานกดดันค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

“ไทยช่วยไทยพลัส”-ความหวังลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนในยุคเศรษฐกิจซบเซา-และวิกฤตพลังงานกดดันค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” กลายเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ประชาชนจำนวนมากเฝ้ารอ หวังช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ สร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในระยะสั้นที่หลายภาคส่วนกำลังเผชิญความยากลำบาก

โดยบรรยากาศในพื้นที่ตัวเมือง และอำเภอรอบนอกของจังหวัดเชียงใหม่ ร้านค้าได้มีการนำเอาป้ายไทยช่วยไทยพลัส มาติดบริเวณหน้าร้านเพื่อบอกให้กับลูกค้าที่มาซื้อหรือใช้บริการทราบว่าร้านของตนเข้าร่วมโครงการ หวังที่จะดึงดูดลูกค้าทางหน้าใหม่และลูกค้าประจำเข้ามาใช้บริการเพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo01.jpg

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo02.jpg

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo03.jpg

ผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กรายหนึ่ง กล่าวถึงโครงการว่า ถือเป็นนโยบายที่ดีสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งที่ผ่านมาทางร้านก็เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาโดยตลอด ตอนนี้ก็คาดหวังให้โครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขาย และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจระยะสั้น

“เหมือนเป็นการต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการที่ยังเผชิญกับความท้าทายจากกำลังซื้อที่ลดลงของลูกค้าและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหลังจากโครงการเริ่มขึ้น ก็เห็นถึงผลดี ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าหน้าใหม่ที่มาใช้บริการ ถือว่าเป็นโอกาสที่จะหาฐานลูกค้าใหม่แม้ว่าในอนาคตโครงการจะจบลงก็จะมีลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำเพราะติดใจในรสชาติของทางร้าน”

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo V01.jpg

ด้าน ปฏิญญา ศรีสุภมาตุ ชาวเชียงใหม่ กล่าวว่า “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” สามารถช่วยเพิ่มกำลังซื้อและลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในระดับชุมชนได้ ส่วนตัวก็ได้เริ่มใช้แล้วส่วนหนึ่งทั้งการซื้ออาหารและของใช้จำเป็นในครัวเรือน

สำหรับโครงการในครั้งนี้ในการลงทะเบียนรับสิทธิ์ถือว่าดีกว่าครั้งที่ผ่านมา ทั้งความง่ายและระบบที่มีการพัฒนาให้ไหลลื่นไม่ล่ม ส่วนครั้งนี้ที่รัฐออกให้ 60 ประชาชนออกอีก 40 ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีไม่ได้มีอุปสรรคในการคำนวณค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้ง

“และการที่รัฐให้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน ส่วนตัวมองว่าก็เป็นจำนวนที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป การแบ่งออกเป็นระยะก็เป็นการเพิ่มทักษะในการบริหารจัดการรายรับรายจ่ายได้ด้วย เพราะการใช้เงินในปัจจุบันนี้ต้องคิดมากยิ่งขึ้น จากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลงในเร็ววัน” ปฏิญญา กล่าว

.jpg-9.jpg

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo05.jpg

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo06.jpg

ขณะที่ ผศ.ดร.พบกานต์ อาวัชนาการ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง วิเคราะห์ว่า

แม้โครงการดังกล่าวอาจไม่ใช่คำตอบในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระยะสั้นได้ คาดว่าประชาชนน่าจะมีความพึงพอใจกับโครงการดังกล่าวถ้าดูจากยอดที่กดรับสิทธิ์และการใช้จ่ายในตลาดหรือร้านค้าที่มีมีการตื่นตัวทั้งประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ส่วนอัตราส่วนที่รัฐให้มา 50:50 หรือ 60:40 แบบไหนจะดีกว่ากันนั้น หลังจากจบโครงการต้องมีการวิเคราะห์ว่าเงินที่ประชาชนใช้เงินและเงินที่หมุนเวียนในระบบรูปแบบไหนจะดีกว่ากัน เพื่อในอนาคตจะมีการนำโครงการในลักษณะนี้กลับมาอีกครั้ง

“หลังจากนี้ก็ต้องมีโครงการอื่นๆ ตามมาด้วย เช่น ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีสภาพคล่องในการไปทำธุรกิจต่อเพราะเศรษฐกิจยังไม่ดี ดังนั้นต้องออกแบบนโยบายที่ให้สินเชื่อที่ดอกเบี้ยอยู่ในอัตราที่ต่ำกับผู้ประกอบการรายย่อยที่คุณภาพดีมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ควรมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ และจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามา รวมถึงรัฐบาลต้องมองไปถึงการสร้างงานสร้างอาชีพให้ประชาชนด้วยเพื่อที่จะมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น เพราะค่าครองชีพและราคาสินค้าน่าจะมีแนวโน้มที่จะขยับขึ้นอีก”

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo V02.jpg

ผศ.ดร.พบกานต์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามโครงการไทยช่วยไทยพลัสก็จะมาช่วยบรรเทาในระยะสั้น แต่หลังจากจบโครงการประชาชนต้องเตรียมรับมือวางแผนการเงินให้ดี ส่วนการปรับปรุงในอนาคตที่ภาครัฐควรจะให้ความสำคัญก็คือ ประชาชนกลุ่มใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมหรือเตรียมตัวไม่ทัน อย่างประชาชนในพื้นที่ชนบทที่จะเห็นภาพไปยืนรอที่หน้าธนาคารจำนวนมาก

“ดังนั้นการสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายของภาครัฐ และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงนโยบายได้ง่ายขึ้นเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นโครงการใดก็ตาม เพราะมันจะเกี่ยวโยงกับความน่าเชื่อถือในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลด้วย รวมถึงการเพิ่มทักษะทางด้านดิจิทัลให้กับประชาชน นอกจากจะเป็นการเข้าถึงนโยบายได้แล้ว ยังเป็นช่องทางที่จะให้ประชาชนหารายได้หรือโอกาสในการศึกษาหาความรู้ได้ด้วย”

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo07.jpg

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo08.jpg

ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ร้านค้าในเชียงใหม่กว่า 69% ทำธุรกิจแบบบุคคลธรรมดา ดังนั้นการที่โครงการนี้สามารถทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถเข้าร่วมได้ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก ช่วยทำให้ร้านเล็กก็สามารถขายของได้ในช่วงระยะเวลา 4 เดือนนี้

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo V03.jpg

ดร.กอบกิจ กล่าวต่อว่า แต่อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ เพราะหนี้สินครัวเรือนของประเทศไทยยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูง และเป็นหนี้สินเกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ แสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมีหนี้สินส่วนนี้ค่อนข้างมาก ดังนั้นเมื่อหมดโครงการก็จะกลับเข้ามาสู่สภาวะเดิมทำให้อาจจะยังเป็นปัญหาเรื้อรังที่รัฐบาลยังคงต้องแก้ไขต่อและแก้ไขอย่างเร่งด่วน

สำหรับอัตราส่วนที่รัฐบาลให้มาในครั้งนี้ที่แตกต่างกับอดีตที่ผ่านมา คิดว่าประชาชนน่าจะพึงพอใจ แต่สิ่งสำคัญก็คือประชาชนต้องมีการวางแผนการเงินถึงแม้จะมีโครงการไทยช่วยไทยพลัสเข้ามา ก็อยากจะให้วางแผนการใช้จ่ายให้ดี ใช้เฉพาะที่คิดว่าเหมาะสมจำเป็น เพราะถ้าหมดโครงการนี้เราก็จะกลับมาสู่สภาวะปกติ ดังนั้นค่าใช้จ่ายก็อาจจะไม่ได้ถูกเหมือนในช่วงที่มีโครงการ

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo09.jpg

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo11.jpg

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo12-1.jpg

“สิ่งที่รัฐบาลต้องทำต่อเนื่องก็คือการลดหนี้สินครัวเรือน ต้องมีการสร้างวินัยทางการเงินให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเข้ามาเสริมด้วย รวมถึงการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้กับโครงการขนาดกลางและขนาดใหญ่ให้เร็วที่สุด”

“อีกสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องทำสำหรับโครงการนี้ก็คือการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแอปกระเป๋าตังค์เพื่อนำไปวางแผนเพื่อช่วยให้ประชาชนมีวินัยที่ทางการเงินที่ดีขึ้นได้อย่างไร เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญเราเห็นประเทศที่พัฒนาแล้วในหลายประเทศ แม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะนี้ แต่ในขณะเดียวกันเค้าก็มีมาตรการให้ความรู้ประชาชนควบคู่กันไปด้วยว่าเมื่อได้เงินมาจะใช้เงินเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร ให้เงินและให้ความรู้ไปพร้อมกัน” ดร.กอบกิจ กล่าว

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo10.jpg

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo13.jpg

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo14.jpg

Thai-Helps-Thai-Plus-campaign-booms-in-Chiang Mai-aiming-to-reduce-cost-of-living-SPACEBAR-Photo15.jpg

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/thai-helps-thai-plus-campaign-booms-in-chiang-mai-aiming-to-reduce-cost-of-living&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BSxLv-L7rzhVciiTgM43I