‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ความหวังของพ่อค้าแม่ค้า เพิ่มยอดขาย หลังเศรษฐกิจไทยซบ

‘ไทยช่วยไทยพลัส’-ความหวังของพ่อค้าแม่ค้า-เพิ่มยอดขาย-หลังเศรษฐกิจไทยซบ

เศรษฐกิจไทยในเวลานี้ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง กำลังซื้อของประชาชนชะลอตัว ภาคธุรกิจรายย่อยจำนวนมากต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ยอดขายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการตั้งแต่ร้านค้าโชห่วย ร้านอาหาร ไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างเฝ้ารอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เพื่อช่วยพยุงรายได้และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง

ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว โครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ที่กำลังจะเริ่มดำเนินการในเร็ว ๆ นี้ ถูกจับตาในฐานะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดสำคัญ ที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเป็น ‘ยาแรง’ ช่วยปลุกการใช้จ่ายของประชาชน เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายให้ผู้ประกอบการรายย่อย และเป็นอีกหนึ่งความหวังในการต่อลมหายใจให้ภาคค้าปลีกและบริการที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มศักยภาพ

ศูนย์วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา วิเคราะห์ว่า โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นการบริโภคระยะสั้น ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนราว 200,000 ล้านบาท ช่วยเพิ่ม GDP ได้ร้อยละ 0.2-0.5   โดย ไทยช่วยไทยพลัส จะเริ่มใช้จ่ายได้ในร้านค้าที่ร่วมโครงการ 1 มิ.ย.-30 ก.ย.2569 ได้ละคน 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนทั่วไปที่มีสิทธิ มีเงื่อนไขต้องใช้ให้หมดในแต่ละเดือน

แน่นอนว่าโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กำลังถูกจับตาในฐานะหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญ ที่ภาครัฐเตรียมเดินหน้าเพื่อปลุกกำลังซื้อภายในประเทศ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ และกำลังซื้อของประชาชนที่ชะลอตัวต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

'ไทยช่วยไทยพลัส' ความหวังของพ่อค้าแม่ค้า เพิ่มยอดขาย หลังเศรษฐกิจไทยซบ

สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน และธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก ต่างมองว่า ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ คือความหวังครั้งใหม่ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายและดึงลูกค้าให้กลับมาใช้จ่ายมากขึ้น หลังต้องเผชิญกับภาวะรายได้หดตัวและยอดขายซบเซามาเป็นเวลานาน หลายฝ่ายคาดหวังว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเป็นแรงส่งสำคัญในการต่อลมหายใจให้กับผู้ค้ารายเล็กทั่วประเทศในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง

พามาดูตัวเลข กระทรวงการคลังสรุปผลการลงทะเบียนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’ ระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 พบประชาชนสนใจเข้าร่วมอย่างคึกคัก มียอดลงทะเบียนรวม 26.52 ล้านคน และลงทะเบียนสำเร็จ 26.04 ล้านคน จากกรอบสิทธิทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ เหลือสิทธิอีก 3.95 ล้านสิทธิ

ในจำนวนผู้ลงทะเบียนสำเร็จ แบ่งเป็นผู้เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส 18.9 ล้านคน และผู้ลงทะเบียนใหม่ 7.14 ล้านคน ขณะที่มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ 4.84 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขโครงการ

ด้านร้านค้าตอบรับโครงการอย่างล้นหลาม โดยมีร้านค้าลงทะเบียนรวม 1.04 ล้านร้าน แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 9.77 แสนร้าน และร้านค้าใหม่เกือบ 7 หมื่นร้าน ทั้งนี้ ร้านค้าที่ลงทะเบียนมากที่สุดกระจุกตัวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกรุงเทพมหานคร สะท้อนความคาดหวังของผู้ประกอบการที่จะใช้มาตรการดังกล่าวช่วยกระตุ้นยอดขายและเพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจ

‘ลวรณ แสงสนิท’ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า หลังปิดรับลงทะเบียนเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา จะไม่มีการขยายเวลารับสมัครเพิ่มเติม โดยผู้ได้รับสิทธิสามารถเริ่มใช้จ่ายผ่านโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ภายใต้รูปแบบรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40%

ส่วนงบประมาณที่เหลือจากจำนวนผู้ใช้สิทธิไม่ครบตามเป้าหมาย 30 ล้านสิทธิ รัฐบาลเตรียมนำกลับมาพิจารณาจัดสรรผ่านมาตรการช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการอื่นต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/863645&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LDZHPdbD5auSEq8SLFCWb