เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ ‘กรอบข้อตกลงในอนาคต’ เกี่ยวกับกรีนแลนด์ ของทรัมป์

ที่มาของภาพ, EPA

    • Author, พอลลิน โคลา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งประกาศว่ามี “กรอบข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์”

แถลงการณ์ครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คน หลังจากความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ประกอบกับคำขู่เรื่องการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพันธมิตร 8 ประเทศ ที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับแผนในการยึดดินแดนกึ่งปกครองตัวเองของราชอาณาจักรเดนมาร์กแห่งนี้

คำถามสำคัญคือข้อตกลงดังกล่าวจะมีหน้าตาอย่างไร ทั้งเดนมาร์กและกรีนแลนด์จะรับได้หรือไม่ โดยทั้งสองฝ่ายได้ย้ำชัดว่า จะไม่ยอมสละอธิปไตยเหนือเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้

ใครพูดถึงข้อตกลงกรอบข้อตกลงว่าอย่างไรบ้าง ?

ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล (Truth Social) เมื่อวันพุธ (21 ม.ค.) หลังจากกล่าวสุนทรพจน์ที่การประชุมสภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) ในดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ โดยระบุว่า “จากการประชุมที่เป็นไปอย่างสร้างสรรค์มากกับ มาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการนาโต เราได้วางกรอบของข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ไว้แล้ว” เขากล่าว

“ทางออกนี้ หากสามารถบรรลุผลได้ จะเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อสหรัฐอเมริกา และต่อชาติสมาชิกนาโตทั้งหมด”

เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ระบุว่าจะมีการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อบรรลุข้อตกลงดังกล่าว

รุตเตอร์ กล่าวในส่วนของเขาว่า ระหว่างการพบกับทรัมป์ เขาไม่ได้หารือในประเด็นสำคัญเรื่อง อธิปไตยของเดนมาร์กเหนือกรีนแลนด์ ก่อนจะเสริมในภายหลังว่า ประเด็นนี้ควรเป็นเรื่องที่ สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ จะต้องเจรจากันโดยตรง

ด้าน เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวว่า เธอได้หารือกับรุตเตอร์เป็นประจำ และเดนมาร์กสามารถเจรจาได้ใน “ทุกประเด็นทางการเมือง ทั้งด้านความมั่นคง การลงทุน และเศรษฐกิจ”

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

ได้รับความนิยมสูงสุด

End of ได้รับความนิยมสูงสุด

“แต่เราไม่สามารถเจรจาเรื่องอธิปไตยได้ ฉันยังได้รับแจ้งแล้วว่าไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้เกิดขึ้นเช่นกัน” เธอกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) พร้อมย้ำว่า “มีเพียงเดนมาร์กและกรีนแลนด์เท่านั้น ที่สามารถตัดสินใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์”

แอลลิสัน ฮาร์ต โฆษกนาโต ระบุในแถลงการณ์ภายหลังการพบกันระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ กับ มาร์ค รุตเตอร์ ว่า “การเจรจาระหว่างเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และสหรัฐฯ จะเดินหน้าต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้แน่ใจว่า รัสเซียและจีนจะไม่มีวันได้ตั้งหลัก ไม่ว่าจะในเชิงเศรษฐกิจหรือทางทหาร ในกรีนแลนด์”

อย่างไรก็ตาม อายา เชนมิทซ์ หนึ่งในสองสมาชิกรัฐสภาจากกรีนแลนด์ในรัฐสภาเดนมาร์ก กล่าวโต้ว่า นาโตไม่มีสิทธิ์เจรจาเรื่องใด ๆ โดยไม่มีกรีนแลนด์อยู่ในนั้น ไม่มีเรื่องของเรา โดยไม่มีเรา”

ด้าน อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เธอหวังว่าทั้งหมดนี้จะหมายถึง “การหารือโดยตรงตามที่เดนมาร์กเรียกร้อง ระหว่างเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และสหรัฐฯ เพื่อกำหนดทิศทางต่อไปเกี่ยวกับกรีนแลนด์ และเพื่อปกป้องอธิปไตยของกรีนแลนด์”

มีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงที่อาจเป็นไปได้หรือไม่ ?

ในบรรดาแนวคิดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง แม้จะยังไม่เป็นทางการ มีข้อเสนอให้ใช้รูปแบบคล้ายกับ ฐานทัพทหารของสหราชอาณาจักรสองแห่งในไซปรัส ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษ อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ต้องถูกพิจารณาควบคู่กับจุดยืนของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ที่ย้ำว่า อธิปไตยเป็นสิ่งที่ไม่อาจเจรจาได้

หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า หนึ่งในแนวคิดที่กำลังหารือกันคือ ให้เดนมาร์ก ยกอธิปไตยเหนือพื้นที่ขนาดเล็กบางส่วนของกรีนแลนด์ เพื่อให้สหรัฐฯ สร้างฐานทัพทหาร ตามแบบอย่างของสหราชอาณาจักรในไซปรัส

ฐานทัพ อาโครตีรี (Akrotiri) และ เดเคเลีย (Dhekelia) อยู่ภายใต้อธิปไตยของสหราชอาณาจักรตั้งแต่ไซปรัสได้รับเอกราชในปี 1960

แม้สนธิสัญญาดังกล่าวจะมีการปรับแก้ในภายหลัง แต่โดยหลักแล้ว พื้นที่ทั้งสองแห่งยังถือเป็นดินแดนของอังกฤษ

เมื่อถูกถามว่าเธอทราบหรือไม่ว่าใน “ข้อตกลงกรอบความร่วมมือ” มีรายละเอียดอะไรบ้าง อีเวตต์ คูเปอร์ ตอบเพียงว่า ขณะนี้เธอคาดว่าจะมีสองสิ่งเกิดขึ้น

“อย่างแรกคือ การกลับไปสู่การหารือบางประเด็นที่เดนมาร์กและกรีนแลนด์ได้ร้องขอให้มีร่วมกับสหรัฐฯ ซึ่งพวกเขาเริ่มต้นการพูดคุยกันที่กรุงวอชิงตันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการให้ความสำคัญ” รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักรกล่าว

“มันเป็นการหารือเชิงปฏิบัติอย่างมากเกี่ยวกับความมั่นคงของกรีนแลนด์ ขณะเดียวกันก็ย้ำอย่างชัดเจนว่า อธิปไตยของกรีนแลนด์ไม่ใช่เรื่องที่สามารถนำมาเจรจาได้”

ขณะเดียวกัน มาร์ค รุตเตอร์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ข้อตกลงกรอบความร่วมมือดังกล่าวยังจะต้องให้ประเทศสมาชิกนาโต เพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก ด้วย

“เราจะมารวมตัวกันภายในนาโต ร่วมกับผู้บัญชาการระดับสูง เพื่อหารือว่าจำเป็นต้องทำอะไรบ้าง” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “ผมไม่สงสัยเลยว่าเราจะทำเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าผมหวังว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2026 และหวังว่าจะเป็นช่วงต้นปี 2026 ด้วยซ้ำ”

ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของกรีนแลนด์ ทรัมป์จะพอใจไหม ?

สหรัฐฯ ตั้งฐานทัพในกรีนแลนด์มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว

ภายใต้ข้อตกลงกับเดนมาร์กเมื่อปี 1951 สหรัฐฯ สามารถส่งทหารเข้าไปในกรีนแลนด์ได้ตามจำนวนที่ต้องการ และปัจจุบันมีทหารมากกว่า 100 นาย ประจำการถาวรอยู่ที่ฐานทัพ พิทัฟฟิก (Pituffik) บริเวณปลายสุดทางตะวันตกเฉียงเหนือของดินแดนแห่งนี้

แม้สหรัฐฯ จะมีฐานทัพทหารในหลายประเทศ รวมถึงในเยอรมนี แต่ฐานทัพเหล่านี้ ไม่ได้ถือเป็นดินแดนอธิปไตยของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนกรานว่า ข้อตกลงในลักษณะ “การเช่าพื้นที่” เกี่ยวกับกรีนแลนด์นั้น ยังไม่เพียงพอสำหรับเขา

“ประเทศต่าง ๆ ต้องมีความเป็นเจ้าของ และคุณปกป้องสิทธิความเป็นเจ้าของนั้น คุณไม่สามารถปกป้องสัญญาเช่าได้ และเราจะต้องปกป้องกรีนแลนด์” เขากล่าวเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

เพื่อให้ได้มาซึ่งเกาะแห่งนี้ เขาเคยขู่จะใช้กำลังทหาร ก่อนจะกลับลำในเวทีดาวอส โดยยกเลิกคำขู่นั้น สร้างความโล่งใจให้กับพันธมิตรในนาโต

นาโตก่อตั้งขึ้นในปี 1949 บนหลักการว่า การโจมตีประเทศสมาชิกหนึ่งประเทศ เท่ากับเป็นการโจมตีสมาชิกทุกประเทศ เดิมทีหลักการนี้มีไว้รับมือภัยคุกคามจากภายนอก และเดนมาร์กได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า หากเกิดการโจมตีทางทหาร จะหมายถึงจุดจบของพันธมิตรข้ามแอตแลนติกหรือนาโต ซึ่งสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรหลัก

ทำไมทรัมป์ต้องการกรีนแลนด์ ?

โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามเสนอซื้อกรีนแลนด์จากเดนมาร์กมาตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรก และเขาไม่ใช่ผู้นำสหรัฐฯ เพียงคนเดียวที่เคยมีแนวคิดเช่นนี้

ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องครอบครองกรีนแลนด์ เพื่อป้องกันภัยคุกคามที่อาจมาจาก รัสเซียและจีน

เขาอ้างถึงความเคลื่อนไหวของทั้งสองประเทศในเส้นทางเดินเรือรอบเกาะแห่งนี้ แม้เจ้าหน้าที่ด้านกลาโหมจะยืนยันว่า ช่วงหลังมานี้ยังไม่พบสัญญาณว่าภัยคุกคามจากรัสเซียและจีนเพิ่มขึ้น

ทรัมป์ยังระบุว่า กรีนแลนด์มีความสำคัญต่อแผนสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธ “โกลเดนโดม” (Golden Dome) ของเขา ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องสหรัฐฯ จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และยังเชื่อว่าพันธมิตรยุโรปสามารถเข้ามาร่วมมือในโครงการนี้ได้

ขณะเดียวกัน พันธมิตรในนาโตพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหรัฐฯ ว่า พวกเขาจะเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก

หนึ่งในแนวคิดที่สหราชอาณาจักรผลักดัน คือการจัดตั้งหน่วยกองกำลังเฝ้าระวังอาร์กติก (Arctic Sentry) ซึ่ง อีเวตต์ คูเปอร์ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เป็นแนวคิดที่ “คล้ายกับแนวทางของนาโตในโครงการกองกำลังเฝ้าระวังทะเลบอลติก (Baltic Sentry) ซึ่งเป็นภารกิจเพิ่มการเฝ้าระวังเรือในทะเลบอลติก หลังสายเคเบิลใต้น้ำสำคัญถูกตัด

นอกเหนือจากที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของกรีนแลนด์แล้ว สหรัฐฯ ยังกล่าวถึง แหล่งแร่หายากจำนวนมหาศาล บนเกาะแห่งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการพัฒนา และมีความสำคัญต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้า

แม้ทรัมป์จะไม่เคยกล่าวโดยตรงว่าสหรัฐฯ ต้องการทรัพยากรของกรีนแลนด์ แต่เขาระบุว่า การที่สหรัฐฯ ควบคุมเกาะแห่งนี้จะ “ทำให้ทุกฝ่ายอยู่ในสถานะที่ดีมาก โดยเฉพาะในแง่ของความมั่นคงและแร่ธาตุ”

พร้อมเสริมว่า “นี่คือข้อตกลงที่จะคงอยู่ตลอดไป”