เอกนิติ กระตุ้นเศรษฐกิจทันที หลังตั้งรัฐบาล ฟื้น GDP ปี69 โต 3% plus

เอกนิติ-กระตุ้นเศรษฐกิจทันที-หลังตั้งรัฐบาล-ฟื้น-gdp-ปี69-โต-3%-plus

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  ในปี 2569 ยังต้องรอการจัดตั้งรัฐบาลให้เสร็จสิ้นก่อน ทำให้ยังไม่สามารถออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ได้ แต่ยืนยันว่า จะผลักดันนโยบายที่เคยอนุมัติไว้ก่อนยุบสภา

เพื่อประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ก่อน ทั้งมาตรการปิดหนี้ไวไปต่อได้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนรายย่อย และโครงการ Credit Boost ที่เข้ามาเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ SME

กระทรวงการคลัง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

รวมถึงจะเร่งรัดการลงทุนมูลค่า 480,000 ล้านบาท ที่ผ่านการอนุมัติของ BOI ให้เกิดการลงทุนจริงอย่างรวดเร็ว ตามนโนยายที่สนับสนุนให้ปี 2569 เป็นปีแห่งการลงทุน ซึ่งหากทำได้ตามเป้าหมายก็คาดว่าจะทำให้ เม็ดเงินลงทุนของ BOI ที่เกิดขึ้นจริงเพิ่มขึ้นมากกว่า 9% 

และจะเร่งจัดทำงบประมาณปี 2570 ให้ล่าช้าน้อยที่สุด เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทย ปี 2569 โตได้มากกว่า 3% (3 plus) ตามที่เคยหาเสียงไว้ 

นอกจากนี้ เมื่อจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น ยืนยันว่า จะเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทันที ตามที่ได้หาเสียงไว้ ทั้งเสาหลัก 10 ด้าน เช่น การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันเรื่องการลงทุน เศรษฐกิจสีเขียว เสริมทักษะคน และการปรับกฎหมายและกติกาการประกอบธุรกิจต่างๆให้เกิดการกระจายตัว

ส่วนโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการทบทวนของรายละเอียดเพิ่มเติม แต่รูปแบบการจ่ายเงินจะยังคง ให้กับประชาชนกลุ่มเดิมคือ กลุ่มผู้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2,400 บาทและกลุ่มบุคคลทั่วไป 2,000 บาท ที่เคยลงทะเบียนไว้ ส่วน ผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนรายละเอียดหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการใหม่อีกครั้ง รวมถึงจะปรับปรุงระบบการลงทะเบียนให้ง่ายยิ่ง 

อย่างไรก็ตาม ต้องมีการรับข้อเสนอจากหลายฝ่ายมาพิจารณาร่วมด้วย รวมถึงต้องดูปัจจัยและเงื่อนไขอื่น ๆ ประกอบการจัดทำโครงการ ทั้งเรื่องเม็ดเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ และระยะเวลาในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ซึ่งต้องมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมได้เมื่อไหร่

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายโครงการ แต่ยืนยันว่า จะรักษาวินัยการเงินการคลังให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย เพื่อไม่ให้หนี้สาธารณะเกิน 70% ของ GDP เนื่องจากต่างชาติจับตาดูอยู่ 

ส่วนกรณีที่ตลาดหุ้นไทยตอบรับผลการเลือกตั้ง ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นมาก โดย SET Index วันนี้ปิดตลาดที่ 1,410.44 จุด โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากเงินไหลเข้า (Fund Flow) จากนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วย

นายเอกนิติ กล่าวว่า หากการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทสอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจไทย หรือมาจากการไหลเข้าของเงินทุน ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่ได้กำชับให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ติดตามเรื่องของการเกร็งกำไรค่าเงินที่ผิดปกติอย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อไม่ให้การเคลื่อนไหวของเงินบาทผิดปกติ

ทั้งนี้ จะมีการส่งเสริมการลงทุนในตลาดทุนไทย ผ่านโครงการ Thailand Individual Saving Account (TISA) ที่กระทรวงการคลังได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วและสามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งจะเดินหน้าต่ออย่างแน่นอน และเป็นเรื่องที่หลายคนตอบรับดี โดยรอบนี้จะมีการสื่อสารให้ชัดเจน เข้าใจ และเชื่อว่าจะช่วยตลาดทุน ให้คนมีเงินออม และทำให้ตลาดมีความคึกคักมากขึ้นได้ด้วย

ขณะที่ GDP ไทย ไตรมาส 4 ปี 2568 จะโตมากกว่า 1.8% ตามที่กระทรวงการคลังเคยคาดไว้ และ GDP ทั้งปี 2568 จะสูงมากกว่า 2.2% โดยได้รับ อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง จากโครงการคนละครึ่ง พลัส และ เที่ยวดีมีคืน รวมถึงการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ อีกทั้ง ยังมีการเร่งคืนภาษีให้กับธุรกิจ SME จำนวน 60,000 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 4 

นายเอกนิติ ยืนยันว่า มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการมา มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทย ไตรมาส 4 พ้นจากการติดลม เนื่องจากก่อนที่รัฐบาลจะออกมาตรการมานั้น มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 จะเติบโตเพียง 0.3% เท่านั้น 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/268214&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25BqRasjxSzk1ubLjW61lx