เศรษฐกิจไทย’ ซบเซา เหมือนป่วยมะเร็งต้องทำคีโม ต้องเร่งรักษาปากท้องประชาชน

เศรษฐกิจไทย’-ซบเซา-เหมือนป่วยมะเร็งต้องทำคีโม-ต้องเร่งรักษาปากท้องประชาชน

ในวันที่…‘เศรษฐกิจไทย’ ซบเซา อาการคล้ายคนป่วยมะเร็งต้องทำคีโม รัฐต้องเร่งลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง ก่อนถอยหลังไปกว่านี้ ปากท้องประชาชนจะอยู่ยังไง?

  • ‘เอกนิติ’ เปรียบเศรษฐกิจไทยเหมือนผู้ป่วยมะเร็ง ชี้ต้องเร่งปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ หรือ ‘ทำคีโม’ เพื่อฟื้นศักยภาพการเติบโตของประเทศ
  • เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดล 5T ตั้งเป้าดึงเงินลงทุน FDI 1 ล้านล้านบาท พร้อมทบทวนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงผู้เดือดร้อนจริง
  • ปัดตอบกระแสนายกฯ สำรองอักษร ‘ศ’ ย้ำไม่ทราบเรื่องการเมือง ก่อนกล่าวติดตลกว่า ‘เศกนิติ’ สร้างสีสันช่วงท้ายการให้สัมภาษณ์

ในวันที่…‘เศรษฐกิจไทย’ ซบเซา อาการคล้ายคนป่วยมะเร็งต้องทำคีโม รัฐต้องเร่งลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง ก่อนถอยหลังไปกว่านี้ ปากท้องประชาชนจะอยู่ยังไง?

เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการปฏิวัติเทคโนโลยี AI ทำให้โจทย์สำคัญของประเทศในเวลานี้ คือการเร่งปรับตัวเพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตและสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ล่าสุด ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานครบรอบ 29 ปี สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ หัวข้อ ‘โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก’ โดยเปรียบ ‘เศรษฐกิจไทย’ ที่ซบเซาและเติบโตต่ำกว่าศักยภาพมานาน เหมือนผู้ป่วย ‘มะเร็ง’ ที่จำเป็นต้อง ‘ทำคีโม’ หรือเร่งปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ตั้งแต่วันนี้ เพราะหากปล่อยไว้นานกว่านี้ ต้นทุนในการแก้ปัญหาจะยิ่งสูงขึ้น

เศรษฐกิจไทย’ ซบเซา เหมือนป่วยมะเร็งต้องทำคีโม ต้องเร่งรักษาปากท้องประชาชน

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียม ‘ทบทวนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ หลังพบว่าฐานข้อมูลผู้ได้รับสิทธิเดิมกว่า 13.2 ล้านคน ไม่ได้ทบทวนมานานถึง 5 ปี ขณะที่มีกลุ่มผู้ลงทะเบียนใหม่กว่า 5 ล้านคน และข้อมูลผู้ตกหล่นจากหน่วยงานรัฐอีกราว 1 ล้านราย ทำให้ต้องนำข้อมูลรวมประมาณ 19 ล้านรายมาคัดกรองใหม่ เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่เดือดร้อนจริง โดยย้ำว่าไม่ได้ยึดติดกับจำนวนผู้ได้รับสิทธิ แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/864087&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cvw4zb1r4XKTnloN7OH_s