จากกรณีที่มีการปลดล็อคขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับร้านอาหาร ในช่วง 14.00-17.00 น. ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 เพื่อให้การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับแก้ไข ได้ประกาศใช้แล้วและมีผลให้ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติที่ 253 ปีพ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นต้นทางของการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น.-17.00 น.
แต่ที่ผ่านมารัฐบาลแพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ลงนาม เมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ซึ่งไม่ได้มีการยกเว้นให้ “ร้านอาหาร” สามารถขายได้ ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. มีเพียงเฉพาะท่าอากาศยานนานาชาติ สถานบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และโรงแรมที่มีใบอนุญาตโรงแรม เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าร้านอาหารต่างๆ ยังไม่สามารถให้บริการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น.

ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที กล่าวว่า ร้านอาหารของตนเองจะเปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเป็นห้องอาหารที่ติดแอร์ เพื่อให้ความสะดวกสบาย แก่ลูกค้า ในช่วงก่อนหน้านี้ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี มีลูกค้าจองเข้ามา ทุกวัน ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้ลูกค้าลดลงบ้าง แต่ก็กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงสถานการ์คลี่คลาย แต่หลังจาก ปี 2565 ประสบปัญสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ต้นทุนสูงขึ้น ทำให้ยอดขายลดลงไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
“โดยส่วนตัวมองว่า อยากให้รัฐบาลใหม่ เร่งเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ส่งเสริมนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว และ แก้กฎหมายงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ให้ครอบคุม ไม่ใช่อนุญาติเฉพาะบางแห่ง ร้านอาหาร ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ควรได้รับการลดล็อคด้วย”
“การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงกลางวัน มีผลกับร้านอาหารที่เปิดตอนกลางวันค่อนข้างเยอะ เนื่องจากร้านเริ่มเปิด 11.00 น. ถึง 22.00 น. โดยลูกค้าจะเริ่มเข้าร้านอาหารตั้งแต่ร้านเปิด ด้วยเวลาที่จำกัดก็ส่งผลทำให้ลูกค้าหายไป นอกจากนี้ยังส่งผลกับนักท่องที่ต่างชาติ ไม่เข้าใจในกฎหมาย ก็ทำให้ร้านเสียลูกค้าไปจำนวนมาก”

ลัดดา ( สงวนนามสกุล ) ผู้ประกอบการร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนลอยเคราะห์ กล่าวว่า ลูกค้าหลักของร้านเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ในย่านนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์กันตั้งแต่เช้าไปตลอดทั้งวัน แต่ด้วยช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดห้ามไว้ก็ทำให้ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยต้องผิดหวังเพราะทางร้านไม่สามารถขายให้ได้เพราะติดเรื่องกฎหมาย บางคนก็เข้าใจ บางคนก็หงุดหงิด

“ในฐานะผู้ประกอบการร้านอาหารเห็นด้วยกับแนวคิดแก้กฎหมายในครั้งนี้ แต่อยากให้มองมุมกว้าง โดยการปลดล็อคกฎหมายให้ครอบคลุมถึงร้านอาหารด้วย หากมีการปลดล็อคก็จะหนุนท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจให้คึกคักมากขึ้น จะส่งผลดีมากกว่าผลเสียอย่างแน่นอน”

ขณะที่ ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันเราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งคือเศรษฐกิจ ในประเทศไทยตอนนี้ถือว่าแย่มาก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ รัฐบาลควรทำเป็นอันดับต้นๆ ก็คือทำยังไงให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาแล้ว มีการใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มมากขึ้น
“โดยเฉพาะกฎหมาย ที่มีการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. ถือเป็นกฎหมายเก่าที่ออกมาควบคุมข้าราชการในยุคนั้น ตั้งแต่ปี 2515 ซึ่งกฎหมายนี้มีผลกระทบกับผู้ประกอบการในยุคปัจจุบัน ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางวัน”

“อยากให้รัฐบาลประกาศปลดล็อคกฎหมายนี้ให้ครอบคลุมไปถึงร้านอาหารด้วย ไม่ใช่เฉพาะสนามบินนานาชาติ โรงแรม หรือสถานประกอบการเท่านั้น และมีเงื่อนไขอย่างมาก ที่จริงแล้วเราไม่จำเป็น ต้องมาควบคุมอีกแล้ว เพราะเจตนารมย์ของการประกาศก็คือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะการประกาศให้ขายได้เฉพาะที่ ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ยกตัวอย่างจังหวัดเชียงใหม่สถานบริการที่จดทะเบียนมีประมาณ 20 แห่ง แต่ร้านอาหารนั้นมีถึง 15,000 แห่ง การประกาศก็แทบจะไม่มีประโยชน์”
ด้าน วัลลภ นามวงศ์พรหม รองประธานสภาวัฒนธรรมเชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีการปลดล็อคเวลางดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ช่วงเวลา 14.00 น.- 17.00 น. ที่ไม่ใช่วันสำคัญทางพุทธศาสนา อันนี้ก็แล้วแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา
“ส่วนตัวมองว่า ต่อให้จะมีการห้ามขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ช่วงเวลานี้ หากคนจะดื่มก็มีการลักลอบดื่มอยู่ดี ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องต้องห้ามที่จะมีการปลดล็อค อยู่แล้ว ซึ่งก็เห็นด้วยหากจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่”

วัลลภ กล่าวด้วยว่า แต่สิ่งที่ไม่เห็นด้วยคือการ ปลดล็อคการขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงวันสำคัญทางศาสนา เพราะหลักการปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาไม่สมควรที่จะมีการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ต้องเป็นหลักสำคัญที่สุด เพราะรัฐบาลประกาศเป็นวันหยุดให้กับพุทธศาสนิกชนไปทำบุญที่วัด
“ซึ่งการปลดล็อคขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และหยุดจำหน่ายหยุดดื่มเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กฎหมายเดิมก็มีอยู่แล้วในเรื่องของการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในวัดและรอบบริเวณวัดก็ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะวันสำคัญทางพุทธศาสนาไม่ได้มีทุกวัน นานๆ ทีจะมีหนึ่งครั้งเท่านั้น”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-urges-the-government-to-review-the-period-of-lifting-the-ban-on-alcohol-sales-to-cover-the-restaurant-business&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IGR5hvZFDYbobDqqwqfjK
