อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมัน WTI ร่วง 3.21% ดาวโจนส์ดิ่ง 631.21 จุด หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย เช็กราคาน้ำมัน 17/09/69 – สยามรัฐ

อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ-น้ำมัน-wti-ร่วง-321%-ดาวโจนส์ดิ่ง-631.21-จุด-หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย-เช็กราคาน้ำมัน-17/09/69-–-สยามรัฐ

ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดตลาดนิวยอร์กปรับตัวลดลง ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 600 จุด หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% และส่งสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยประจำวันที่ 17 กันยายน 2569 ยังมีราคาดีเซลอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตรในหลายสถานีบริการ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธที่ 16 กันยายน 2569 หลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบชะงักงันในตะวันออกกลาง ภายหลังมีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเสนอจัดส่งน้ำมันดิบเพิ่มเติมให้แก่โรงกลั่นในเอเชียผ่านทางโอมาน ประกอบกับข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 3.40 ดอลลาร์ หรือ 3.21% ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 2.92 ดอลลาร์ หรือ 2.69% ปิดที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แหล่งข่าวในแวดวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียเสนอจัดส่งน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นในเอเชีย โดยใช้วิธีขนถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือบริเวณนอกชายฝั่งท่าเรือโซฮาร์ของโอมาน ซึ่งช่วยลดความวิตกของตลาดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันทั่วโลกจะตึงตัว

ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียได้ปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline หลังได้รับความเสียหายจากการโจมตี ส่งผลให้ตลาดจับตาความสามารถในการลำเลียงน้ำมันของซาอุดีอาระเบียอย่างใกล้ชิด เนื่องจากท่อส่งดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยลำเลียงน้ำมันดิบโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline มีความยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ซาอุดีอาระเบียสามารถลำเลียงน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตไปยังชายฝั่งทะเลแดง เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ท่อส่งดังกล่าวสามารถลำเลียงน้ำมันได้ประมาณ 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นราว 4-5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก

การเสนอเส้นทางขนส่งน้ำมันเพิ่มเติมผ่านโอมานจึงช่วยลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับปัญหาอุปทานในตลาดโลก ขณะที่ข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ซึ่งลดลงน้อยกว่าคาด ทำให้แรงซื้อในตลาดน้ำมันชะลอตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์ปรับตัวลดลง

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวันพุธที่ 16 กันยายน 2569 ร่วงลงกว่า 600 จุด หลังเฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและแรงกดดันจากราคาน้ำมัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,461.90 จุด ลดลง 631.21 จุด หรือ 1.21% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,551.81 จุด ลดลง 33.92 จุด หรือ 0.45% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,978.42 จุด ลดลง 3.15 จุด หรือ 0.01%

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ 12-0 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่กรอบ 3.75-4.00% โดยเฟดระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวในระดับแข็งแกร่ง ขณะที่การใช้จ่ายภายในประเทศยังมีความยืดหยุ่น และการลงทุนยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

เฟดระบุว่า การดำเนินนโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมายระยะยาวที่ระดับ 2% พร้อมให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ขณะที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับรายงานประมาณการอัตราดอกเบี้ย หรือ Dot Plot รอบเดือนกันยายน สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ยังมองว่ามีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปี 2569 สะท้อนทิศทางนโยบายการเงินที่ยังมีแนวโน้มเข้มงวด ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย

การปรับขึ้นดอกเบี้ยเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานอาจส่งผลต่อเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และทำให้เฟดต้องรักษานโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป

ภายหลังการประชุม ประธานเฟด เควิน วอร์ช ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่งมากขึ้นนับตั้งแต่การประชุมครั้งก่อน ขณะที่เงินเฟ้อยังไม่ได้ชะลอตัวลงอย่างเพียงพอและยังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้เฟดจำเป็นต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านราคาต่อไป

แรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยของเฟดส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้น โดยเฉพาะหลังตลาดรับรู้ว่าเฟดยังไม่ได้ปิดโอกาสสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขยับขึ้นแตะระดับ 5% เมื่อวันที่ 16 กันยายน ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้น

สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยประจำวันที่ 17 กันยายน 2569 ข้อมูลจาก 4 สถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์ อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 05.00 น. มีรายละเอียดดังนี้

ราคาน้ำมัน ปตท.

แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.94 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.94 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 39.57 บาทต่อลิตร
ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 40.69 บาทต่อลิตร
เบนซิน ราคา 48.93 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันบางจาก

แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.94 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.94 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 30.88 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 39.57 บาทต่อลิตร
ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 40.69 บาทต่อลิตร
ดีเซลพรีเมียม ราคา 49.25 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันพีที

ดีเซล ราคา 40.69 บาทต่อลิตร
ดีเซล B20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร
เบนซิน ราคา 49.43 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.94 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 39.57 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.94 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันเชลล์

เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.14 บาทต่อลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 40.07 บาทต่อลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 40.44 บาทต่อลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 51.84 บาทต่อลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 40.69 บาทต่อลิตร
เชลล์ ดีเซล B20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 51.84 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ซึ่งมีการอัปเดตราคาทุกครั้งที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันในเวลา 05.00 น. ของวันที่มีการประกาศ

ราคาที่แสดงเป็นราคาขายปลีกน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ผู้ใช้รถควรตรวจสอบราคาหน้าสถานีบริการอีกครั้งก่อนเติมน้ำมัน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/322080&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3avdwjr1umZ4qJOEydr7-y