มีรายงานเปิดเผยทางสถิติของ ‘สวนดุสิตโพล’ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ‘นโยบายเร่งด่วนรัฐบาลอนุทิน’ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,149 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 1-3 ต.ค.2568 พบว่า นโยบายด้านที่คาดหวังมากที่สุด คือ ด้านเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย ร้อยละ 59.36 รองลงมาคือด้านความมั่นคง ร้อยละ 20.45 โดยมองว่านโยบายรัฐบาลอนุทินแตกต่างจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาอยู่บ้าง รองลงมาร้อยละ 7.92 ด้านสังคมการปราบการพนันผิดกฎหมาย ขจัดทุจริต ส่วนร้อยละ 7.14 ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตั้งระบบเตือนภัย ช่วยผู้ประสบภัย และร้อยละ 5.13 ด้านบริหารภาครัฐ เร่งพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและปฏิรูปกฎหมาย
ในประเด็นประชาชนคิดว่านโยบายของรัฐบาลอนุทินแตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาหรือไม่พบว่า ร้อยละ 57.96 หลังจากการแถลงนโยบาย ประชาชนรู้สึกไม่ค่อยเชื่อมั่นและค่อนข้างเชื่อมั่นใกล้เคียงกัน รองลงมาร้อยละ 32.81 ไม่แตกต่างเลย และร้อยละ 9.23 แตกต่างอย่างมาก และยังพบว่า ร้อยละ 43.78 ประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอนุทิน ส่วนและร้อยละ 42.12 ระบุค่อนข้างเชื่อมั่น รองลงมาร้อยละ 9.40 ไม่เชื่อมั่นเลย และร้อยละ 4.70 เชื่อมั่นมาก
ส่วนสิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาลอนุทิน ต่อการทำงานในช่วง 4 เดือนก่อนการเลือกตั้ง คือ อยากเห็นผลงานการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ค่าครองชีพ ร้อยละ 31.33 รองลงมาร้อยละ 23.11 ระบุรักษาคำพูด ตามนโยบายที่ได้ให้ไว้ ร้อยละ 15.56 ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ร้อยละ 15.11 ดูแลความเป็นอยู่ของทหารและประชาชนตลอดแนวชายแดนและร้อยละ 8.44 ปฏิบัติตามข้อตกลงMOA ที่ให้ไว้กับพรรคประชาชน
ทั้งนี้ ‘ดร.พรพรรณ บัวทอง’ ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า หลังจากติดตามการแถลงนโยบายประชาชนเห็นว่าแตกต่างจากรัฐบาลก่อนอยู่บ้าง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ดูจะสร้างความตื่นเต้นในสังคมได้ ขณะที่ประเด็นเรื่องความโปร่งใสในการบริหารยังคงเป็นเงื่อนไขสำคัญ ทำให้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอนุทินอยู่ในภาวะก้ำกึ่ง ท้ายที่สุดคงมีเพียงการลงมือทำผลงานจริงเท่านั้นในระยะเวลา 4 เดือนหลังจากนี้ว่าจะเปลี่ยนความก้ำกึ่งให้กลายเป็นความเชื่อมั่นได้หรือไม่
ขณะที่ ‘ดร.มุทิตา มากวิจิตร์’ อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายปกครองและการบริหารงาน ภาครัฐ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่า จากผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการ ของประชาชนที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างรายได้และลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งถือเป็นโจทย์พื้นฐานที่กำหนดคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในครัวเรือน ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านความมั่นคงยังคงเป็นสิ่งที่ สังคมคาดหวัง เนื่องจากเสถียรภาพทางการเมืองและความสงบเรียบร้อยเป็นเงื่อนไขสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศทุกมิติ
ทั้งในด้านการลงทุน การค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งจะส่งผลต่อการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมด้วย นอกจากนี้ผลสำรวจยังสะท้อนว่าประชาชนยังมิได้มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลนี้ มากอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องท้าทายที่รัฐบาลจะต้องพิสูจน์ศักยภาพในการบริหารจัดการ ผลักดันประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นวาระเร่งด่วน คือ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งหากรัฐบาลสามารถ ดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ก็จะทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและสามารถสร้างฐาน คะแนนเสียงใหม่ได้ในอนาคต
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/dusit-poll-anutin-prime-minister&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YF0GC6y0AHxWqlVhX1aES
