ในขณะเดียวกัน สภาพเศรษฐกิจภายในประเทศเองก็อยู่ในภาวะที่น่ากังวล อัตราการเติบโตของ GDP ลดลงอย่างต่อเนื่องจากในอดีตที่เคยสูงถึง 5% เหลือคาดการณ์เพียง 1.8% – 2.3% ในปัจจุบัน ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ซึ่งอาจนำไปสู่ ภาวะเงินฝืด (Deflation) หากไม่มีการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศอย่างทันท่วงที
ยุทธศาสตร์ ‘กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว’
เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว นางศุภจีได้เสนอยุทธศาสตร์หลักของกระทรวงพาณิชย์ภายใต้แนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว” ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ 7 นโยบายหลักที่เน้นผลลัพธ์รวดเร็ว (Quick Big Win) ดังนี้
เสริมรายได้ฐานราก: มุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกร ผ่านการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต เช่น โครงการ “ธงเขียว” ที่ช่วยลดราคาปุ๋ย
สร้างตลาดใหม่และขยายการค้า: เร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่มีอยู่ 14 ฉบับให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมตั้งเป้าปิดการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป และไทย-เกาหลีใต้ ให้สำเร็จภายในปี 2568 รวมถึงการจัดคณะผู้แทนการค้า (Trade Mission) เพื่อเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น อินเดียและตะวันออกกลาง
ลดภาระค่าครองชีพ: เดินหน้าโครงการ “ธงฟ้า” อย่างต่อเนื่อง พร้อมริเริ่มความร่วมมือใหม่ๆ เช่น การร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยเพื่อลดค่าขนส่งสินค้า และการสร้างความโปร่งใสด้านราคายาในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระให้ประชาชนได้กว่า 32,400 ล้านบาทต่อปี
[ เปลี่ยนโครงสร้างสู่อนาคตที่ยั่งยืน ]
นอกเหนือจากมาตรการเร่งด่วนแล้ว นางศุภจีได้ย้ำถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยใช้จุดแข็งของไทยให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์, ศักยภาพด้าน “ครัวของโลก” (Kitchen of the World) และการเป็นศูนย์กลางสุขภาพ (Wellness Economy) โดยมีเป้าหมายเพื่อ:
ปรับโครงสร้างเกษตรกรรม สู่เกษตรแม่นยำที่ผลิตตามความต้องการของตลาด (Demand-driven)
มุ่งสู่ตลาดอาหารแห่งอนาคต (Future Food) โดยใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม
พัฒนาระบบนิเวศทางการค้าสู่ดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์ม “MOC+” เพื่อยกระดับสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า (Value-based Economy)
“เมื่อภาครัฐสร้างความเชื่อมั่น ภาคเอกชนสร้างโอกาส ประชาชนก็จะได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง” นางศุภจีกล่าวทิ้งท้าย “เมื่อการค้าเดินได้ เศรษฐกิจก็เดินหน้า และเมื่อเศรษฐกิจเดินหน้า ประเทศไทยก็จะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/860167&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33x-91zOxoIpb-HpCLIn8q
