‘วิโรจน์’ ชี้ทางรอดเศรษฐกิจปี’69 ปราบทุนเทา ดึงใช้ ‘เอไอ’ ต้านโกง!

‘วิโรจน์’-ชี้ทางรอดเศรษฐกิจปี’69-ปราบทุนเทา-ดึงใช้-‘เอไอ’-ต้านโกง!

เศรษฐกิจ

25 ต.ค. 2025 เวลา 15:17 น.

“วิโรจน์” แนะทางรอดเศรษฐกิจไทยปี 69 ปราบทุนสีเทา แก้หนี้ครัวเรือน คืนกำลังซื้อให้ประชาชน สร้างความเข้าเทียมการเข้าถึงการรักษา ใช้ AI กำจัดคอรัปชั่น

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน กล่าวในงาน “BITKUB SUMMIT 2025 powered by Tencent Cloud” ภายใต้แนวคิด “Gateway to the Future: เปิดประตูการลงทุน สุขภาพ และเทคโนโลยี สู่โลกอนาคต” จัดโดย บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ในหัวข้อ “THAILAND GAME CHANGER 2026: ความหวัง? เศรษฐกิจ สังคม ประชาชน ประเทศไทย”ว่า ประเทศไทย กำลังเผชิญหน้ากับทุนสีเทาข้ามชาติ เงินทุน ถ้ามาจากสแกมเมอร์ ถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องกำหนดเป็นวาระของโลก โดยในแต่ละปีประเทศไทยสูญเสียเงินให้กับสแกมเมอร์ปีละ 115,300 ล้านบาท ประเทศไทยจึงจำเป็นต้อง “บอกให้โลกรับรู้” ว่า ประเทศไทยมีความสามารถและให้ความสนใจในการเป็นศูนย์กลางอาเซียนปราบอาชญกรรมออนไลน์

เพราะหากมีเงินสีเทาเข้ามาในระบบการเงินของไทย บริษัทเอกชนไทยที่บริษัทก็จะอยู่ไม่ได้ การค้าขายได้รับผลกระทบและถูกปิดบริษัทไปในที่สุด อย่างคริปโต แทนที่จะเป็นเครื่องมือที่ดีมีประโยชน์ กลับกลายเป็นเครื่องมือของอาชญากรข้ามชาติ 

“ตราบใดที่ยังไม่สามารถปราบทุนสีเทาข้ามชาติได้ เงินที่ถูกหลอกย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เงินสีเทาที่เข้ามาฟอก จะทำให้กระทบทั้งบริษัทเอสเอ็มอี และบริษัทขนาดใหญ่ การบริโภคก็ได้รับผลกระทบไปด้วย”

นอกจากนี้ คนไทยยังประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ไม่เพียงแต่คนรุ่นเก่าเท่านั้นที่ประสบปัญหา คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งทำงานก็จะโตมาพร้อมกับหนี้ครัวเรือนที่รุ่นพ่อ แม่ สร้างไว้ ดังนั้น รัฐบาลต้องหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ไม่ใช่การแทรกแซงการทำงาน เพื่อให้ ธปท. ปกป้อง คนที่ถือบัญชีเงินฝาก ทุกวันนี้อัตราดอกเบี้ยปรับ มีความไม่เป็นธรรม สำหรับคนเป็นหนี้ คิดมากเกินจริง ภาษีของประชาชน ก็จะถูกนำไปอุดดอกเบี้ยที่เกินจริง

อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2-3% ขณะที่ ปี 2025 ค่ารักษาพยาบาลโตขึ้น 14% แปลว่า เราไม่เหลือกำลังซื้อ อะไรแล้ว รัฐบาลต้องคืน กำลังซื้อ เพื่อเหนี่ยวนำ กำลังซื้อให้กลับมา”

ต่อเรื่องเทคโนโลยี AI นายวิโรจน์ กล่าวว่า AI มีคุณสมบัติทางกายภาพ คิดวิเคราะห์ หาโซลูชั่นได้รอบคอบและรวดเร็ว ระบบราชการของไทย ที่ฉุดรั้งความก้าวหน้าของเอกชน หรือไม่สุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ต้องใช้ AI เพื่อลด ดุลยพินิจ ตัดคอรัปชั่น เรียกรับผลประโยชน์ การจ่ายเงินใต้โต๊ะก็จะลดลง เพราะจ่ายใต้โต๊ะกับ AI ไม่ได้ เอกชนจะมีความสุข และไปได้ไกลกว่าเดิม 

ส่วนประเด็นวิกฤติเรื่องสุขภาพของคนไทย ที่ต้องรับมือกับสังคมสูงวัยนั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่า เป้าหมายหลักคือต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพเท่าเทียมกัน แม้แต่ กทม. ก็มีปัญหาความเท่าเทียมกัน เมื่อต้องถูกส่งตัวไปรักษาตัวแบบ “ต้องมีการวินิจฉัยโรคเฉพาะทาง” พบว่า ผู้ถือบัตรทอง 3-4 ล้านคน ที่ต้องไปรักษาเฉพาะทางต้องเขียนใบส่งตัว “คลินิกชุมชน” ต้องไปจ่าย 800 บาท คนถือบัตรทอง ต้องไปต่อคิวกัน กว่าจะได้ใบส่งตัว ทำให้เสียโอกาสในการรักษาโรค อย่างทันท่วงที

“อัตราเงินเฟ้อ ค่ารักษาพยาบาลปลายทางเราจะมีรายได้โตไม่ทันกับภาระค่าใช้จ่าย รัฐบาลก็ต้องรับภาระไปด้วย จึงต้องมีการควบคุมค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลด้วย”

ส่วนเรื่องการผลิตคนเกิดใหม่ ต้องเข้าใจก่อนว่า “มนุษย์ไม่ใช่เครื่องผลิตมนุษย์” ยกตัวอย่างเกาหลีใต้ที่มีสวัสดิการ ต่างๆ มากมาย แต่การเติบโตของการเกิดใหม่ ก็ไม่เพิ่มขึ้น เราห้ามคิดว่า คนเกิดเพิ่มเพราะมีโปรโมชั่น เขาถึงอยากมีลูก การจะมีลูกหรือไม่มีลูกมันขึ้นอยู่กับจิตใจ 

แต่หากเรามีนโยบาย ปิดช่องว่างที่ทำให้คนรู้สึกว่าโตขึ้นมาแล้วมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นเช่น ด้านการศึกษา สิทธิประโยชน์การเดินทางความสะดวกสบาย เพื่อทำให้มั่นใจว่าในอนาคตลูกหลานที่เกิดมาจะไม่มีภาระ ตรงนี้ถึงจะเรียกว่าเป็นการแก้ที่ตรงโจทย์ เมื่อเขาไม่มีความกังวลและคิดว่าลูกที่เกิดมาจะมีประสิทธิภาพ เขาก็อยากจะมีลูกและไม่ใช่ที่ปริมาณแต่เป็นการมีลูกแบบมีคุณภาพ ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องการแก้ไขปัญหา “โครงสร้างทางเศรษฐกิจ” อย่างแท้จริงเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าได้ ไม่เพียงแค่แจกเงินอย่างเดียว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1204682&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NyvhKlSNpSa6k9sd9t6H2