วิเคราะห์ตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด 05/10/69 – สยามรัฐ

วิเคราะห์ตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด-05/10/69-–-สยามรัฐ

ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้ม เปิดในทิศทางเชิงบวกต่อเนื่อง ในวันจันทร์ที่ 5 ต.ค. 2569 หลังนักลงทุนตอบรับข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดในการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมช่วงปลายเดือนตุลาคม

ปัจจัยสำคัญจากการซื้อขายวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. คือ ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,176.96 จุด เพิ่มขึ้น 250.40 จุด หรือ 0.49% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,722.72 จุด เพิ่มขึ้น 56.27 จุด หรือ 0.73% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,190.86 จุด เพิ่มขึ้น 319.27 จุด หรือ 1.19% สะท้อนว่านักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย

แรงหนุนสำคัญมาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนก.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 90,000 ตำแหน่งอย่างมาก นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานในช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ยังถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ตลาดมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังชะลอตัวลงมากกว่าที่เคยประเมิน

ข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญต่อตลาดหุ้น เพราะหากตลาดแรงงานชะลอตัวลงอย่างชัดเจน เฟดจะมีเหตุผลมากขึ้นในการ ชะลอหรือหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อไม่ให้การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากเกินไปกระทบต่อเศรษฐกิจและการจ้างงาน

ข้อมูลจาก CME FedWatch ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมุมมองนักลงทุนอย่างชัดเจน โดยโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมช่วงปลายเดือนต.ค. ลดลงเหลือ 22.7% จาก 24.4% ในวันก่อนหน้า และลดลงอย่างมากจาก 64.2% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน การลดลงของความเป็นไปได้ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลน้อยลงต่อภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

สำหรับการเปิดตลาดวันที่ 5 ต.ค. นักลงทุนจึงน่าจะให้น้ำหนักกับ ทิศทางนโยบายการเงินของเฟดเป็นอันดับแรก โดยหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตมีโอกาสได้รับแรงซื้อ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลงตามความคาดหวังว่าเฟดจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย เพราะต้นทุนเงินที่ลดลงจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของหุ้นที่มีมูลค่าจากกระแสเงินสดในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา เพราะตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอไม่ได้เป็นบวกต่อหุ้นในทุกมิติ หากตลาดเริ่มตีความว่าการจ้างงานที่ชะลอตัวสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง ความกังวลเรื่องผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนอาจกลับมากดดันตลาดได้ ดังนั้น นักลงทุนจะต้องแยกให้ออกระหว่าง “เศรษฐกิจชะลอในระดับที่ทำให้เฟดผ่อนคลาย” กับ “เศรษฐกิจชะลอจนกระทบกำไรบริษัท”

ในภาพรวม ดาวโจนส์มีโอกาสเคลื่อนไหวในแดนบวกหรือทรงตัวแข็งแกร่ง ขณะที่ S&P500 และ Nasdaq มีโอกาสได้รับแรงหนุนมากกว่า หากบรรยากาศการลงทุนยังคงเชื่อว่าเฟดจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย โดยเฉพาะ Nasdaq ซึ่งปรับขึ้นถึง 1.19% ในการซื้อขายครั้งล่าสุด สะท้อนแรงซื้อกลับเข้าสู่หุ้นเทคโนโลยีอย่างเด่นชัด

แต่การปรับขึ้นของตลาดในวันศุกร์อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ได้เช่นกัน นักลงทุนจึงควรจับตาทิศทางพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่ เพื่อประเมินว่าการคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ยกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางใด

ก่อนเปิดตลาดนิวยอร์กวันที่ 5 ต.ค. 2569 ปัจจัยพื้นฐานระยะสั้นยังให้น้ำหนัก “บวก” จากตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอและความคาดหวังว่าเฟดจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย โดย Nasdaq มีโอกาสโดดเด่นกว่าดัชนีอื่น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวและแรงขายทำกำไรยังเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ตลาดผันผวนระหว่างวัน.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/326252&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xehPyXuoG40UQoKv1ryei