ผลกระทบต่อความเชื่อมั่น-การลงทุน
ปัญหาสแกมเมอร์ส่งผลกระทบเชิงลบหลายมิติ:
• ภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ: การมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาทำให้นานาชาติเพ่งเล็งและ “ลดทอนความน่าเชื่อถือ” ของไทย ส่งผลให้การทำธุรกรรมระหว่างประเทศถูกตรวจสอบเข้มงวด และส่งผลเสียต่อการลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว
• ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ: เงินจำนวนมหาศาลไหลออกสู่เส้นทางมืด ทำให้เศรษฐกิจสูญเสียสภาพคล่อง และความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงินสั่นคลอน
• ความเสียหายทางสังคม: นอกจากสูญเงินแล้ว ยังมีการ ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสะท้อนความอ่อนแอของกลไกป้องกันและบังคับใช้กฎหมาย
ทางออก: การจัดการที่เฉียบขาดและก้าวทันโลก
การต่อสู้กับเครือข่ายข้ามชาติขนาดใหญ่นี้ต้องอาศัยการยกระดับการจัดการ และขอความร่วมมือจากประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ และเกาหลีใต้ ในการเข้าจัดการอย่างเด็ดขาด
.
สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
- มาตรการทางเทคโนโลยี: นำระบบสอดส่องทางการเงินขั้นสูงมาใช้เพื่อ วิเคราะห์เส้นทางเงินผิดปกติแบบเรียลไทม์ และบล็อกบัญชีต้องสงสัย
- การลงโทษที่เข้มงวด: ลงโทษอย่างเด็ดขาดทั้งผู้กระทำและผู้สนับสนุน
- สร้างภาพลักษณ์ใหม่: ประกาศตัวเป็นศูนย์กลางการทำธุรกิจที่โปร่งใสในเวทีโลก พร้อมจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับประเทศสำคัญ
นักวิเคราะห์ย้ำเตือนว่า “ความล่าช้า เท่ากับ ความเสียหาย” หากรัฐบาลยังปล่อยให้สแกมเมอร์ลอยนวล
ปัญหานี้จะบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาวอย่างไม่อาจแก้ไขได้ การจัดการจึงต้องเป็นระบบและเชื่อมโยงทุกหน่วยงานอย่างจริงจัง
ที่มา : statista thansettakij
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/860393&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IADvnHzDKXjXJW2FoTWRt
