รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนพฤษภาคม 2569

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา-ประจำเดือนพฤษภาคม-2569

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ประจำเดือนพฤษภาคม 2569

***************************************

  1. ภาพรวมเศรษฐกิจ/ สถานการณ์สำคัญ

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ ณ เดือน เมษายน 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,977.754 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,465.914 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 103 โครงการ

1.1 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานล่าสุด (ข้อมูล เม.ย. 69) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 68 หดตัวร้อยละ 2.7 อัตราเงินเฟ้อ ปี 68 อยู่ที่ร้อยละ 31.00 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 68 อยู่ที่ระดับ 1,100 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งคาดการณ์ ปี 69 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศของ เมียนมา (GDP) ปี 69 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 3 อัตราเงินเฟ้อ ปี 69 คาดว่าร้อยละ 19 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 69 คาดว่า 1,520 เหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมียนมา

ตัวชี้วัดทาง

เศรษฐกิจที่สำคัญ

ปี

2561

ปี

2562

ปี

2563

ปี

2564

ปี

2565

ปี 2566

ปี 2567

ปี
 2568

ปี 2569

(คาดการณ์)

GDP Growth (%)

6.3

6.6

-9

-11.99

4.01

0.99

-1.1

-2.7

3

GDP (billions of US$)

66.7

68.8

81.26

68.05

61.77

64.51

64.28

65.01

83.83

GDP per Capita (US$)

1,270

1,300

1,530

1,271

1,146

1,190

1,179

1,100

1,520

Inflation (%)

7.3

9.1

2.2

9.60

28.00

25.48

26.50

31.00

19.00

ที่มา: IMF https://www.imf.org/en/countries/mmr

1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อสกุลเงินสำคัญ เม.ย. 68 และ เม.ย. 69

ประเทศ/สหภาพ

สกุลเงิน

อัตราทางการ

สิ้นเดือน พ.ค. 68

อัตราทางการ

สิ้นเดือน พ.ค. 69

อัตราตลาดออนไลน์

สิ้นเดือน พ.ค. 69

อัตราตลาด

สิ้นเดือน พ.ค. 69

USA 

USD

2,100.00 MMK

2,100.0 MMK

3,658.00 MMK

4,205.00MMK

Euro

EUR

2,372.94 MMK

 2,443.98 MMK

4,257.18 MMK

4,895.00 MMK

Singapore 

SGD

1,635.90 MMK

1,643.64 MMK

2,863.07 MMK

3,230.00 MMK

Thailand

THB

64.44 MMK

64.39 MMK

112.16 MMK

129.03 MMK

                    ข้อมูลจากธนาคารกลางเมียนมา https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrate,Myanmar Market Price Application

1.3 ภาวะการลงทุน

1.3.1 มูลค่าการลงทุนตามรายประเทศนักลงทุนสำคัญ

ภาพรวมด้านการลงทุนทางตรงของต่างประเทศในเมียนมา (FDI) ในเดือน เมษายน 2569 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) อนุมัติโครงการไปแล้ว คิดเป็นมูลค่า 472.627 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

ประเทศที่มีการลงทุนทางตรง FDI ในเมียนมา เดือนเมษายน 2569

อันดับ

ประเทศ

มูลค่าการลงทุน 

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

เม.ย.69

สัดส่วน (%)

1

สิงคโปร์

155.004

32.79 %

2

จีน

201.129

42.55%

3

ฮ่องกง

54.891

11.61 %

4

ไทย

31.589

6.68 %

5

เกาหลีใต้

14.823

 3.14 %

6

ไต้หวัน

2.295

 0.49 %

7

ญี่ปุ่น

1.500

0.32 %

รวม

472.627  

100%

                                                                                 https://www.dica.gov.mm

image.png

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสม จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

image.png

                                                    https://www.dica.gov.mm

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสมจนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน เมษายน 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 96,388.942 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ไทย 4) ฮ่องกง และ 5) สหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 3 มูลค่า 11,716.148 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 12.45 โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 160 โครงการ

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

­­image.png

                                                                                     https://www.dica.gov.mm 

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน มีนาคม 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,977.754 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,465.914 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 103 โครงการ

1.3.2 มูลค่าการลงทุนตามประเภทสาขาการลงทุนที่สำคัญ

     ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนในเมียนมาของปีงบประมาณ 2026 – 2027 ในเดือน เมษายน 2569 รายละเอียดดังตาราง 

อุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมียนมา

ปีงบประมาณ 2026-2027 (เม.ย. 69)

อันดับ

ประเภทธุรกิจ มูลค่า(ล้านเรียญสหรัฐ) มี.ค. 69 สัดส่วน

1

Manufacturing  

245.249

51.8%

2

Power  

68.750

14.55 %

3

Services  

3.688

0.78 %

4

Livestock&Fisheries

2.500

0.53 %

5

Agriculture  

0.525

0.11 %

รวม

472.627

100%

  สาขาการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

                                    image.png

                                                               https://www.dica.gov.mm

2. สถานการณ์การค้า (การนำเข้า-ส่งออก) ของเมียนมา 

การค้าระหว่างประเทศเมียนมา (ข้อมูล GTA)

1. เมียนมามีการค้ารวมประมาณ 4-5 หมื่นล้านเหรียญ

2. เมียนมานำเข้าประมาณ 2.1-2.5 หมื่นล้านเหรียญ

3. เมียนมาส่งออกประมาณ 2.1-2.3 หมื่นล้านเหรียญ

อันดับของไทยกับการค้าเมียนมา

 1. ไทย เป็นคู่ค้า ลำดับ 2 ของเมียนมา (รองจากจีน)

 2. ไทย เป็นแหล่งนำเข้า ลำดับ 2 ของเมียนมา

    (รองจากจีน) ไทยประมาณ 20% จีนประมาณ 50%

 3. ไทย เป็นตลาดส่งออก ลำดับ 2 ของเมียนมา

    (รองจากจีน) ไทยประมาณ 15% จีนประมาณ 40%

image.png

image.png

image.png

สถิติการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ข้อมูล GTA: .. – มี.ค. 69)

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ม.. – มี.ค. 69)

                                                                                                                      หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Export

Import

Trade Volume

2026

2025

%

2026

2025

%

2026

2025

%

Jan-Mar

Jan-Mar

change

Jan-Mar

Jan-Mar

change

Jan-Mar

Jan-Mar

change

5,655

5,155

9 %

5,711

5,727

-1%

11,366

10,882

4 %

GTA:GlobalTradeAtalas

ในเดือนมกราคม  มีนาคม 2569 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 11,366 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 5,655 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ  9 % การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 5,711 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 1 %

 ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม  มีนาคม 2569 เมียนมาขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า 56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องแต่งกาย ก๊าซธรรมชาติ พืชพันธุ์ ผักต่างๆ  สินแร่ รองเท้า ยางพารา  ปลา สัตว์น้ำ ไม้ เมล็ดน้ำมัน อัญมณี เป็นต้น 

สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกล ผ้าทอ เส้นด้าย ยานพาหนะ พลาสติก เหล็ก ปุ๋ย เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น

 สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมา (ข้อมูลกรมศุลกากรไทย: .. – เม.ย. 69)

ตารางที่ 11 สรุปมูลค่าการค้าระหว่างไทย – เมียนมา

รายการ

มูลค่า: ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อัตราขยายตัว (%)

สัดส่วน (%) / โลก

2568

ม.ค.-เม.ย

2569

ม.ค.-เม.ย

2568

ม.ค.-เม.ย

2569

ม.ค.-เม.ย

2568

ม.ค.-เม.ย

2569

ม.ค.-เม.ย 

มูลค่าการค้า

2,572.94

2,538.53

7.03

– 1.34

1.19

0.92

การส่งออกของไทย

1,515.37

1,683.82

9.81

11.12

1.41

1.32

การนำเข้าของไทย

1,057.56

854.71

3.30

– 19.18

0.97

0.58

ดุลการค้าของไทย

457.81

829.11

28.51

81.10

       ที่มา : Thailand’s Trade Statistic (moc.go.th) 

ปี 2569 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและเมียนมาระหว่าง เดือน มกราคม-เม.ย  มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น  2,538.53                ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 1.34 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไทยมีการส่งออกไปยังเมียนมาเป็นมูลค่า 1,683.82            ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.12 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับการนำเข้าสินค้าจากเมียนมามายังประเทศไทยมีมูลค่า 854.71 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 19.18 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 829.11     ล้านเหรียญสหรัฐ 

สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอืนๆ เม็ดพลาสติก เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปูนซิเมนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นต้น

image.png

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น  แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ ลวดและสายเคเบิล ไม้ซูง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ  กล้อง เสนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป    ถ่ายภาพยนตร์ เสื่อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

                              image.png

3. สถานการณ์สำคัญ 

3.1 นโยบาย 100 วัน รัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา แผนแม่บทการฟื้นตัวของเมียนมา

นโยบาย 100 วัน รัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา แผนแม่บทการฟื้นตัวของเมียนมา ช่วง 20 เม.ย. – 31 ก.ค. 69 (100 วัน) และแนวทางการพัฒนาประเทศเมียนมาระยะต่อไป ซึ่งพลเอกอาวุโสมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา แถลงต่อรัฐสภาเมียนมา เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจและรายได้ประชาชน ตลอดจนพัฒนาการศึกษา สาธารณสุข และพัฒนาเมียนมาสู่ประเทศที่ดีขึ้น บนพื้นฐานของความมั่นคง สันติภาพและการพัฒนาประเทศ โดยมีนโยบายสำคัญ    เช่น เรื่องความมั่นคงและสันติภาพ เปิดโอกาสให้กลุ่มต่างๆ เจรจาหารือร่วมกันและเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เรื่องการศึกษาให้ความสำคัญกับการพัฒนามนุษย์ นำความรู้การเกษตร ปศุสัตว์ อุตสาหกรรม เทคโนโลยี เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อเป็นทักษะการทำงานและยกระดับรายได้ การพัฒนาชนบท เกษตรกร ธุรกิจ MSMEs (ธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็กและขนาดย่อม) การส่งเสริมการผลิตในเมียนมาทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงทางพลังงานและการส่งเสริมพลังงานสะอาด การส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาสาธารณสุข

ผลกระทบ/โอกาส นโยบาย 100 วันและแนวทางการพัฒนาประเทศเมียนมาระยะต่อไปของรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาเป็น “โอกาสที่ดี” ในการพัฒนาเมียนมาบนพื้นฐานของความมั่นคง สันติภาพและการพัฒนาประเทศ ซึ่งนโยบายเรื่องต่างๆ จะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนชาวเมียนมาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ ทั้งธุรกิจเมียนมา ธุรกิจต่างชาติและธุรกิจไทยที่ทำการค้ากับเมียนมาหรือลงทุนทำธุรกิจในเมียนมาด้วย ทั้งนี้ ได้รับสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่มีแนวโน้มที่ดีในการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจกิจ การผ่อนคลายกฎระเบียบด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน ตามลำดับและตามความเหมาะสมต่อไป ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจทั้งการค้าและการลงทุนในเมียนมา

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งเมียนมาได้เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น มีนโยบายและแนวทางการพัฒนาประเทศ บนพื้นฐานของความมั่นคง สันติภาพและการพัฒนาประเทศ รวมทั้งมีแนวโน้มที่ดีในการการผ่อนคลายกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและธุรกิจไทย โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.2  ภาครัฐและภาคเอกชนไทยพบหารือหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมา

ภาครัฐและภาคเอกชนไทยพบหารือหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมา ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์เมียนมา (MOC : Ministry of Commerce) กระทรวงวางแผนแห่งชาติ การลงทุนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศของเมียนมา (MNPIFER : Ministry of National Planning, Investment and Foreign Economic Relations) และธนาคารกลางเมียนมา (CBM : Central Bank of Myanmar) โดยคณะฝ่ายไทยนำโดยอุปทูตไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงย่างกุ้ง โดยมี สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประทศ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง) และสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา (TBAM : Thai Business Association of Myanmar) เข้าร่วมพบหารือด้วย ซึ่งได้เข้าพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมา ได้แก่ รมว.กระทรวงพาณิชย์เมียนมา รมว.กระทรวงวางแผนและการลงทุนฯ เมียนมา และผู้ว่าธนาคารกลางเมียนมา เพื่อแสดงความยินดี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา แสดงความเชื่อมั่นและพร้อมไปต่อของภาคเอกชนไทยในเมียนมา และหารือประเด็นด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน การขนส่ง  เพื่อสนับสนุนการค้าไทย-เมียนมา การลงทุนและทำธุรกิจในเมียนมา การผ่อนคลายและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ซึ่งได้รับสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่มีแนวโน้มที่ดีในการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการค้า การลงทุน การเงิน ตามลำดับตามความเหมาะสมต่อไป โดยมีหลักการสำคัญคือ การรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงในเมียนมา ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศและส่งเสริมเศรษฐกิจเมียนมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจและเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน

ผลกระทบ/โอกาส การเยี่ยมคารวะและการเข้าพบหารือหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมาเป็น “โอกาสที่ดี” ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของไทยและเมียนมาที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ส่งเสริมความเป็นมิตรประเทศและความร่วมมือการพัฒนาเรื่องต่างๆ รวมทั้งแสดงความเชื่อมั่นและพร้อมไปต่อของภาคเอกชนไทยในเมียนมา โดยขอให้เมียนมาพิจารณาผ่อนคลายและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจในเมียนมา ซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจประเทศต่างๆ ในเมียนมา รวมถึงธุรกิจไทยด้วย โดยได้รับสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่มีแนวโน้มที่ดีในการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการค้า การลงทุน การเงิน ตามลำดับและตามความเหมาะสมต่อไป ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจทั้งการค้าและการลงทุนในเมียนมา

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งหากการเมืองเมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย มีเสถียรภาพและได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมทั้งหากผ่อนคลายนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.3 เมียนมาส่งเสริมการส่งออกจากเมียนมา

เมียนมาส่งเสริมการส่งออกจากเมียนมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เมียนมา ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกทางการค้าของเมียนมา เพื่อส่งเสริมการส่งออกสินค้าจากเมียนมาและนำรายได้การส่งออกสินค้าจากเมียนมา (Export Earning) นำกลับเข้าเมียนมาเพื่อนำเข้าสินค้าจำเป็นของเมียนมาต่อไป โดยสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของเมียนมา คือ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม (Garment หรือ CMP : Cut-Make-Pack) ส่งออกเป็นสัดส่วน 25-30% ของสินค้าส่งออกเมียนมาทั้งหมด ส่งออกไปญี่ปุ่น ยุโรป เป็นต้น ส่วนสินค้าส่งออกอันดับ 2 ของเมียนมา คือ ก๊าซธรรมชาติ ส่งออกสัดส่วน 20-30% ของสินค้าส่งออกเมียนมาทั้งหมด ส่วนใหญ่ส่งออกไปจีนและไทย สำหรับการนำเข้าของเมียนมา สินค้านำเข้าอันดับ 1 ของเมียนมา คือ น้ำมันเชื้อเพลิง นำเข้าเป็นสัดส่วน 30-35% ของสินค้านำเข้าเมียนมาทั้งหมด ส่วนใหญ่นำเข้าจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย นอกจากนี้เมียนมานำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิตทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม เช่น ผ้าผืน เหล็ก วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร ชิ้นส่วน เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ ปุ๋ย เป็นต้น ซึ่งเป็นประเภทสินค้านำเข้าที่เมียนมาให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหรือปัจจัยการผลิตในเมียนมา ทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม เกิดการผลิต แปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่ม การจ้างงานในเมียนมา

ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมการผลิตในเมียนมาและการส่งออกจากเมียนมาเป็น “นโยบายสำคัญ” ของเมียนมา เพื่อใช้ในเมียนมาและทดแทนการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ โดยรายได้การส่งออกจากเมียนมา (Export Earning) เป็นเรื่องสำคัญที่เมียนมาส่งเสริม เพื่อให้มีรายได้เข้าประเทศและมีเงินตราต่างประเทศเข้าเมียนมา ช่วยให้เมียนมาลดการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งมีเงินตราต่างประเทศจากรายได้การส่งออกจับคู่กับการขอใบอนุญาตนำเข้าเมียนมา   (Import License) สินค้านำเข้าเมียนมาและชำระค่าสินค้านำเข้าต่อไป ทั้งนี้ นอกจากการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิตภาคเกษตรและอุตสาหกรรมของเมียนมาแล้ว เมียนมามีการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูป เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค ด้วย แต่มีสัดส่วนน้อยกว่าการนำเข้าเพื่อการผลิต เนื่องจากเมียนมาส่งเสริมให้ผลิตในเมียนมาทดแทนการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ โดยทุกสินค้านำเข้าต้องขอใบอนุญาตนำเข้าสินค้า (Import License) ก่อนนำเข้าสินค้าสู่เมียนมา และมีแนวทางให้จับคู่กับรายได้การส่งออกจากเมียนมา (Export Earning) ประกอบการขอ Import License ด้วย

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งเมียนมาได้เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น มีนโยบายและแนวทางการพัฒนาประเทศ บนพื้นฐานของความมั่นคง สันติภาพและการพัฒนาประเทศ รวมทั้งมีแนวโน้มที่ดีในการการผ่อนคลายกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและธุรกิจไทย โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.4 งาน Instore Promotion 2026 ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา

งาน Instore Promotion 2026 ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา สคต.ย่างกุ้ง ร่วมกับศูนย์การค้าและ Supermarket ในเมียนมา ได้แก่ Makro และ Capital เมียนมา จัดงาน Instore Promotion 2026 ธีม “Thai Best” ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา ช่วงปลายเดือน พ.ค. ถึงต้นเดือน มิ.ย. 69 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. Makro เมียนมา ชื่องาน “Thai Best Selection 2026″ วันที่ 22 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 (2 สัปดาห์) สินค้าไทยร่วมโปรโมชั่นประมาณ 100 รายการ ครอบคลุม Makro เมียนมา 2 สาขา (สาขา 1 Sat San และ สาขา 2 Insein) โดยมีพิธีเปิดงานวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. 69 เวลา 10.00 น. ณ Makro สาขา 2 Insein : Kha Wae Chan

2. Capital เมียนมา ชื่องาน “Thai Best Buy 2026″ วันที่ 22 พ.ค. – 10 มิ.ย. 69 (3 สัปดาห์) สินค้าไทยร่วมโปรโมชั่นประมาณ 100 รายการ ครอบคลุม Capital เมียนมา 6 สาขา (ย่างกุ้ง 4 สาขา ได้แก่ Dawbon, Sanchaung, North Dagon, Hmawbi รวมทั้งอีก 2 สาขา ได้แก่ เมือง Mandalay และเมือง Pyin Oo Lwin) พิธีเปิดงานวันเสาร์ที่ 23 พ.ค. 69 เวลา 10.00 น. ณ Capital สาขา Dawbon 

ในงานมีสินค้าไทยหลากหลาย เช่น ผลไม้ไทย อาหารสำเร็จรูป ขนม เครื่องปรุงรส เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เครื่องครัว ของใช้ในครัวเรือน เป็นต้น โดยจัด Promotion ลดราคาสินค้า (บางรายการลดสูงสุด 30%) ซื้อสินค้าครบ 50,000 จ๊าต ได้คูปองชิงโชค จับรางวัล Lucky Draw รวมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการขายสินค้าไทย นอกจากนี้ มี Influencer ศิลปินเมียนมา ร่วมพิธีเปิดงาน และมีร้านอาหาร Thai Select สาธิตทำอาหารไทยในพิธีเปิดงานด้วย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอาหารไทย ความเป็นไทย เชื่อมโยงกับการขายสินค้าไทยในงาน เช่น วัตถุดิบปรุงอาหารและสินค้าเครื่องปรุงรสของไทย เป็นต้น ขอเชิญท่านที่สนใจ เข้าร่วมงาน Instore Promotion ส่งเสริมสินค้าไทยในเมียนมา ที่ Makro และ Capital เมียนมา

ผลกระทบ/โอกาส การจัดงาน Instore Promotion ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา เป็น “โอกาสที่ดี” ของสินค้าไทยในตลาดเมียนมา ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยและสินค้าไทย ซึ่งชาวเมียนมามีความชื่นชอบและนิยมสินค้าไทยอยู่แล้ว จึงเป็นการตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทยและสินค้าไทยให้อยู่ในใจลูกค้าชาวเมียนมามากขึ้น โดยการจัดงานร่วมกับ Makro และ Capital ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและ Supermarket ชั้นนำในเมียนมา เป็นช่องทางการค้าที่มีศักยภาพและเข้าถึงลูกค้าชาวเมียนมาในวงกว้าง

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ตลาดเมียนมามีศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ เพราะมีความต้องการและนิยมสินค้าไทยมาก อย่างไรก็ตาม ตลาดเมียนมา มีความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะ กฎระเบียบการค้า เช่น Import License สินค้านำเข้าสู่เมียนมา อัตราแลกเปลี่ยนและ                               สภาพคล่องเงินต่างประเทศในเมียนมา โดยขอให้ธุรกิจไทยติดตามและปรับกลยุทธ์รองรับ 
ทั้งนี้ เมียนมาได้เปลี่ยนผ่านสู่  ระบบประชาธิปไตยมากขึ้น มีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้ว รวมทั้งมีแนวโน้มที่ดี ในการการผ่อนคลายกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและธุรกิจไทยต่อไป 

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.5 พิธีเปิดงาน Instore Promotion 2026 ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา

พิธีเปิดงาน Instore Promotion 2026 ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา โดยสคต.ย่างกุ้ง ร่วมกับศูนย์การค้าและ Supermarket ในเมียนมา ได้แก่ Makro และ Capital เมียนมา จัดงาน Instore Promotion 2026 ธีม “Thai Best” ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา ช่วงปลายเดือน พ.ค. ถึงต้นเดือน มิ.ย. 69 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. Makro เมียนมา ชื่องาน “Thai Best Selection 2026″ วันที่ 22 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 (2 สัปดาห์) สินค้าไทยร่วมโปรโมชั่นประมาณ 100 รายการ ครอบคลุม Makro เมียนมา 2 สาขา (สาขา 1 Sat San และ สาขา 2 Insein) โดยมีพิธีเปิดงานวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. 69 ณ Makro สาขา 2 Insein : Kha Wae Chan

2. Capital เมียนมา ชื่องาน “Thai Best Buy 2026″ วันที่ 22 พ.ค. – 10 มิ.ย. 69 (3 สัปดาห์) สินค้าไทยร่วมโปรโมชั่นประมาณ 100 รายการ ครอบคลุม Capital 6 สาขา (ย่างกุ้ง 4 สาขา ได้แก่ Dawbon, Sanchaung, North Dagon, Hmawbi รวมทั้งอีก 2 สาขา ได้แก่ Mandalay และ Pyin Oo Lwin) โดยมีพิธีเปิดงานวันเสาร์ที่ 23 พ.ค. 69 ณ Capital สาขา Dawbon 

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากท่านอุปทูต สถานทูตไทย กรุงย่างกุ้ง เป็นประธานพิธีเปิดงาน รวมทั้งมีผู้บริหาร Makro เมียนมา และ Capital เมียนมา ประธานสมาคม TBAM (สมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา) ข้าราชการทีมประเทศไทยและท่านผู้สนใจให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดและสนับสนุนส่งเสริมการขายสินค้าไทยในงาน โดยมี KOL ศิลปินเมียนมาใส่ชุดไทยร่วมพิธีเปิดงาน รีวิวอาหารไทย สินค้าไทย ความชื่นชอบประเทศไทยและสินค้าไทย การตกแต่งออกแบบเน้นสีธงชาติไทย เพื่อตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทย เชื่อมโยง สินค้าไทยและการเลือกซื้อสินค้าไทย ในงานมีการแสดงวัฒนธรรมไทยคือเซิ้งส้มตำ เชื่อมโยงความเป็นไทยกับอาหารไทยและสินค้าไทย รวมทั้งมีการสาธิตการทำอาหารไทย โดยร้าน Thai Select เชื่อมโยงกับเครื่องปรุงรสไทยและสินค้าไทยด้วย

บรรยากาศในงานคึกคักผู้คนเลือกซื้อจับจ่ายสินค้าไทย ในงานมีสินค้าไทยหลากหลาย เช่น ผลไม้ไทย อาหารสำเร็จรูป ขนม เครื่องปรุงรส เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เครื่องครัว ของใช้ในบ้าน เป็นต้น โดยจัด Promotion ลดราคาสินค้า (บางสินค้าลดสูงสุด 30%) ซื้อสินค้าครบ 50,000 จ๊าต ได้คูปองชิงโชค จับรางวัล Lucky Draw รวมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการขายสินค้าไทย ขอเชิญท่านที่สนใจ เข้าร่วมงาน Instore Promotion ส่งเสริมสินค้าไทยในเมียนมา ที่ Makro และ Capital เมียนมา

ผลกระทบ/โอกาส การจัดงาน Instore Promotion ส่งเสริมการขายสินค้าไทยในเมียนมา เป็น “โอกาสที่ดี” ของสินค้าไทยในตลาดเมียนมา ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยและสินค้าไทย ซึ่งชาวเมียนมามีความชื่นชอบและนิยมสินค้าไทยอยู่แล้ว จึงเป็นการตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทยและสินค้าไทยให้อยู่ในใจลูกค้าชาวเมียนมามากขึ้น โดยการจัดงานร่วมกับ Makro และ Capital ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและ Supermarket ชั้นนำในเมียนมา เป็นช่องทางการค้าที่มีศักยภาพและเข้าถึงลูกค้าชาวเมียนมาในวงกว้าง

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ตลาดเมียนมามีศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ เพราะมีความต้องการและนิยมสินค้าไทยมากอย่างไรก็ตาม ตลาดเมียนมามีความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะ กฎระเบียบการค้า เช่น Import License สินค้านำเข้าสู่เมียนมา อัตราแลกเปลี่ยนและสภาพคล่องเงินต่างประเทศในเมียนมา โดยขอให้ธุรกิจไทยติดตามและปรับกลยุทธ์รองรับ เช่น พิจารณาการผลิตสินค้าไทยในเมียนมา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเมียนมาเรื่องส่งเสริมการผลิตในประเทศ ทั้งนี้ เมียนมาได้เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น มีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้ว รวมทั้งมีแนวโน้มที่ดีในการการผ่อนคลายกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและธุรกิจไทยต่อไป 

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง

                                                                                                                 มิถุนายน 2569

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/yj87qmzhcdjfk4dz97bh69ws&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GHRyXBrEQAp_ZFbtmnvHS