จากเครื่องเทศพื้นบ้านที่อยู่คู่ครัวไทยมานับร้อยปี สู่การเป็น “สินค้า GI” ที่มีแหล่งกำเนิดและอัตลักษณ์ชัดเจน “มะแขว่นเชียงใหม่” ก้าวใหม่ของวัตถุดิบท้องถิ่นที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาหวังใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่า เปิดตลาดอาหาร–เครื่องปรุง–ผลิตภัณฑ์แปรรูป พร้อมเปลี่ยนภูมิปัญญาชุมชนให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของเกษตรกร
เครื่องเทศพื้นบ้านที่เคยอยู่ในวิถีชีวิตและครัวเรือนของชุมชน กำลังถูกยกระดับให้มีบทบาทมากขึ้นในตลาดอาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูป หลัง “มะแขว่นเชียงใหม่” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ GI
การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรับรองชื่อและแหล่งกำเนิดสินค้า แต่สะท้อนความพยายามนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้สร้างความแตกต่างให้กับสินค้าเกษตร โดยอาศัยจุดเด่นจากสายพันธุ์ สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และภูมิปัญญาการผลิตของแต่ละพื้นที่ เป็นเครื่องมือเพิ่มมูลค่าและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด
“มะแขว่นเชียงใหม่” เป็นตัวอย่างของเครื่องเทศที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวล้านนามาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่บริเวณไหล่เขาหรือพื้นที่สูงประมาณ 800–1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพอากาศค่อนข้างเย็นและมีความชื้นสูง ประกอบกับดินที่มีความเป็นกรดและระบายน้ำได้ดี ทำให้ผลผลิตมีลักษณะเด่นทั้งรสเผ็ดร้อนและกลิ่นหอม
มะแขว่นถูกนำมาใช้ในอาหารพื้นเมืองภาคเหนืออย่างกว้างขวาง ทั้งลาบ หลู้ ส้า แกงแค แกงอ่อม และพริกลาบ โดยผลสดสามารถนำไปดองและรับประทานเป็นผักแนม ขณะที่ผลแห้งใช้เป็นเครื่องเทศและเครื่องปรุงรส
ปัจจุบันเชียงใหม่มีผู้ผลิตมะแขว่นประมาณ 500–600 ราย ผลผลิตเฉลี่ย 500–600 ตันต่อปี ทั้งในรูปแบบสดและแห้ง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 15–18 ล้านบาทต่อปี และยังมีโอกาสขยายตัวตามความต้องการของตลาดอาหารและอุตสาหกรรมแปรรูป
การขึ้นทะเบียน GI ทำให้ “มะแขว่นเชียงใหม่” กลายเป็นสินค้า GI รายการที่ 8 ของจังหวัด ต่อจากสินค้าอัตลักษณ์สำคัญอย่างผ้าตีนจกแม่แจ่ม ศิลาดลเชียงใหม่ ร่มบ่อสร้าง ข้าวก่ำล้านนา กาแฟเทพเสด็จ ส้มสายน้ำผึ้งฝาง และลิ้นจี่จักรพรรดิฝาง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6204669/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CgXffX3dtjmZM4yLPlGqi
