มติเอกฉันท์! “กนง.” คงดอกเบี้ย 1.00% ปรับเพิ่ม GDP ปี 69 โต 2.4% ปี 70 ขยับแตะ 2.1% – สยามรัฐ

มติเอกฉันท์!-“กนง”-คงดอกเบี้ย-100%-ปรับเพิ่ม-gdp-ปี-69-โต-24%-ปี-70-ขยับแตะ-2.1%-–-สยามรัฐ
มติเอกฉันท์! “กนง.” คงดอกเบี้ย 1.00% ปรับเพิ่ม GDP ปี 69 โต 2.4% ปี 70 ขยับแตะ 2.1% – สยามรัฐ

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม 2569 พร้อมปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็นขยายตัว 2.4% จากเดิม 2.3% และปี 2570 คาดเติบโต 2.1% เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.8% โดยมีแรงหนุนจากการส่งออกและวัฏจักรการลงทุนด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ขณะที่ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและภาระหนี้

นายดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี โดยการประชุมครั้งนี้มีกรรมการ 1 ท่านลาประชุม

คณะกรรมการประเมินว่า เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์อย่างต่อเนื่อง แต่การเติบโตยังต่ำกว่าระดับศักยภาพ และผลดีจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจดังกล่าวยังกระจุกตัวอยู่ในบางกลุ่มธุรกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นชั่วคราวในปีนี้จากปัจจัยด้านอุปทาน ส่วนสินเชื่อรวมขยายตัวจากธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก แต่สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัว จึงต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการรายย่อยและครัวเรือนกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด

นายดอนระบุว่า “คณะกรรมการฯ เห็นว่าการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลาย ควบคู่ไปกับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด มีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวไม่ทั่วถึง จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ แต่ต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงจากราคาน้ำมัน และผลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งผ่านต้นทุนในระยะข้างหน้า”

สำหรับประมาณการเศรษฐกิจไทย กนง. ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวในปี 2569 เป็น 2.4% จากเดิม 2.3% และปี 2570 เป็น 2.1% จากเดิม 1.8% โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI ซึ่งมีแนวโน้มดีกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ประโยชน์จากการขยายตัวดังกล่าวยังจำกัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจและแรงงานภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคบริการที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนใหญ่

ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนระดับสูง ตลาดแรงงานที่เปราะบาง และกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพ นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีแนวโน้มลดลงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่วนผู้ประกอบการ SMEs ยังคงเผชิญข้อจำกัดในการปรับตัวและการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่กระจายตัวอย่างทั่วถึง

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไป กนง. คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1% ในปี 2569 และ 1.3% ในปี 2570 โดยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 จากราคาพลังงานและผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ ก่อนจะกลับมาอยู่ในระดับต่ำลงจากผลของฐานราคาและอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและปัญหาเชิงโครงสร้าง

ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2% ในปี 2569 และ 1.3% ในปี 2570 ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ภายในกรอบเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม กนง. ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจสูงกว่าที่ประเมินไว้ โดยเฉพาะจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ข้อจำกัดของมาตรการพยุงราคาพลังงาน และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจกระทบต่อเงินเฟ้อพื้นฐานและการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะปานกลาง

สำหรับตลาดการเงิน ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง หลังตลาดปรับมุมมองต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ไปในทิศทางที่เข้มงวดมากขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับเพิ่มขึ้นบ้างตามทิศทางตลาดการเงินโลก

ในส่วนของภาคสินเชื่อ ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนผ่านสินเชื่อ ซึ่งเป็นช่องทางระดมทุนหลัก ยังคงทรงตัวสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยสินเชื่อรวมขยายตัวจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ส่วนใหญ่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่อง รองรับต้นทุนที่สูงขึ้น และสนับสนุนการลงทุนระลอกใหม่

อย่างไรก็ตาม สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัวต่อเนื่องในเกือบทุกสาขาธุรกิจ เนื่องจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง แม้คุณภาพสินเชื่อโดยรวมยังทรงตัว แต่ กนง. เห็นว่าจำเป็นต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางในระยะต่อไป

นายดอนกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มุ่งรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับการสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนและการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทาน

ทั้งนี้ กนง. จะติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด รวมถึงประเมินผลของการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและระบบการเงินในระยะยาว เพื่อให้การดำเนินนโยบายการเงินเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากราคาพลังงาน สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย

#กนง #ดอกเบี้ยนโยบาย #เศรษฐกิจไทย #GDPไทย #ธนาคารแห่งประเทศไทย #เงินเฟ้อ #เงินบาท #สินเชื่อSMEs #ข่าวเศรษฐกิจ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/331810&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2y8XAlVbqS8bUzTeY4tZLa

Related Post