ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.14 แกว่งไร้ทิศทาง จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ-ราคาทอง

ภาวะตลาดเงินบาท:-ปิด-31.14-แกว่งไร้ทิศทาง-จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ-ราคาทอง

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)

          นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวันนี้ อยู่ที่ระดับ 31.14 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก  ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.17 บาท/ดอลลาร์            โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.08-31.21 บาท/ดอลลาร์ โดยภาพรวมแล้วตลอดทั้งวันนี้ เงินบาทยัง  เคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทาง และผันผวนตามสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก รวมทั้งตามทิศทางของดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่า ขณะที่วันนี้   มีต่างชาติเข้าซื้อพันธบัตรราว 5,200 ล้านบาท            คืนนี้ นักลงทุนรอติดตามการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. รวมทั้งติดตามสถานการณ์ราคา  ทองคำตลาดโลก            นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.05 - 31.30 บาท/ดอลลาร์              * ปัจจัยสำคัญ            - เงินเยน อยู่ที่ระดับ 155.30 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 155.90 เยน/ดอลลาร์            - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1910 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1890 ดอลลาร์/ยูโร            - ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,410.44 จุด เพิ่มขึ้น 9.55 จุด (+0.68%) มูลค่าซื้อขาย 72,261.36 ล้านบาท            - สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 4,819.24 ล้านบาท            - ปลัดคลัง ยืนยัน พร้อมที่จะดำเนินการโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" ตามนโยบายรัฐบาล โดยขณะนี้ระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยว  ข้องได้เตรียมการไว้หมดแล้ว 100% ทั้งเรื่องร้านค้า และประชาชนที่จะเข้าร่วมโครง แต่รายละเอียดทั้งหมดต้องรอความชัดเจนจากฝ่าย  นโยบายอีกครั้ง            - คลัง-ก.ล.ต. ยกระดับตลาด TFEX ไฟเขียว "คาร์บอนเครดิต-คริปโทเคอเรนซี" เป็น "สินค้าอ้างอิง" ภายใต้ พ.ร.  บ.สัญญาซื้อขายสินค้าล่วงหน้า พ.ศ.2546 เพื่อให้ตลาดอนุพันธ์ไทยมีความหลากหลาย ดึงดูดนักลงทุน และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในโลก  การเงินการลงทุนที่ก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเศรษฐกิจดิจิทัล            - บล.ทิสโก้ ประเมินว่า ภายในปีนี้ ดัชนี SET มีโอกาสปรับขึ้นไปแตะระดับ 1,500 จุด หากรัฐบาลใหม่สามารถสร้างความ  เชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนได้ว่าเศรษฐกิจไทยมีศักยภาพเพียงพอจะกลับมาขยายตัวในระดับ 4% ในช่วงถัดไป แทนการเติบโตเฉลี่ยเพียง 2% ต่อ  ปี ดังเช่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา            -  ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 69 มีแนวโน้มขยายตัวได้เพียง   1.6% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หากไม่นับรวมช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ สะท้อนถึงความอ่อนแอเชิงโครงสร้างที่  ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง            - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า เควิน วอร์ช ซึ่งเป็นผู้ที่เขาเสนอให้ดำรงตำแหน่ง  ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่นั้น จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตสูงถึง 15%             - ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยืนยันว่า นโยบายกำแพงภาษีของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลกระทบ  ต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าที่หลายฝ่ายวิตก พร้อมโต้แย้งว่า ผู้ที่แบกรับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นนั้น แท้จริงแล้วคือชาวต่างชาติ และบริษัทต่างชาติ ไม่ใช่  ชาวอเมริกัน            - รมว.คลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จะนำแผนเก็บภาษีสินค้าอาหาร-เครื่องดื่ม กลับมาบังคับใช้อีกครั้ง หลัง  จากระงับการจัดเก็บเป็นเวลา 2 ปี   

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRD90IQ000C9ZZBHUFVVC53RV67AVHYU&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yS5uNP7g8j_JnSTD_OQWw