สดช.เตรียมทบทวนแผนขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนใหม่ 1,200 แห่ง หลัง “ไชยชนก ชิดชอบ” สั่งทบทวนโครงการ ย้ำดูงบประมาณและความคุ้มค่า ชี้ประชาชนยุคใหม่ใช้เน็ตที่บ้าน
ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีอยู่จำนวน 2,222 แห่ง ทั่วประเทศ โดยเป็นการลงนามสัญญาเมื่อปี 2566 และจะครบกำหนดสัญญาในปี 2571 ซึ่งในสมัยที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี สมัยพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลนั้น มีนโยบายให้ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช .) ขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนใหม่เพิ่มเติมอีก 1,200 แห่ง อีกทั้งยังมีแนวคิดให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ใช้สาขาของไปรษณีย์ไทย ทำหน้าที่เสมือนศูนย์ดิจิทัลชุมชนในการเป็นพื้นที่ให้ความรู้ สำหรับการทำตลาดอีคอมเมิร์ซ ด้วย
ล่าสุด ภายใต้การทำงานของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี คนปัจจุบัน ได้ขอให้สดช.ทบทวนโครงการดังกล่าว โดยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า สดช.เตรียมทบทวนจัดตั้ง”ศูนย์ดิจิทัลชุมชน”เพิ่มเติมอีก 1,200 ศูนย์ ตามแผนงานเดิม หลังจากนายไชยชนก ชิดชอบ ให้สดช. พิจารณาทบทวนว่าการจัดตั้งเพิ่มดังกล่าว มีความคุ้มค่าหรือไม่
เนื่องจากโครงการนี้ได้ดำเนินงานมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ดังนั้นในภาพรวมต้องทบทวนว่ามีจุดไหนที่ต้องปรับปรุง บางจุดที่ติดตั้งไปแล้วเป็นเวลานาน มีการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับงบประมาณหรือไม่ เพราะบางจุดเมื่อเวลาเปลี่ยนไป อาจจะไม่ได้มีคนใช้งานแล้ว หรือประชาชนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ หรืออินเทอร์เน็ตบ้านของตนเองได้แล้ว เป็นต้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สดช. ได้จัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 1,722 แห่ง ใน 77 จังหวัด และได้เปิดให้บริการเพิ่มเติมอีก 500 แห่ง รวมเป็น 2,222 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ผ่าน “โครงการพัฒนาระบบนิเวศศูนย์ดิจิทัลชุมชนอย่างยั่งยืน” ภายใต้แผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์ที่ 5 ของแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 – 2564 และ เพื่อใช้เป็นพื้นที่แหล่งเรียนรู้สู่อนาคตดิจิทัล
สำหรับการจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน ใช้งบประมาณศูนย์ละประมาณ 4 แสนบาทต่อปี และดำเนินโครงการมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี เป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและพัฒนาสังคมในพื้นที่ชนบท โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ประชาชน ผู้มีรายได้น้อย คนพิการ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในสังคมในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในสถานที่ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย อาทิ วัด มัสยิด ที่ทำการหมู่บ้าน โรงเรียน และห้องสมุด เป็นต้น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/733187&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xKYn3wMKMJDgYqK99t0Si
