วิเคราะห์ 3 มรสุมใหญ่
1. ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geopolitics & Geoeconomics): การใช้ภาษีและค่าธรรมเนียมเป็นอาวุธทางการเมือง ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกผันผวน
2. ภัยพิบัติและภาวะโลกร้อน (Climate Change): ภาระงบประมาณมหาศาลในการเยียวยาน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งกระทบต่อเสถียรภาพการคลัง
3. ความอ่อนแอเชิงโครงสร้างภายใน: หนี้ครัวเรือนที่ฝังรากลึกและสังคมสูงวัยที่ทำให้การบริโภคภายในประเทศติดหล่ม รวมถึงสัดส่วนการลงทุนที่ลดลงจาก 40% ของ GDP ในอดีตเหลือเพียง 23% ในปัจจุบัน
เปิดยุทธศาสตร์ “ธนู 3 ดอก”
o ดอกที่ 1: การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว: มุ่งเน้น Clean Energy และการเปิด Direct PPA เพื่อดึงดูด FDI ในกลุ่มอุตสาหกรรมนวัตกรรม
o ดอกที่ 2: การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Skill Bridge): การสร้างสะพานเชื่อมระหว่างการศึกษากับโลกธุรกิจ โดยมีข้อกำหนดให้ผู้รับสิทธิประโยชน์ BOI ต้องทำ Technology Transfer สู่แรงงานไทย
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
o ดอกที่ 3: การปฏิรูปกฎหมาย (Omnibus Law): การออกกฎหมายรวบยอด (กฎหมายรวบยอด) เพื่อลดขั้นตอนราชการที่ซับซ้อน ปลดล็อกปัญหาที่ดินและใบอนุญาตให้เป็น Fast Track
ยุทธศาสตร์เหล่านี้จะเป็นเลเยอร์พื้นฐานที่ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ก่อนจะส่งต่อให้นโยบายการเงินเข้ามาทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
การปฏิรูปโครงสร้างการเงินและการแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฉายภาพในมิติของเสถียรภาพทางการเงิน เสถียรภาพและการเติบโตของ GDP คือสองด้านของเหรียญเดียวกัน หากเศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพเป็นเวลานาน เสถียรภาพย่อมพังทลายลงในที่สุด
• ประเมินมาตรการเฉพาะจุด (Targeted Policies): ธปท. ปรับบทบาทเชิงรุกผ่าน 4 แผนงานหลัก: 1) การแก้หนี้ NPL รายย่อย (บัญชีต่ำกว่า 1 แสนบาท) ผ่าน Virtual AMC 2) การเติมสินเชื่อ SME แสนล้านบาทผ่านกลไกค้ำประกัน 3) การกำกับดูแลทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัล (USDT) เพื่อสกัดทุนเทาและลดความผันผวนของค่าเงิน และ 4) การสังคายนาค่าธรรมเนียมธนาคาร (เช่น Prepayment Fee และ Transaction Fee) ให้เป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนจริง
• วิเคราะห์ “SWOT” : ความท้าทายที่แท้จริงคือการที่ Potential GDP (ศักยภาพการเติบโต) ของไทยลดลงมาอยู่ที่ 2.7% การกระตุ้นความต้องการ (Demand Side) ระยะสั้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้โจทย์นี้ได้ แต่ต้องอาศัยการลงทุนใหม่และเพิ่ม Productivity เพื่อยกเพดานการเติบโตให้สูงขึ้น
|
หัวข้อเปรียบเทียบ |
นโยบายการเงินแบบเดิม |
บทบาทเชิงรุกของ ธปท. ในยุคใหม่ |
|
เครื่องมือ |
เน้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย |
มาตรการเฉพาะจุด (Targeted) + ดอกเบี้ย |
|
การจัดการหนี้ |
ปล่อยตามกลไกตลาด |
เข้าแทรกแซงเชิงโครงสร้าง (NPL/SME Boost) |
|
การกำกับดูแล |
เน้นระบบธนาคารพาณิชย์ |
ขยายสู่ทองคำ/สินทรัพย์ดิจิทัล/สกัดทุนเทา |
|
เป้าหมายหลัก |
เสถียรภาพเงินเฟ้อ |
เสถียรภาพควบคู่การเติบโตที่ทั่วถึง |
โอกาสและการขับเคลื่อน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เมลินดา กู๊ด ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมา มองว่าประเทศไทยมีจุดแข็งที่หายากคือความเป็น “Neutral Middle” หรือตัวกลางที่เป็นกลางท่ามกลางสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม ไทยต้องเร่งปิดช่องว่าง “Missing Middle” ในด้านเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
• วิเคราะห์ 5 เครื่องยนต์เติบโต
1. Agribusiness: เน้นความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) โดยมีตัวอย่างความสำเร็จคือ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ (Pet Food) ที่ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิต Top 5 ของโลก
2. Manufacturing: ยกระดับสู่ Green & Advanced Manufacturing
3. Tourism: เปลี่ยนจากปริมาณสู่คุณภาพ
4. Creative Industries: การแปรรูป Soft Power สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ
5. Digital Services: การสร้าง Data Center สู่การเป็น Digital Backbone ของภูมิภาค
• มูลค่าทางเศรษฐกิจและจุดเปลี่ยน
o หากไทยยกระดับทักษะดิจิทัลพื้นฐานได้ จะเพิ่ม GDP ได้ถึง 20%
o การปรับปรุงภาคการผลิตสีเขียวช่วยเพิ่ม GDP ได้อีก 2.9% ภายใน 10 ปี
o หากภาค ICT ของไทยเทียบเท่ามาเลเซีย จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้กว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
o วิเคราะห์: ปัญหาใหญ่คือ Digital Skill Deficit โดยเยาวชนและผู้ใหญ่ถึง 74% ยังขาดทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐาน
The Great Reset: การปรับฐานเศรษฐกิจไทยในยุคโลกปั่นป่วน
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนสมาคมธนาคารไทย มองว่า เรากำลังอยู่ในโลกที่เรียกว่า “Never Normal” ที่พายุสงครามการค้ายกที่ 2 (Trump Tariff) จะรุนแรงและยืดเยื้อ ดร.กอบศักดิ์ใช้การเปรียบเทียบที่คมชัดว่า “ประเทศไทยวันนี้คือ Sony ในโลกที่มี LG และ Samsung” หากเราไม่เปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังเหมือนเครื่องเล่น MP3 ในยุคที่มี iPod
• ถอดรหัสหนี้ครัวเรือน: ปัญหารากเหง้าคือ หนี้นอกระบบที่มีสัดส่วนสูงถึง 42% ซึ่งมีกลไกทวงถามที่รุนแรงและดอกเบี้ยมหาศาล เป็นตัวฉุดรั้งกำลังซื้อที่แท้จริงของประเทศ
• 3 คาถาเพื่อการอยู่รอด: มองโลกตามจริง (ยอมรับว่าโมเดลเดิมใช้ไม่ได้แล้ว), เปลี่ยนผ่านให้เร็ว (Pivot สู่เทคโนโลยีใหม่), และลงมือทำ (Execution)
The Great Resilience: กลยุทธ์การปรับตัวของยักษ์ใหญ่พลังงานไทย
ภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรยุทธศาสตร์ ปตท. ใช้กลยุทธ์ “Lean & Clean” เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและการสร้างกำไรที่ยั่งยืน
• กลยุทธ์การบริหารพอร์ตโฟลิโอ: เร่งการ Divest (ถอนการลงทุน) ในธุรกิจที่ไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และ Accelerate ในกลุ่ม LNG และระบบนิเวศ EV
• Asset Monetization (ขุมทรัพย์ในงบดุล): การหยิบสินทรัพย์ที่ “นั่งเฉยๆ” เช่น ท่อส่งและคลังน้ำมัน มาสร้างเป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางเพื่อดึงดูดพันธมิตรระดับโลก (Strategic Partners) ซึ่งได้รับความสนใจจาก Private Equity ชั้นนำกว่า 15 ราย
• Mission X และ AI: ปตท. พิสูจน์ให้เห็นว่าการใช้ AI และการปรับปรุงประสิทธิภาพภายใน (Internal Improvement) สามารถ เพิ่มกำไรได้ถึง 3.8 หมื่นล้านบาท ในปีที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนงานรูทีนให้เป็นงานสร้างสรรค์
ทรานส์ฟอร์มการท่องเที่ยวสู่ Migration Economy
พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ฉายภาพว่า ถึงเวลาต้องเลิกนับแค่จำนวนหัวนักท่องเที่ยว และหันมาโฟกัสที่ “มูลค่า” ผ่านโมเดล “Migration Economy”
• วิเคราะห์ช่องว่าง: นักท่องเที่ยวในไทยพักเฉลี่ย 11.6 วัน (นานกว่าญี่ปุ่น/เม็กซิโก) แต่ใช้จ่ายเพียง 385 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อวัน ขณะที่คู่แข่งอยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ นี่คือช่องว่าง “Long Stay, Low Pay” ที่ต้องเร่งแก้ไข
• กลยุทธ์ Soft Power และ IP: การสร้าง IP (Intellectual Property) ระดับโลกในไทย เช่น “Thai Boxing Capital” ที่ไม่ใช่แค่ค่ายมวย แต่รวมถึง Athlete Visa, Wellness Rehab และ Branded Residences เพื่อดึงดูดเม็ดเงินมหาศาล
• ข้อเสนอแนะ: รัฐต้องเชื่อมโยง ททท. และ BOI เพื่อเปลี่ยน “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ให้เป็น “นักลงทุนและประชากรคุณภาพ” ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ไร้รอยต่อ
Roadmap สู่ปี 2569
สรุปจุดร่วมสำคัญจากเหล่านักยุทธศาสตร์: ประเทศไทยต้องเลิกวิเคราะห์แต่ต้องเริ่ม “Execution” ทันทีผ่าน 5 Action Plan หลัก
1. Legal Transformation: ออก Omnibus Law เพื่อรวบยอดขั้นตอนอนุมัติการลงทุนให้จบในจุดเดียว
2. Structural Debt Resolution: แก้หนี้นอกระบบ 42% อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อคืนกำลังซื้อให้ฐานราก
3. Human Capital Reboot: ใช้โครงการ Skill Bridge และ AI มายกระดับทักษะดิจิทัลเพื่อปิดช่องว่าง Digital Deficit
4. Industry Pivot: เคลื่อนย้ายทรัพยากรจากอุตสาหกรรมเก่า (Sony Model) สู่ New Economic Core (AI/Data Center/Green Manufacturing)
5. Migration Strategy: ยกระดับการท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจการพำนักคุณภาพสูง สร้าง Value Density จาก 385 ดอลลาร์สหรัฐ ให้สูงขึ้น
กุญแจสำคัญคือ “3 คาถา” ของความอยู่รอด: มองโลกตามจริง เปลี่ยนผ่านให้เร็ว และที่สำคัญที่สุดคือการลงมือทำ (Execution) เพราะในมรสุมปี 69 ผู้ที่รอดไม่ใช่ผู้ที่รอ แต่คือผู้ที่กล้าจะข้ามขีดจำกัดเดิมตั้งแต่วันนี้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/738556&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qZxnWiM8a8eSISF4xUXWi
