ปลุก ‘คนละครึ่ง’ ต่อลมหายใจเศรษฐกิจไทย ส่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568

ปลุก-‘คนละครึ่ง’-ต่อลมหายใจเศรษฐกิจไทย-ส่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี-2568

ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายจากแนวโน้มการชะลอตัวและค่าครองชีพที่สูงขึ้น รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือประชาชนแบบครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 และการฟื้นฟูโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 มาตรการเหล่านี้มุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนกว่า 33 ล้านคน กระตุ้นกำลังซื้อ และเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2568 ด้วยงบประมาณรวมกว่า 62,000 ล้านบาท จากงบกลางและเงินเหลือจ่ายปีงบประมาณ 2568

รัฐบาลแจกเงินช่วยเหลือ 3 กลุ่มใหญ่ – บัตรสวัสดิการ 13 ล้านคน ได้เพิ่ม 1,700 บาท/งวด; ผู้เสียภาษี 11 ล้านคน ได้สมทบ 2,400 บาท ในคนละครึ่ง 60:40; ผู้อยู่นอกระบบ 9 ล้านคน ได้ 2,000 บาท เริ่มใช้ตุลาคม 2568

โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการแห่งรัฐ: ช่วยเหลือผู้ถือบัตรคนจน 13 ล้านคน โดยตรง

โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 เป็นมาตรการหลักที่ครม. เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม กระทรวงการคลัง โดยมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
.
กลุ่มเป้าหมายและสิทธิประโยชน์
กลุ่มที่ 1: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จำนวน 13 ล้านคน ตามฐานข้อมูลโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ณ วันที่ 1 กันยายน 2568

วงเงินที่ได้รับ: เพิ่มเติม 850 บาทต่อคนต่อเดือน (รวมกับวงเงินเดิม 300 บาทต่อเดือน) เป็น 1,150 บาทต่อเดือน หรือรวม 1,700 บาทต่องวด ในระยะเวลา 2 เดือน (พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568) ทำให้ได้รับรวม 2,000 บาทต่อเดือน ในงวดเดียว

การใช้งาน: ใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเกษตรกรรม ผ่านร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด วงเงินที่เหลือไม่สะสมข้ามเดือน
.
งบประมาณและการดำเนินการ
โครงการนี้ใช้งบประมาณ 22,000 ล้านบาท จากเงินเหลือจ่ายของงบประมาณปี 2568 ซึ่งจะโอนเข้ากองทุนสวัสดิการแห่งรัฐและโอนตรงให้ผู้มีรายได้น้อย โดยกองทุนประชารัฐสวัสดิการฯ จะบริหารจัดการ ณ วันที่ 17 กันยายน 2568 กองทุนมีเงินคงเหลือ 1,220,964,214.60 บาท (บัญชีที่ 1: 860,909,402.43 บาท สำหรับช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย; บัญชีที่ 2: 360,054,812.17 บาท สำหรับโครงการสังคมและบริหาร) แต่ไม่สามารถนำมาใช้ได้เนื่องจากมีภาระผูกพัน จึงต้องจัดสรรงบกลางเพิ่มเติม 22,780 ล้านบาท

กระทรวงการคลังคาดว่า มาตรการนี้จะเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ถือบัตรฯ มีการใช้จ่ายเกือบเต็มวงเงิน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชนท้องถิ่น และช่วยเพิ่มอัตราการขยายตัวของ GDP ประมาณ 0.07-0.08% ต่อปี โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่การบริโภคและการผลิตต้องการแรงกระตุ้น

ผู้ถือบัตรคนจน13 ล้านคน ได้เพิ่ม 1,700 บาท/งวด (รวมเดิม 2,000 บาท) ใช้ พ.ย.-ธ.ค. 2568 งบ 22,000 ล้านบาท จากเงินเหลือจ่าย ช่วย GDP +0.07-0.08%
โครงการคนละครึ่งพลัส: กระตุ้นเศรษฐกิจครอบคลุม 20 ล้านคน ด้วยงบ 40,000 ล้านบาท
.

นอกจากมาตรการสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการ รัฐบาลยังฟื้นฟูโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าท้องถิ่น โดยปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และแบ่งกลุ่มผู้รับสิทธิชัดเจน โดยใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เช่นเดิม
กลุ่มเป้าหมายและสิทธิประโยชน์
.
โครงการนี้ครอบคลุมประชาชน 20 ล้านคน แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก โดยปรับอัตราสมทบจากเดิม 50:50 เป็น 60:40 (รัฐสมทบ 60%) เพื่อลดภาระประชาชน
กลุ่มที่ 2: ผู้อยู่ในระบบภาษี (ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) จำนวน 11 ล้านคน

สิทธิพิเศษ: รัฐสมทบ 2,400 บาท (ประชาชนเติมเงิน 2,000 บาท) รวมใช้จ่ายได้ 4,000 บาท
ข้อจำกัด: จับจ่ายวันละไม่เกิน 200 บาท
กลุ่มที่ 3: ผู้อยู่นอกระบบภาษี (ประชาชนทั่วไปที่ไม่ยื่นภาษี) จำนวน 9 ล้านคน

สิทธิประโยชน์: รัฐเติมเงิน 2,000 บาท โดยตรง (ประชาชนไม่ต้องเติมเพิ่ม)
ทั้งสองกลุ่มใช้สิทธิผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายร้านค้าขนาดเล็กและสร้างการหมุนเวียนเงินในเศรษฐกิจฐานราก
.
การลงทะเบียนและระยะเวลา
การลงทะเบียน: เปิดรับสมัครใหม่ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือแอปเป๋าตัง ผู้ที่เคยเข้าร่วมเฟส 5 ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่ผู้เข้าร่วมเฟสก่อนหน้า (1-4) หรือไม่เคยเข้าร่วมต้องลงทะเบียนใหม่
.
เริ่มใช้สิทธิ: ปลายเดือนตุลาคม 2568 หากลงทะเบียนเสร็จสิ้น ระยะเวลาใช้สิทธิ 2 เดือน (พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568) สอดคล้องกับโครงการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการ
.
งบประมาณ: 40,000 ล้านบาท จากงบประมาณปี 2569 (รวมกับเงินเหลือจ่ายปี 2568) โดยส่วนหนึ่งมาจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน
ย่อสั้น: คนละครึ่งพลัส 20 ล้านคน – ผู้เสียภาษี 11 ล้าน ได้ 2,400 บาทสมทบ (เติม 2,000 บาท ใช้ 4,000 บาท); นอกระบบ 9 ล้าน ได้ 2,000 บาทตรง ลงทะเบียน ต.ค. ใช้ปลายเดือนนั้น งบ 40,000 ล้านบาท
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม: สร้างสมดุลการช่วยเหลือและการเติบโต
.
มาตรการทั้งสองโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน 33 ล้านคน (รวมกลุ่มทั้งหมด) โดยตรง สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 60,000 ล้านบาท ในระบบเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญสำหรับการบริโภคและการลงทุน คาดว่าจะกระตุ้น GDP เพิ่มขึ้น 0.07-0.08% จากการใช้จ่ายในร้านค้าท้องถิ่น ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชน
ในด้านสังคม โครงการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ โดยหลีกเลี่ยงการซ้ำซ้อนสิทธิ (เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการไม่รวมในคนละครึ่ง เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มอื่น) อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องเผชิญความท้าทาย เช่น การประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง การตรวจสอบการใช้จ่าย และการประสานงานกับร้านค้า เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
.
ตัวอย่างการคำนวณผลกระทบทางเศรษฐกิจ:
.
แนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนและมุมมองอนาคต
ประชาชนควรเตรียมตัวโดยเช็กสิทธิผ่านเว็บไซต์กระทรวงการคลัง (www.mof.go.th) หรือแอปเป๋าตัง สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการ สิทธิจะเข้าอัตโนมัติโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ส่วนโครงการคนละครึ่ง ควรติดตามกำหนดการลงทะเบียนต้นเดือนตุลาคม เพื่อเริ่มใช้สิทธิทันปลายเดือน

ในอนาคต รัฐบาลตั้งเป้าขยายมาตรการเหล่านี้ให้ยั่งยืน โดยเชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจฐานราก เช่น การพัฒนาร้านธงฟ้าและระบบดิจิทัลการเงิน เพื่อให้การช่วยเหลือไม่ใช่แค่บรรเทา แต่ยังสร้างโอกาสเติบโตระยะยาว

ข้อมูลเพิ่มเติม: ติดต่อกรมบัญชีกลาง หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์โครงการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ (welfare.mof.go.th) สำหรับอัปเดตล่าสุด
สรุป: มาตรการปี 2568 นี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของรัฐบาลในการดูแลประชาชน 33 ล้านคน ด้วยงบรวม 62,000 ล้านบาท ผ่านเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการ 1,700 บาท สำหรับ 13 ล้านคน และคนละครึ่งพลัส 2,000-2,400 บาท สำหรับ 20 ล้านคน เริ่มใช้ตุลาคม-ธันวาคม 2568 เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและกระตุ้น GDP 0.07-0.08% สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3783818/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-8ZvPO7TvT0cAp0SukxbX