ปรับโครงสร้างภาษีใหม่ ขยายฐานรายได้ เสริมความแข็งแกร่งเศรษฐกิจไทย

ปรับโครงสร้างภาษีใหม่-ขยายฐานรายได้-เสริมความแข็งแกร่งเศรษฐกิจไทย
ปรับโครงสร้างภาษีใหม่ ขยายฐานรายได้ เสริมความแข็งแกร่งเศรษฐกิจไทย

ปรับโครงสร้างภาษีใหม่ ขยายฐานรายได้ เสริมความแข็งแกร่งเศรษฐกิจไทย

ภาษีถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ เพราะเป็นแหล่งรายได้หลักที่ภาครัฐนำไปใช้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา สาธารณสุข การคมนาคม และสวัสดิการต่างๆ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญความท้าทายด้านรายได้ภาครัฐจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย และรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีดิจิทัล

ในขณะที่ความต้องการใช้งบประมาณของภาครัฐเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัดส่วนรายได้ภาษีต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศที่มีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกัน ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ด้วยเหตุนี้ การปรับโครงสร้างภาษีจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายฐานภาษี เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ และสร้างความเป็นธรรมให้กับระบบเศรษฐกิจ เพื่อรองรับการเติบโตของประเทศในระยะยาว

เหตุใดประเทศไทยจึงต้องปรับโครงสร้างภาษี

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา รายได้ภาษีของไทยพึ่งพาการจัดเก็บจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหลัก ขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว

ธุรกรรมจำนวนมากเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ การค้าข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้น รวมถึงมีรูปแบบรายได้ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากอดีต ทำให้ระบบภาษีจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ จำนวนแรงงานในระบบมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ภาครัฐต้องใช้งบประมาณด้านสาธารณสุขและสวัสดิการเพิ่มขึ้น หากไม่มีการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ อาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการคลังในอนาคต 

ขยายฐานภาษี มากกว่าการขึ้นภาษี

เมื่อพูดถึงการปฏิรูปภาษี หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นการเพิ่มภาระภาษีให้ประชาชน แต่ในความเป็นจริง แนวคิดสำคัญของการปรับโครงสร้างภาษีคือ “การขยายฐานภาษี” มากกว่าการเพิ่มอัตราภาษี

การขยายฐานภาษีหมายถึง การทำให้ผู้ที่มีรายได้หรือประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้นอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ลดช่องว่างการหลีกเลี่ยงภาษี และปรับกฎหมายให้ทันต่อรูปแบบธุรกิจใหม่

ตัวอย่างเช่น การจัดเก็บภาษีจากผู้ให้บริการดิจิทัลจากต่างประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามรายได้จากการค้าออนไลน์ หรือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลทางภาษี ล้วนเป็นมาตรการที่ช่วยเพิ่มรายได้ของรัฐโดยไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราภาษีของประชาชนส่วนใหญ่

แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างความเป็นธรรมระหว่างผู้เสียภาษีในระบบและนอกระบบ อีกทั้งยังลดภาระของผู้เสียภาษีที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องมาโดยตลอด

ภาษีที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขัน

ระบบภาษีที่ดีไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตรงกันข้าม ภาษีควรเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน และนวัตกรรม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐได้มีการปรับปรุงมาตรการภาษีหลายด้าน

เช่น การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา การให้สิทธิประโยชน์แก่ธุรกิจเทคโนโลยี และการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด

การออกแบบโครงสร้างภาษีที่เหมาะสมจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและบุคลากรทักษะสูง

เมื่อมีการลงทุนเพิ่มขึ้น ย่อมส่งผลต่อการสร้างงาน การเพิ่มรายได้ของประชาชน และการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม

เทคโนโลยีกับการยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี

ปัจจุบันกรมสรรพากรได้พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบ เช่น การยื่นภาษีออนไลน์ ระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt รวมถึงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเพิ่มความถูกต้องและลดต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎหมายภาษี

ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ภาครัฐสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างแม่นยำ ลดการหลีกเลี่ยงภาษี และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มภาระแก่ผู้เสียภาษีที่ปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว

ขณะเดียวกันประชาชนและผู้ประกอบการก็ได้รับความสะดวกมากขึ้นจากการลดขั้นตอนเอกสารและสามารถดำเนินการทางภาษีผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

สร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการปรับโครงสร้างภาษีคือ การสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงระบบภาษีที่มีประสิทธิภาพควรทำให้ผู้ที่มีรายได้สูงหรือได้รับประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจมากกว่ามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศตามศักยภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลไม่ให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบเกินสมควร

รายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้นยังสามารถนำไปใช้พัฒนาบริการสาธารณะ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ เมื่อประชาชนได้รับการศึกษา การสาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ ย่อมส่งผลให้เกิดการพัฒนาทุนมนุษย์และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

สรุป การปรับโครงสร้างภาษีไม่ใช่เพียงเรื่องของการจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น แต่เป็นการวางรากฐานทางการคลังเพื่อรองรับอนาคตของประเทศ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร

แนวทางสำคัญของการปฏิรูปภาษีในปัจจุบันคือการขยายฐานภาษี เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บด้วยเทคโนโลยี ลดช่องว่างการหลีกเลี่ยงภาษี และสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกภาคส่วน โดยหลีกเลี่ยงการเพิ่มภาระต่อประชาชนเกินความจำเป็น

หากดำเนินการได้อย่างสมดุลและต่อเนื่อง การปรับโครงสร้างภาษีจะช่วยเพิ่มรายได้ของรัฐ สร้างเสถียรภาพทางการคลัง สนับสนุนการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่  Inflow Accounting   

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/blogs/columnist/746112&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0y-x9kedSAXtAhW_K9MOMs