เปิดตัวว่าที่รัฐมนตรีคนนอก เน้นด้านเศรษฐกิจ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.2568 หลังสภาโหวตให้เป็นนายกฯ แต่ยังไม่โปรดเกล้าฯ ครั้งนั้น นายกฯอนุทิน ชิงเปิดตัวว่าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นคนนอก เทคโนแครต สร้างกระแสตอบรับเป็นวงกว้าง เทคโนแครตหลายคน “เบอร์ใหญ่” ไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ามารับงานระยะสั้นแค่ 4 เดือน เช่น อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง ยังเหลืออายุราชการที่กระทรวงการคลังอีกถึง 6 ปี แต่กลับตัดสินใจลาออกมาร่วม ครม.อายุสั้นแค่ 4 เดือน
คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่ รมว.พาณิชย์ ก็ถูกตั้งข้อสังเกตคล้ายๆ กัน แม้มาจากภาคเอกชน แต่ตำแหน่งและภาระหน้าที่ก็มีความสำคัญมาก และน่าจะมีรายได้สูงมาก แต่กลับเลือกมารับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกิจ อายุแค่ 4 เดือน กินเงินเดือนแค่แสนกว่าบาท…จริงหรือ
แน่นอนว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีถือเป็นเกียรติประวัติ และประสบการณ์สำคัญที่มีค่ามาก สำหรับคนที่ดำรงตำแหน่ง แต่สถานะรัฐบาลเฉพาะกาล 4 เดือน ไม่น่าจะจูงใจคนระดับนี้ได้
เริ่มเปิดตัวนโยบายเศรษฐกิจด้วย “เมกะโปรเจกต์” ผิดวิสัยรัฐบาลเฉพาะกาล
-โครงการแลนด์บริดจ์ 9.9 แสนล้าน เอาแค่เปิดประมูลได้ กว่าจะเริ่มตอกเสาเข็มต้นแรก เร็วที่สุดก็ประมาณการณ์กันว่าราวๆ ปี 2573
– โครงการรถไฟฟ้า 20 บาท ที่อาจปรับเป็น 40 บาท ต้องใช้งบอุดหนุนมหาศาล เป็นผลประโยชน์ก้อนใหญ่ที่สุ่มเสี่ยงถูกตรวจสอบว่าเอื้อเอกชน หรือประชาชนได้รับประโยชน์แท้จริงกันแน่
นอกจากนี้ยังมีการเร่งเครื่องนโยบายประชานิยม ซึ่งรวมถึง “ชาตินิยม” เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียง แม้จะประเมินว่า หากได้ผลตามเป้า อาจยุบสภาเร็ว แต่ผลอีกด้านคือ หากนโยบายเหล่านี้ประสบความสำเร็จ จะมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลอยู่ทำหน้าที่ต่อไป
แต่ขณะเดียวกัน ความคึกคักของการขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติและกฎหมาย เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเตรียมทำประชามติ มีความคึกคักน้อยกว่านโยบายประชานิยม หรือแม้แต่เมกะโปรเจกต์ระยะยาว ทั้งๆ ที่มีเงื่อนไขของการยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย
อีกทั้งจะสังเกตได้ว่า นายกฯอนุทิน สร้างภาพลักษณ์ใหม่ และเพิ่มความแข็งแกร่งของ “แบรนด์อนุทิน” ในเวทีการเมือง อาทิ แบรนด์ติดดิน กินสตรีทฟู้ดข้างทาง , แบรนด์ไม่ติดหรู แม้รวยมหาศาล , แบรนด์คิดเร็ว ทำเร็ว สั่งการเร็ว หากผิดพลาดก็ถอยเร็ว (กรณีสั่งงานว่าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจ และว่าที่ รมว.กลาโหม) , แบรนด์ผู้นำอนุรักษ์นิยมใหม่ มีความคิดทันสมัย เล่นโซเชียลมีเดียเอง แต่ก็เทิดทูนสถาบันหลักของชาติ , แบรนด์รักชาติ ประกาศไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด , แบรนด์ผู้นำอินเตอร์ มีอดีตทูตมหาอำนาจเข้าพบ ได้รับอวยพรจากทูตยุโรป และชาติมหาอำนาจ ระดับ จี20
ประกาศคืนความเป็นธรรมให้กับการโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะในกระทรวงมหาดไทย แม้จะเป็นไปได้ยากที่จะปรับย้ายได้ครบทุกตำแหน่งในคราวเดียว หากยุบสภาเร็ว เมื่อเป็นรัฐบาลรักษาการจะแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงไม่ได้
ขณะที่หลายฝ่ายสังเกตว่า อาจต้องการทอดเวลาเพื่อใช้จ่ายงบประมาณ และอัดงบลงพื้นที่เป้าหมายให้มากที่สุด เพราะระยะเวลาแค่ 4 เดือน ทำได้ยากมาก เนื่องจากระบบงบประมาณประเทศไทยมีปัญหาการเบิกจ่าย และพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ไม่มีใครอยากอยู่ในตำแหน่งเพียงระยะเวลาสั้นๆ
นอกจากนี้ โอกาส “อยู่ยาว” ของภูมิใจไทย ยังมีอีกหนึ่งความเป็นไปได้ คือการฉกฉวยความได้เปรียบจากการช่วงชิงฐานเสียงทางการเมืองระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ พรรคประชาชน หรือระหว่าง “ค่ายสีแดง” กับ “ค่ายสีส้ม”
ยกตัวอย่าง เช่น 1.ประเด็นรัฐธรรมนูญ ขณะนี้พรรคเพื่อไทยพลิกบทบาทมาเป็นฝ่ายประชาธิปไตย อยากแก้รัฐธรรมนูญขึ้นมาทันควัน อาจชิงจังหวะทางการเมืองกับพรรคประชาชน เพื่อสร้างกระแสว่าเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ช่วงชิงโอกาสของการมีส่วนในกระบวนการตั้ง ส.ส.ร. หรือส่งคนของตัวเองเข้าไปร่วมยกร่างรัฐธรรมนูญให้มากที่สุด โดยโอกาสที่สองพรรคจะขัดแย้งกันมีมาก
และ ถ้ากระแสสังคมไม่สนับสนุน คะแนนเสียงจะเทมาฝั่งภูมิใจไทยที่ไม่ได้ออกตัวแรง แต่ไปเน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงอย่างกัมพูชา
การชิงการนำในการตรวจสอบรัฐบาล โดยเพื่อไทยอาจชิงบทบาทการเป็น “ฝ่ายค้านพรรคหลัก” แทนพรรคประชาชน ทั้งๆที่มีจำนวน สส.น้อยกว่า และไม่ได้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อไทยแสดงบทบาทได้ง่ายกว่า และแรงกว่า เพราะไม่ได้โหวตหนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ และไม่ได้ไฟเขียวให้ภูมิใจไทยตั้งรัฐบาล
หากเพื่อไทยชิงยื่นซักฟอกรัฐบาลภูมิใจไทย จะทำให้พรรคประชาชนกำหนดเกมการเมืองยาก จะร่วมอภิปรายด้วย ก็ดูลักลั่น เพราะสนับสนุนให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเอง หากเวลานั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือทำประชามติ ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง พรรคประชาชนจะร่วมซักฟอกพรรคภูมิใจไทยหรือไม่
เพราะมีโอกาสที่จะขัดแย้งกับภูมิใจไทย โดยเพื่อไทยได้คะแนนนิยมด้านหนึ่งไป ส่วนภูมิใจไทยก็จะได้แต้มในแง่ที่พรรคประชาชนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
สรุป การเมืองสามก๊ก และสามเหลี่ยมมรณะยังคงมีอยู่ และช่วงชิงความได้เปรียบ หรือพร้อมหักหลังกันได้ทุกเมื่อ ทุกเวลา
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378966886&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0o6Bl2X9PzEKHYWXItN8fh
