ธปท. ส่งสัญญาณ! พร้อมใช้นโยบายดอกเบี้ย สนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

ธปท.-ส่งสัญญาณ!-พร้อมใช้นโยบายดอกเบี้ย-สนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า พร้อมใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยขณะนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ยังมีช่องว่างให้สามารถลดลงได้อีก ทั้งนี้ ต้องขึ้นกับข้อมูลของเศรษฐกิจไทยที่จะออกมาในช่วงก่อนการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.ครั้งหน้า ในวันที่  17 ธันวาคม  2568 ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายของปี 2568 อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการลดดอกเบี้ยมีผลจำกัดต่อเศรษฐกิจไทย แต่สิ่งสำคัญคือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

นอกจากนี้ นายวิทัย ระบุว่า ความท้าทายของประเทศไทย คือการมีเครื่องมือนโยบายทางการเงินที่จำกัด โดยเครื่องมือของนโยบายการเงินในบริบทโครงสร้างประเทศไทย หลักๆคือเรื่องของดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งถือเป็นเรื่องเดียวที่เป็นความท้าทาย

โดยปัญหาของเศรษฐกิจไทยที่ไม่เติบโตหรือเงินเฟ้อต่ำนั้น มาจากพื้นฐานเชิงโครงสร้าง ขีดความสามารถทางการแข่งขันที่มีน้อย ซึ่งไทยไม่มีอุตสาหกรรมที่สามารถแข่งขันได้ดี ขาด  New S Curve หรือ ภาวะที่ธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศ ไม่มีแหล่งการเติบโตใหม่ๆ หรืออุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่จะเข้ามาทดแทน ขาด Competitive advantage หรือ การที่ธุรกิจไม่มีคุณลักษณะหรือกลยุทธ์เฉพาะที่ทำให้ตนเองเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดนอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่อง การเข้าสู่สังคมสูงวัย รวมถึงเรื่องหนี้ครัวเรือน และปัญหาอื่นๆอีกที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง 

ซึ่งพวกนี้จะไม่สามารถกระตุ้นด้วยการลดดอกเบี้ยได้มันต้องใช้การลดดอกเบี้ยเพื่อคงสภาพสภาพคล่อง  และช่วยดูแลและใช้มาตรการอื่นๆส่งเสริมร่วมด้วย

ส่วน สถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้ นายวิทัย ระบุว่า เกิดจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า และรายได้จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย จากการที่ไทยเร่งส่งออกในที่ช่วงที่ผ่านมาที่มีปริมาณสูง 

ซึ่งที่ผ่านมา การแข็งค่าของเงินบาทสอดคล้องกับหลายสกุลเงินในภูมิภาค โดยมีบางประเทศที่ค่าเงินอ่อนค่าจากปัจจัยเฉพาะ เช่น เวียดนาม ที่ผู้ส่งออกบางส่วนไม่แลกรายได้จากดอลล่าร์สหรัฐเป็นเงินดอง และมีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้น

นายวิทัย ยอมรับว่า อยากเห็นค่าเงินบาทอ่อนค่าสอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ พร้อมยอมรับว่าการดูแลค่าเงินบาทยังมีข้อจำกัด เนื่องจากสหรัฐมีหลักเกณฑ์การแทรกแซงค่าเงินบาท โดย ธปท. จะเข้าดูแลไม่ให้เงินบาทผันผวนเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีหน้าค่าเงินบาทน่าจะมีทิศทางดีขึ้น จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่น่าจะลดลง

ทั้งนี้ เกณฑ์การพิจารณาของ กระทรวงการคลัง (ในช่วง 12 เดือน) ที่อาจเข้าข่ายเป็นการบิดเบือนค่าเงิน  (currency manipulator) ประกอบด้วย 3 ข้อ ได้แก่
1. เกินดุลการค้าและบริการกับสหรัฐมากกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
2. ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account: CA) มากกว่า  3% ของ GDP
3. แทรกแซงค่าเงินด้านซื้อเงินตราต่างประเทศ  (Forienge exchange)  สุทธิรวมมากกว่า  2% 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/262079&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zCr_oVs9wCCTBimpp_XlK