
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ค.69) นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายน 2569 ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ ส่วนหนึ่งจากผลการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินหลายแห่ง เพื่อรับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น
ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปเริ่มทรงตัวแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ด้านการส่งออกในเดือนเมษายน ขยายตัว 23.3% ในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ตามการส่งออกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ไปสหรัฐอเมริกา จีน และสิงคโปร์ ขณะที่เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการส่งออกเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าไปเม็กซิโกและอาเซียน
ส่วนการนำเข้า ขยายตัว 43.9% จากทุกหมวดสินค้า ทั้งหมวดเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดิอาระเบีย รวมถึงการนำเข้าจากแหล่งอื่น หมวดสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไม่รวมเชื้อเพลิงตามการเร่งนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากการขาดดุลการค้าที่ 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมูลค่าการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และน้ำมันเป็นสำคัญ
“ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลสูง เป็นเรื่องของราคาสินค้านำเข้าที่สูง และมีปริมาณนำเข้า เช่น น้ำมัน ที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นตัวเลขพวกนี้จะขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง และตาม Baseline น่าจะจบได้กลางปีนี้ และตัวเลขพวกนี้จะทยอยปรับลดลง ซึ่งอาจเป็นการขาดดุลชั่วคราวเท่านั้น ส่วนหนึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวที่หายไป ก็เป็นส่วนหนึ่งของสงคราม ก็เป็นสิ่งที่ต้องติดตาม แต่ถ้าห่วงมาก คือ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง” นางสาวชญาวดี กล่าว
นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน เมษายน อยู่ที่ 2.89% โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะในหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เร่งขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 0.83% โดยเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากหมวดอาหารสำเร็จรูปและค่าโดยสารสาธารณะตามการส่งผ่านต้นทุนราคาพลังงาน
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกลางต่อการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามแนวโน้มการส่งออกและการลงทุนในหมวดสินค้าเทคโนโลยียังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมาตรการภาครัฐที่จะทยอยมีผลในระยะข้างหน้า คาดจะมีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม
ทั้งนี้ ระยะต่อไปยังต่อติดตาม พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง, ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน, มาตรการภาครัฐ, การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐ และพัฒนาการของภาวะเอลนีโญ
ด้านค่าเงินบาท ยอมรับว่าในระยะข้างหน้ายังมีความผันผวนสูง ตามปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
“ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูง เป็นผลจากความไม่แน่นอน จากปัจจัยภายนอก จากความกังวลของนักลงทุน เพราะตลาดอ่อนไหวต่อสงคราม” นางสาวชญาวดี กล่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/835503&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FLwsx6P2MJc2cT36XPjB1
