ถอดบทเรียน “เศรษฐกิจเกาหลีใต้” สมาชิก OECD ที่เคยเป็นเหมือนฝาแฝดไทย เกาหลีถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่ไทยสามารถนำแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไปปรับใช้ในระหว่างการเข้าสู่กระบวนการเป็นสมาชิก OECD
ถอดบทเรียน “เศรษฐกิจเกาหลีใต้” สมาชิก OECD ที่เคยเป็นเหมือนฝาแฝดไทย เกาหลีถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่ไทยสามารถนำแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไปปรับใช้ในระหว่างการเข้าสู่กระบวนการเป็นสมาชิก OECD
ไทยกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินงานเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ “OECD” หลังจากคณะมนตรี OECD มีมติเอกฉันท์เชิญไทยเข้าสู่กระบวนการหารือเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2024
OECD มีความสำคัญต่อการปรับปรุงนโยบายและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก และมีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานโลก ใครที่ได้เข้าเป็นสมาชิกเหมือนได้รับการยอมรับว่าเป็น “ประเทศพัฒนาแล้ว” การเข้าร่วมเป็นสมาชิกจึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะได้รับคำแนะนำและแนวทางในการปฏิรูปและพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อหลุดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง”
เกาหลีใต้ หนึ่งในสมาชิก OECD เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับไทยในการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจัง งานสัมมนา Sharing Pathways: Korea’s OECD Membership and Thailand’s Application จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยถือเป็นโอกาสสำคัญให้ไทยได้ถอดบทเรียน
“ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการเป็นสมาชิก OECD จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับประเทศไทย เช่นเดียวกับที่เคยเป็นสำหรับเกาหลี เพื่อให้ไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงขึ้น และบูรณาการเข้ากับระบบโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น” ปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยกล่าวเปิดงาน
ด้านรุจิกร แสงจันทร์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ชี้ว่า การเป็นสมาชิก OECD ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นกระบวนการปฏิรูปที่มีพลวัต ซึ่งเป็นแนวทางในการปรับปรุงธรรมาภิบาล ความยั่งยืน นวัตกรรม และความโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน
ฝาแฝดโตคนละแบบ
ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ และพลังงาน วิเคราะห์ภาพการเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีและไทยไว้อย่างน่าสนใจว่า ในแง่การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ช่วงทศวรรษ 1950 ไทยกับเกาหลีใต้เป็นเหมือน “ฝาแฝด” มีแนวคิดเศรษฐกิจแบบอเมริกันเหมือนกัน มีสถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
เกาหลีเข้าสู่ประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ในช่วงทศวรรษ 1980 ในขณะที่ไทยควรจะมีสถานะเดียวกันในช่วงทศวรรษ 1990 แต่ความหวังจะเป็นเสือตัวที่ 5 ได้เลือนหายไป เพราะการเมืองไทยมีปัญหามากกว่าเนื่องจากยังมีผู้นำที่มาจากทหาร ขณะเดียวกันไทยก็เน้นการค้ามากกว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนวัตกรรม จึงทำให้เศรษฐกิจเกาหลีและไทยเติบโตแตกต่างกัน
“สิ่งที่ผมสังเกตเห็นได้อีกก็คือ เกาหลีมองญี่ปุ่นเป็นคู่แข่ง และต้องการเอาชนะ ขณะที่ไทยโอบรับญี่ปุ่น” ดร. ณรงค์ชัย ผู้ติตตามทิศทางเศรษฐกิจของสองประเทศมานานกว่า 50 ปี กล่าว
อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ เล่าต่อว่า แม้ไทยสามารถออกจากวิกฤติการเงินได้ภายในปี 2001 แต่ปัญหาทางการเมืองก็เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2006 และคงอยู่เป็นเวลานานกว่า 15 ปี การที่ประเทศยังคงมีผู้นำที่มาจากกองทัพจะเน้นให้ความสำคัญกับความมั่นคงและเสถียรภาพมากกว่าความเจริญรุ่งเรือง
ดังนั้น ดร.ณรงค์ชัย จึงมองว่าการเข้าร่วมกระบวนการสู่การเป็นสมาชิก OECD ของไทย เป็นนิมิตหมายที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย
“การเข้าร่วม OECD จะช่วยให้ฝาแฝดที่มีความคล้ายคลึงกันในด้านเศรษฐกิจ ที่เคยเติบโตไปคนละทาง ตั้งแต่ช่วง 2000 ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในครอบครัว OECD คงราวๆ ปี 2030”
ก่อนรุ่งเรือง
ดร. ฮุน ซาฮิบ โซ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาคเอเชียใต้ของธนาคารโลก เผยว่า ช่วงก่อนเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจเกาหลีสู่การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เกาหลีได้ปรับปรุงนโยบายทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
ช่วงที่เศรษฐกิจเกาหลีเติบโตอย่างรวดเร็ว ระหว่างปี 1962-1991 มาจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในทุนทางกายภาพ (physical capital) เพื่อเน้นเพิ่มผลผลิต จากนั้นเกาหลีใต้ก็ก้าวสู่ประเทศรายได้สูงในปี 1995 และได้เป็นสมาชิก OECD ในปี 1996
ก่อนเปลี่ยนผ่านสู่ประเทศรายได้สูง เกาหลีใต้ได้เปิดตลาดมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยการลดอุปสรรคทางภาษีและไม่ใช่ภาษี โดยเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั่วไปเฉลี่ยลดลงจาก 24% ในปี 1983 เหลือ 8% ในปี 1994 และลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินนโยบายเชิงรุกทางเศรษฐกิจผลักดันการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับประเทศต่างๆ และได้ทำข้อตกลงไปแล้วกว่า 17 ฉบับ ครอบคลุม 50 ประเทศ ตั้งแต่กลางทศวรรษ 1990
เมื่อเข้าสู่ช่วงปี 2000 ประเทศก็เปลี่ยนไปให้ความสำคัญเรื่องผลิตภาพรวม (total factor productivity) โดยเฉพาะในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทำให้ผลิตภาพของแรงงานเกาหลีสูงถึง 75% ของค่าเฉลี่ย OECD ภายในปี 2018 และแซงหน้าค่าเฉลี่ย OECD ไปแล้วนับแต่นั้นมา
3 เสาหลักพัฒนาประเทศ
ดร. ฮุน สรุปว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่ยกระดับสู่ประเทศพัฒนาแล้ว พึ่งพาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจาก 3 เสาหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางตลาดของภาครัฐ การเปลี่ยนแปลงนโยบายอุตสาหกรรม และการผลิตแรงงานที่มีการศึกษาและมีทักษะ
นักวิเคราะห์จากธนาคารโลกบอกว่า ในช่วงต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจหลังสงคราม ภาครัฐและบริษัทขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า แชโบล มีความสัมพันธ์ในเชิงหุ้นส่วนอย่างเข้มแข็ง รัฐบาลให้การสนับสนุนด้านตลาดและให้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงสินเชื่อแก่แชโบลเป็นหลัก
เมื่อประเทศเจอวิกฤตการณ์ทางการเงินรัฐบาลจึงปฏิรูปนโยบายการเงินครั้งใหญ่ อาทิ เปิดเสรีตลาดทุน สนับสนุนโลกาภิวัตน์ภาคการเงิน ใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว เปิดตลาดพันธบัตรให้ต่างชาติ ยกเลิกเพดานการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศในหุ้นต่างๆ นอกจากนี้ยังได้ปฏิรูปการเข้าถึงสินเชื่อจากการอนุมัติให้บริษัทขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ไปสู่การให้สินเชื่อแก่บริษัทขนาดเล็ก (20% ล่างสุด) มากขึ้น
ส่วนการเปลี่ยนแปลงนโยบายอุตสาหกรรม เกาหลีใต้ได้เปลี่ยนการเน้นสนับสนุนนวัตกรรมของบริษัทใหญ่ไปสู่การสนับสนุนบริษัทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) และเน้นให้ความสำคัญกับธุรกิจที่พัฒนาเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นและผู้สร้างนวัตกรรมที่มีศักยภาพ ควบคู่ไปกับการให้ทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) ซึ่งทุนด้านนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1980 ก่อนเกาหลีเข้า OECD และปัจจุบันเกาหลีใต้มีอัตราการใช้จ่าย R&D ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ราว 5% สูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากอิสราเอลที่ใช้จ่าย 6% ต่อจีดีพี
ต่อมาในช่วงต้นทศวรรษ 2000 เกาหลีหันไปส่งเสริมการให้ทุนแก่บริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยี เห็นได้จากแอปพลิเคชันกาเกา (Kakao), แพลตฟอร์มเนเวอร์ (Naver), และบริษัทชีวเวชภัณฑ์ Celtrion ที่เติบโตจากสตาร์ตอัปสู่บริษัทขนาดใหญ่ท็อป 10 ของเกาหลีใต้
ขณะนี้เกาหลีใต้มีการลงทุนในเงินลงทุนร่วม (venture capital investment) เมื่อเทียบกับจีดีพีมากเป็นอันดับที่ 3 รองจากแคนาดาและสหรัฐ
ในการพัฒนาบุคลากร เกาหลีใต้ได้ปฏิรูประบบการศึกษาโดยเน้นสนับสนุนการศึกษาด้าน STEM (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม, คณิตศาสตร์) เพื่อเตรียมพร้อมแรงงานรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี
ดร.ฮุน บอกว่า เกาหลีวางแผนเศรษฐกิจระดับชาติโดยคำนึงการพัฒนาทุนมนุษย์เสมอ ในช่วงที่ประเทศเน้นการพัฒนาการผลิตซึ่งต้องใช้แรงงานทักษะต่ำ รัฐบาลให้ความสำคัญด้านการศึกษาระดับอาชีวและวิทยาลัย แต่เมื่อประเทศเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง รัฐบาลก็เน้นสนับสนุนการศึกษาระดับสูงมากขึ้น
OECD คลับช่วยขจัดอุปสรรค
ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้ยังคงมีอุปสรรคที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ในอนาคต คือ การเข้าสู่สังคมสูงวัย ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ และความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี การได้เป็นสมาชิก OECD มีส่วนช่วยให้เกาหลีใต้สามารถวางแผนพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ได้
ดร.ปาร์ค จีวอน ผู้ช่วยนักวิจัย ทีมการเงินระหว่างประเทศ จากสถาบันนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศเกาหลี (KIEP) บอกว่า ประโยชน์ที่สมาชิก OECD จะได้รับคือ คำแนะนำที่ดี
“แม้การนำคำแนะนำเหล่านั้นไปปรับใช้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่พวกเราคำนึงถึงข้อเสนอของพวกเขาเสมอ และเศรษฐกิจเกาหลีกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ก็เพราะได้รับความช่วยเหลือจาก OECD”
ขณะที่ ดร.ฮุน บอกว่า สมาชิกจะได้รับประโยชน์จากการหารือแลกเปลี่ยนนโยบาย แลกเปลี่ยนมุมมองที่เป็นประโยชน์ และได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการว่าได้เข้าสู่ “คลับของประเทศพัฒนาแล้ว” คลับที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการปฏิรูป
ด้านทูตปาร์คเสริมว่า OECD ไม่ได้บังคับให้สมาชิกตัดสินใจใดๆ แต่เป็นสโมสรอันทรงเกียรติที่จะได้รับแรงกดดันที่ดีจากเพื่อนสมาชิก เพื่อเร่งปรับปรุงสถิติ กฎระเบียบ และสถานะต่างๆ ของประเทศ
“การที่สื่อรายงานสถิติต่างๆ เช่น อัตราการเกิดต่ำ อัตราการตาย ของสมาชิก OECD ถือเป็นแรงกดดันที่ดีที่จะทำให้รัฐบาลคิดนอกกรอบ พัฒนาประเทศให้ดีขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/1207717&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rPKZVDeotTN04xK3WDnc7
