ถอดบทเรียน! ‘เวเนซุเอลา’ พึ่งเศรษฐกิจด้านเดียว ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม-ไม่ใช้นวัตกรรม

ถอดบทเรียน!-‘เวเนซุเอลา’-พึ่งเศรษฐกิจด้านเดียว-ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม-ไม่ใช้นวัตกรรม
  • เงินเฟ้อขั้นวิกฤต

รัฐบาลแก้ปัญหาขาดงบด้วยการ “พิมพ์เงิน” ค่าเงินโบลิวาร์จึงแทบไร้ค่าเงินเฟ้อพุ่งเป็นหลักล้านเปอร์เซ็นต์เงินเดือนใช้ซื้ออาหารไม่ได้ภายในไม่กี่วัน

  • คอร์รัปชันและขาดความโปร่งใส

รายได้จากน้ำมันจำนวนมหาศาลไม่ถูกใช้พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนแต่รั่วไหลผ่านการทุจริตและผลประโยชน์ทางการเมืองทำให้โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณสุข และการศึกษาเสื่อมถอย

  • มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

ภายหลังความขัดแย้งทางการเมืองเวเนซุเอลาถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และพันธมิตรยิ่งทำให้ส่งออกน้ำมันยาก เงินทุนไหลเข้าไม่ได้ซ้ำเติมเศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามแม้เวเนซุเอลาจะมีน้ำมันสำรองมากที่สุดอันดับต้นๆของโลก และมีแร่เหล็ก ทองคำ บอกไซต์ โคลแทน และแร่อื่นๆอีกจำนวนมากแต่สิ่งที่ประเทศนี้ทำมาตลอดคือ ขายวัตถุดิบดิบๆแทบทั้งหมด จึงทำให้เกิดปัญหาหลักคืออะไร

  • พึ่งพาการขายน้ำมันและแร่แบบไม่แปรรูป
  • ไม่ได้พัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ปิโตรเคมี เหล็กกล้า อิเล็กทรอนิกส์
  • รายได้เลยผันผวนหนักตามราคาตลาดโลก
  • รัฐผูกขาด ไม่เปิดให้เอกชนแข่งขัน
  • ภาคเหมืองและพลังงานอยู่ในมือรัฐ
  • ขาดนวัตกรรม เทคโนโลยี และประสิทธิภาพการผลิต
  • ไม่ลงทุนในคนและเทคโนโลยี
  • รายได้จากทรัพยากรถูกนำไปอุดหนุนประชานิยม
  • มากกว่าสร้างโรงงาน ความรู้ และทักษะแรงงาน
  • คอร์รัปชัน + บริหารจัดการล้มเหลว
  • เงินจากทรัพยากรรั่วไหล
  • โครงสร้างพื้นฐานและโรงงานเสื่อมโทรม

ดังนั้นจึงทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ

  • เศรษฐกิจไม่หลากหลาย
  • เมื่อราคาน้ำมันตก ประเทศทรุดทันที
  • ขาดเงินนำเข้าอาหาร ยา และเทคโนโลยี
  • เงินเฟ้อรุนแรง ประชาชนยากจน แม้ “อยู่บนกองทรัพยากร”

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือ บทเรียนราคาแพงของเวเนซุเอลา ที่ไทยควรศึกษาว่าไม่ควรพึ่งพาเศรษฐกิจเพียงด้านเดียวด้านใดต้านหนึ่ง และจะต้องต่อยอด สร้างมูลค้าเพิ่ม พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงระบบบริหารประเทศต้องโปร่งใส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/861411&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_QJ7JJxNDakk1b2hnnGfk