ร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ถือเป็นความพยายามสำคัญของประเทศไทยในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศภายใต้บริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี และโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ
ในหลายมิติ แผนฉบับดังกล่าวสะท้อนความก้าวหน้าเชิงแนวคิดอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอมรับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของประเทศอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผลิตภาพการผลิตที่อยู่ในระดับต่ำ การพึ่งพารูปแบบเศรษฐกิจเดิม การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาที่ยังไม่เพียงพอ ตลอดจนข้อจำกัดของ SMEs และ Startup ไทยในการแข่งขันระดับโลก
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะเสาหลักด้าน “การถ่ายทอดและลงทุนใน วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม” อาจกล่าวได้ว่า แม้แผนจะสามารถวิเคราะห์ปัญหาและข้อจำกัดได้อย่างครอบคลุมในหลายประเด็น แต่กรอบคิดเชิงยุทธศาสตร์บางส่วนอาจยังไม่เพียงพอต่อการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจฐานเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบในระยะยาว
ประเด็นสำคัญประการหนึ่ง คือ แนวทางด้านนวัตกรรมของไทยยังคงอาศัยกรอบคิดตามแนวทางดั้งเดิม (Conventional Wisdom) ซึ่งส่วนใหญ่มักอ้างอิงประสบการณ์ความสำเร็จของประเทศมหาอำนาจที่มีขนาดเศรษฐกิจ เงินทุน ทรัพยากรมนุษย์ และฐานเทคโนโลยีในระดับที่แตกต่างจากประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ในบริบทดังกล่าว ประเทศไทยอาจจำเป็นต้องพัฒนายุทธศาสตร์ที่ตั้งอยู่บน “จุดแข็งเฉพาะของประเทศ” มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านภูมิศาสตร์อุตสาหกรรม โครงสร้างภาคการผลิต ความคล่องตัวของภาคเอกชน ตลอดจนศักยภาพในการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทของไทยอย่างแท้จริง
ในอีกมิติหนึ่ง แนวนโยบายด้าน Innovation ยังมีลักษณะมุ่งเน้นการสนับสนุนโครงการด้านนวัตกรรมในภาครัฐเป็นสำคัญ ซึ่งแม้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการตื่นตัวด้านเทคโนโลยีในระยะสั้น แต่ในระยะยาว ประเทศไทยอาจจำเป็นต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกับการกำหนดยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีระดับชาติ (National Technology Transformation Strategy) ที่ชัดเจน และสามารถส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการแข่งขันระดับสากลได้อย่างยั่งยืน
การพัฒนาระบบนิเวศด้านนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) จึงควรมุ่งเน้นการสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนในด้านการวิจัยและพัฒนา การสร้างความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในรูปแบบ Joint Venture การพัฒนากระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงลึก (Translational Research) รวมถึงการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ประเทศไทยอาจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “การสร้างหุ้นส่วนทางเทคโนโลยี” ควบคู่ไปกับการเรียนรู้และพัฒนาขีดความสามารถภายในประเทศ มากกว่าการเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
ในช่วงปี 2571–2575 โลกมีแนวโน้มถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี frontier ใหม่ อาทิ Artificial Intelligence (AI), Humanoid Robotics, Semiconductor, Autonomous Systems, Synthetic Biology, Quantum Computing และ Climate Technology ประเทศที่สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่นในระยะต่อไป อาจไม่ใช่ประเทศที่ดำเนินการทุกด้านพร้อมกัน หากแต่เป็นประเทศที่สามารถกำหนด “สนามยุทธศาสตร์” ที่สอดคล้องกับศักยภาพของตนเองได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ในร่างแผนฯ ยังไม่ปรากฏภาพของ “National Technology Frontier” ของประเทศไทยอย่างชัดเจน ว่าประเทศไทยต้องการสร้างความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีด้านใด หรือจะใช้จุดแข็งใดเป็นฐานในการสร้างความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต
อีกประเด็นหนึ่ง คือ แม้เอกสารจะยอมรับว่าไทยยังอยู่ในโครงสร้างการผลิตแบบ OEM และยังขาดการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงลึกจากต่างประเทศ แต่แนวทางหลักยังให้น้ำหนักกับ “Technology Transfer ในฐานะผู้ใช้เทคโนโลยี” มากกว่าการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยี (Technology Partnership) หรือการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีกับบริษัทต่างชาติในลักษณะหุ้นส่วนระยะยาว
ในบริบทโลกยุคใหม่ หลายประเทศกำลังมุ่งสู่แนวคิด Sovereign AI และ Sovereign Technology ซึ่งหมายถึงการมีเทคโนโลยีหลัก โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของตนเอง ประเทศไทยจึงอาจจำเป็นต้องกำหนดแนวนโยบายที่มุ่งสร้างขีดความสามารถในการ “ร่วมพัฒนาและร่วมเป็นเจ้าของเทคโนโลยี” ควบคู่ไปกับการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ แม้แผนจะกล่าวถึงปัญหาสังคมสูงวัย การขาดแคลนแรงงาน และผลิตภาพที่ต่ำ แต่การให้น้ำหนักต่อ AI และ Robotics อาจยังไม่สอดคล้องกับบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของเทคโนโลยีดังกล่าวในอนาคต ทั้งที่ AI กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับผลิตภาพ ขณะที่ Robotics และ Humanoid Robotics มีแนวโน้มจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของภาคอุตสาหกรรมและบริการในระยะยาว
อีกประเด็นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม คือ กลไกการขับเคลื่อน (Execution Mechanism) ของนโยบายด้านเทคโนโลยีระดับชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีความต่อเนื่อง มีเป้าหมายระยะยาว และสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นเอกภาพ การดำเนินนโยบายผ่านกลไกเฉพาะกิจหรือคณะกรรมการที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจส่งผลให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งต้องอาศัยความต่อเนื่องและการสะสมองค์ความรู้ในระยะยาว ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงโครงสร้างได้เต็มศักยภาพ
ในอนาคต ประเทศไทยอาจจำเป็นต้องพิจารณากลไกเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติม เช่น การจัดตั้ง National AI Mission, Thailand Robotics Initiative, กองทุน Deep Tech ระดับชาติ การสร้าง AI Compute Infrastructure การพัฒนา Regulatory Sandbox สำหรับ AI และ Robotics ตลอดจนการใช้กลไกการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีไทยอย่างเป็นระบบ
ท้ายที่สุด โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการแข่งขันทางเทคโนโลยี การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน และการย้ายฐานการผลิตครั้งสำคัญ ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้าน AI Manufacturing, Robotics, Smart Logistics และ Advanced Electronics ของภูมิภาคอาเซียนได้ หากสามารถกำหนดตำแหน่งทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ (Geo-economic Positioning) ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ หากสามารถปรับกรอบคิดจาก “การสนับสนุนนวัตกรรม” ไปสู่ “การสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของชาติ” ได้อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคตได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ หากข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าวสามารถนำไปสู่การดำเนินการที่เป็นรูปธรรมและเกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติ ก็อาจช่วยสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยสามารถกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ชัดเจน มีเป้าหมายระยะยาว และสร้างผลลัพธ์เชิงโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต
บทความโดย ดร.ชิต เหล่าวัฒนา กรรมการบริหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
อ่านมุมมองน่าสนใจต่อหลากหลายปรระเด็นสำคัญในการพัฒนาประเทศ
กองทุนเพิ่มขีดความสามารถของไทย พร้อมขยายกำลังสร้างทักษะใหม่
ตีโจทย์ใหม่ประเทศไทย อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ สังคมศาสตร์และรัฐศาสตร์
“From Workforce to World force” สร้างคนคุณภาพอย่างไร?
Post Views: 126
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/05/30/issues-about-research-technology-innovation-in-the-14th-plan/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21cGH94zfYOuerC87KS9gc
