การโจมตีของกลุ่มฮูตีในทะเลแดง จะส่งผลอย่างไรต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก

ที่มาของภาพ, NASA Worldview/Reuters
-
- Author, แฟรงค์ การ์ดเนอร์
- Role, ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคง บีบีซีนิวส์
-
Published
-
เวลาอ่าน: 6 นาที
กลุ่มนักรบฮูตีในเยเมนอ้างว่าได้โจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดง ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจทำให้สถานการณ์ที่เปราะบางอยู่แล้วในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
การบังคับให้เรือต้องกลับลำจากช่องแคบบาบ เอล มันเดบ ที่แคบนั้น เป็นการคุกคามที่จะปิดกั้นเส้นทางเดินเรือหลักจากยุโรปไปยังเอเชีย
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่การโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินไป และข้อตกลงในการพัฒนาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของซาอุดีอาระเบียทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันด้านการสร้างอาวุธ
ว่าแต่ตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นพื้นที่ที่อันตรายมากขึ้นหรือเปล่า ?
น่าเศร้าที่ปี 2026 กำลังกลายเป็นหนึ่งในปีที่มีความรุนแรงมากที่สุดปีหนึ่งในพื้นที่หลายส่วนของตะวันออกกลาง
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command – Centcom) ได้ทำการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านติดต่อกันเป็นเวลา 13 คืน
สหรัฐฯ ได้โจมตี “ศูนย์บัญชาการทหารอิหร่าน คลังเก็บโดรน เครือข่ายการสื่อสาร สถานีตรวจการณ์ชายฝั่ง และยุทโธปกรณ์ทางทะเล เพื่อลดภัยคุกคามที่อิหร่านมีต่อพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ” กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.)
กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ซึ่งในยามปกติเป็นดินแดนแห่งความสงบสุขที่มีเหตุอาชญากรรมต่ำและเก็บภาษีน้อย กำลังต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาวุธครบครันจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของทะเล นั่นคือสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
ตอนนี้กลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้เข้าร่วมความขัดแย้งแล้ว หลังจากข้อตกลงหยุดยิงในปี 2022 กับเพื่อนบ่านอย่างซาอุดีอาระเบียดูเหมือนจะล่มลง
เรือของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธในทะเลแดงเมื่อสัปดาห์นี้ ขณะที่กลุ่มฮูตีอ้างว่าได้ขับไล่เรือไปอีก 10 ลำ หลังจากเตือนเรือเหล่านั้นให้หลีกเลี่ยงท่าเรือของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบบาบ เอล มันเดบ อันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมปลายด้านใต้ของทะเลแดงกับมหาสมุทรอินเดีย
เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะนอกเหนือจากการหยุดชะงักอย่างต่อเนื่องของอุปทานพลังงานและปุ๋ยทั่วโลกที่เกิดจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทะเลแดงยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการค้าทางทะเลที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในไม่ช้า
ซาอุดีอาระเบียพยายามจะวางตัวให้ห่างจากสงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ และจนถึงตอนนี้ยังคงค่อนข้างปลอดภัยจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดนในเดือนนี้
เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ซาอุดีอาระเบียจึงสามารถบรรเทาผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันได้บางส่วน ด้วยการขนส่งน้ำมันหลายล้านบาร์เรลต่อวันผ่านทางท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งทอดยาวไปทั่วประเทศอันกว้างใหญ่ จากแหล่งน้ำมันในจังหวัดตะวันออกไปยังท่าเรือส่งออกทะเลแดงที่ยานบู อัล-บาห์ร
จากจุดนั้น พวกเขาสามารถขนส่งน้ำมันดิบจำนวนมากไปยังลูกค้าในเอเชียได้โดยใช้เรือบรรทุกน้ำมันที่ออกเดินทางจากทางใต้ ผ่านเยเมนและช่องแคบบาบ เอล มันเดบ และออกสู่มหาสมุทรอินเดีย
แต่มันจะไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยก็ในขณะที่กลุ่มฮูตีคุกคามเรือที่แล่นผ่านชายฝั่งของพวกเขา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะ “จัดการกับกลุ่มฮูตี” แต่แผนดังกล่าวไม่เคยได้ผลมาก่อน และหากไม่มีข้อตกลงระหว่างกลุ่มฮูตีและสหรัฐฯ เกิดขึ้น สหรัฐฯ ก็จะไม่สามารถจัดการกับกลุ่มฮุตีได้อีกเช่นกันในครั้งนี้

กลุ่มฮูตีเป็นกลุ่มชนเผ่ามุสลิมนิกายชีอะห์จากทางเหนือสุดของเยเมน โดยมีฐานที่มั่นอยู่รอบเมืองซะอาดา (Saada)
ในปี 2014 พวกเขาฉวยโอกาสจากความวุ่นวายของการประท้วงในเหตุการณ์อาหรับสปริงที่เพิ่งเกิดขึ้นทั่วตะวันออกกลาง เคลื่อนทัพลงใต้และยึดครองกรุงซานา เมืองหลวงของประเทศได้สำเร็จ นับตั้งแต่นั้นมา พวกเขาก็ยึดครองพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ส่วนใหญ่ของเยเมนได้สำเร็จ รวมถึงท่าเรือยุทธศาสตร์โฮเดดาห์ด้วย
ซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมสงครามกับกลุ่มฮูตีในปี 2015 เพื่อสนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมาย แต่ถูกขับออกจากอำนาจ เนื่องจากไม่ต้องการให้กองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านขึ้นมามีอำนาจบริเวณชายแดนทางใต้ของตน
พวกเขาคาดหวังว่ากองทัพอากาศที่เหนือกว่าอย่างมากซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตก จะสามารถทิ้งระเบิดใส่กลุ่มฮูตีจนต้องยอมเจรจา และกลุ่มกบฏจะขอสงบศึกอย่างรวดเร็ว ทว่าฮูตีไม่เคยยอมจำนน แม้สูญเสียพลเรือนไปอย่างมากมายซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการโจมตีทางอากาศเป็นเวลาหลายปี และในปัจจุบันพวกเขาก็ยังคงมีอำนาจอย่างมั่นคงในเยเมน
ในช่วงเวลา 2 ปีระหว่าง 2023-2025 กลุ่มฮูตีได้โจมตีสิ่งที่พวกเขาอ้างว่าเป็นเรือขนส่งสินค้าที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลในทะเลแดง ซึ่งพวกเขากล่าวว่าเป็นการกระทำเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
นอกจากนี้ พวกเขายังยิงขีปนาวุธที่ทันสมัยและทรงพลังใส่เรือรบของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรที่พยายามปราบปรามพวกเขา
เช่นเดียวกับแนวชายฝั่งของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เทือกเขาชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนมีถ้ำ อุโมงค์ และที่ซ่อนกระสุนจำนวนมหาศาลที่สามารถนำออกมาโจมตีเรือขนส่งสินค้าได้ในระยะเวลาอันสั้น
การรุกคืบของกลุ่มฮูตีเคยทำให้การขนส่งสินค้าทั่วโลกต้องเปลี่ยนเส้นทางครั้งใหญ่ ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น และกระตุ้นให้สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรเข้าแทรกแซงทางทหารเพื่อปกป้องการค้าทางทะเล
ขณะนี้มีความกังวลว่าเหตุการณ์เช่นนั้นอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง

ที่มาของภาพ, Reuters
ว่าแต่เรื่องทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลางในวงกว้างอย่างไรบ้าง ?
ประการแรก สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ สองประเทศที่เคยประสบกับสงครามกลางเมืองที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง ได้แก่ อิรัก และซีเรีย ปัจจุบันมีความสงบสุขและเสถียรภาพมากขึ้น อย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในอดีต
ในทางเทคนิคแล้วสงครามในฉนวนกาซาอยู่ในภาวะหยุดยิง แม้ว่าชาวกาซายังคงถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศก็ตาม ขณะที่การตั้งถิ่นฐานของอิสราเอล ซึ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศ กำลังขยายตัวไปทั่วเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ส่วนสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนนั้นถูกระงับไว้ชั่วคราว ขณะที่ทั้งสองประเทศยังคงเจรจากันอยู่
แต่ตอนนี้ ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียและคาบสมุทรอาหรับเป็นภูมิภาคที่สร้างความกังวลให้กับนักวิเคราะห์มากที่สุด
ทรัมป์ได้เข้าไปพัวพันกับสงครามกับอิหร่านแล้ว และดูเหมือนเขาจะหาทางออกไม่ได้
การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ คืนแล้วคืนเล่าล้มเหลวในการบีบบังคับให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Iran’s Revolutionary Guard Corps – IRGC) ยอมสละการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ทุกครั้งที่โดนโจมตีทางอากาศ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามจะตอบโต้ประเทศอาหรับเพื่อนบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ โดยพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างประเทศเหล่านั้นกับวอชิงตัน
จากมุมมองทางเศรษฐกิจ เวลาเหลือน้อยลงทุกที ทุกวันที่น้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์จำเป็นอื่น ๆ จากอ่าวเปอร์เซียไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังตลาดได้ จะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและในที่สุดก็จะส่งผลต่อราคา
หากช่องแคบบาบ เอล มันเดบ ต้องปิดเป็นเวลานานไปอีกระยะหนึ่ง ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก
จากมุมมองทางทหาร ความตึงเครียดได้เพิ่มสูงขึ้นอีกระดับจากข้อตกลงที่ประกาศเมื่อวันพุธ (22 ก.ค.) ซึ่งปูทางให้บริษัทของสหรัฐฯ ช่วยเหลือซาอุดีอาระเบียในการพัฒนาโครงการพลังงานนิวเคลียร์พลเรือนภายในประเทศได้
ยังไม่มีข้อบ่งชี้ใด ๆ ว่าซาอุดีอาระเบียจะใช้เรื่องนี้เป็นก้าวแรกในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์หรือไม่ แต่มีความกังวลว่ามันอาจจุดชนวนให้เกิดการแข่งขันด้านอาวุธในภูมิภาคในอนาคต โดยทั้งตุรกีและอียิปต์ต่างเร่งกิจกรรมทางนิวเคลียร์ของตนเองเพื่อแสวงหาการป้องปรามและการป้องกันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
ตะวันออกกลางเผชิญกับเหตุการณ์ความรุนแรงหลายครั้งในช่วงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และนี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในบรรดาเหตุการณ์เหล่านั้น
แต่เมื่อพิจารณารวมกันแล้ว มีหลายประเด็นที่น่าเป็นห่วง ซึ่งหากไม่มีข้อตกลงที่ยั่งยืนและครอบคลุมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นี่ก็อาจบ่งชี้ถึงช่วงเวลาแห่งความไม่มั่นคงที่ยาวนานสำหรับภูมิภาคนี้ได้
ค้นพบเพิ่มเติม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cvgjpgm513lo&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NC6LE12AQNmA00QiK4K8g






