‘เอกชน’ ยื่น 3 ข้อเสนอ ‘รัฐบาลอนุทิน’ เยียวยาผลกระทบแสนล้าน ปิดด่านไทย-กัมพูชา

‘เอกชน’-ยื่น-3-ข้อเสนอ-‘รัฐบาลอนุทิน’-เยียวยาผลกระทบแสนล้าน-ปิดด่านไทย-กัมพูชา

เศรษฐกิจ

26 ต.ค. 2025 เวลา 6:26 น.

ภาคเอกชนหารือกระทรวงการต่างประเทศ  ยื่น 3 ข้อเสนอ ถึงรัฐบาลอนุทินช่วยเยียวยาผลกระทบแสนปิดด่านไทย-กัมพูชา หลังเสียหายเดือนละ 1.5 หมื่นล้าน คาดปลายปีผลเสียหายถึง 1 แสนล้านบาท 

  • ภาคเอกชนหารือกระทรวงการต่างประเทศ  ยื่น 3 ข้อเสนอถึงรัฐบาลอนุทินช่วยเยียวยาผลกระทบแสนปิดด่านไทย-กัมพูชา หลังเสียหายเดือนละ 1.5 หมื่นล้าน คาดปลายปีผลเสียหายถึง 1 แสนล้านบาท 
  • ขอลดภาษี-ลดค่าสาธารณูปโภค-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
  • พร้อมเสนอเร่งเปิดท่าเรือตราดและนำเข้าสินค้าจำเป็นผ่านด่านทางบก
  • เผยข้อเสนอรับทราบใน ครม.เศรษฐกิจแล้ว เตรียมส่งต่อตรงถึงนายกฯ

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่าเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานหารือกับผู้แทนภาคเอกชนไทยเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชนเพื่อนำไปรายงานให้รัฐบาลทราบและพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ผู้แทนภาคเอกชนไทยที่เข้าร่วมการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ ได้แก่ สภาธุรกิจไทย-กัมพูชา สมาคมธุรกิจไทยในกัมพูชา หอการค้าไทย รวมทั้งภาคเอกชนจาก 13 อุตสาหกรรมซึ่งได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการปิดด่านไทย-กัมพูชา

อย่างไรก็ตามแม้ภาคเอกชนจะมีความเข้าใจต่อนโยบาย และการดำเนินการของรัฐบาล โดยเฉพาะการให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการตามเงื่อนไข 4 ข้อของรัฐบาลได้แก่ กัมพูชาต้องถอนอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิด  ปราบปรามสแกมเมอร์ และบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนที่มีปัญหา แต่ภาคเอกชนก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการนำเข้า-ส่งออกสินค้าประมาณเดือนละ 15,000 ล้านบาท คาดว่าหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อไปถึงปลายปี 2568 อาจมีความเสียหายสูงถึง 1 แสนล้านบาท

ภาคเอกชนจึงได้เสนอมาตรการเร่งด่วนให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือ 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย

1. มาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน ขอให้รัฐบาลลดภาษี ลดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค และออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจต่อไป

2. มาตรการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ เมื่อสถานการณ์มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ขอให้เปิดให้บริการท่าเรือและช่องทางเดินเรือที่จังหวัดตราด เพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งสินค้า

3. มาตรการพิเศษการนำเข้าสินค้าจำเป็น เปิดให้นำเข้าสินค้าจำเป็นเป็นกรณีพิเศษผ่านด่านทางบก เพื่อไม่ให้กระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรับปากจะมีหนังสือเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอมาตรการช่วยเหลือทั้ง 3 ด้านในโอกาสแรกเพื่อให้เกิดการนำข้อเสนอของเอกชนไปดำเนินการต่อไป

นอกจากนี้นางตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรายงานว่าผู้ประกอบการด้านการก่อสร้างและเกษตรกรรมได้รับผลกระทบหนักจากการที่แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาบางส่วนเดินทางกลับประเทศต้นทาง ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานฉับพลันกระทรวงแรงงานจึงดำเนินมาตรการบรรเทาปัญหาโดยเปิดให้ขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย (แรงงานนอกระบบ) มาทดแทน โดยเริ่มเปิดลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายวันแรกเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความกังวลต่อความปลอดภัย จึงควรเร่งประชาสัมพันธ์และสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่าพื้นที่ท่องเที่ยวของไทยยังคงปลอดภัย สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ

ขณะที่นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการฯ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาด้านภาษีศุลกากร (Tariff) กับสหรัฐอเมริกา จึงควรวางแผนการเจรจาอย่างระมัดระวังและรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับการประสานงานในบริบทของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกรอบการประชุม ASEAN Summit 2025 ที่จะมีขึ้นปลายเดือนต.ค. 2568 นี้ด้วย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1204507&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iz_Mln-uDV68Kb1RLvqpe