เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา สื่อเศรษฐกิจระดับโลกไฟแนนเชียลไทม์ส (Financial Times) ได้เผยแพร่จดหมายจาก นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ที่ส่งถึงสื่อดังกล่าวเพื่อแสดงทัศนะต่อบทวิเคราะห์ “ประเทศไทยกลายเป็น ‘คนป่วย’ แห่งเอเชียได้อย่างไร” ที่ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้
โดยในจดหมาย นายเศรษฐาระบุว่า บทความของ Financial Times ระบุอาการของประเทศไทยได้ถูกต้อง แต่การวินิจฉัยนั้นมองข้ามวิธีการรักษาที่เป็นไปได้
นายเศรษฐาบอกว่า “ประการแรก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เราต้องทำลายวงจรหนี้ครัวเรือนที่เลวร้าย โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในอดีตล้มเหลวในการสร้างผลกระทบแบบทวีคูณที่มีความหมาย เพราะผลกระทบนั้นถูกลดทอนลงด้วยภาระหนี้ที่มีอยู่และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ คนไทยไม่สามารถหลุดพ้นจากกับดักหนี้ได้ด้วยการแจกเช็คเพียงอย่างเดียว”
อดีตนายกฯ เสริมว่า สิ่งที่จำเป็นคือสิ่งที่เรียกว่า “การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่” โดยการใช้บริษัทบริหารสินทรัพย์เข้าซื้อหนี้เสียอย่างจริงจัง ครัวเรือนที่มีหนี้สินจะมีพื้นที่หายใจที่จำเป็นในการกลับเข้าสู่รอบวัฏจักรเศรษฐกิจ โครงการริเริ่มดังกล่าวจะแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคภายในประเทศไปพร้อมกัน
นายเศรษฐายังบอกว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางไปสู่การเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ซึ่งต้องใช้กลยุทธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานสองด้าน
ประการแรก ประเทศต้องให้ความสำคัญกับสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่จับต้องได้ เช่น ระบบรถไฟสายเหนือ-ใต้ และแลนด์บริดจ์เชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการค้าอย่างมีนัยสำคัญ
ประการที่สอง กรอบการกำกับดูแลต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย การนำข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงมาใช้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สิ่งนี้จะช่วยให้นักลงทุนทั่วโลกสามารถซื้อพลังงานสีเขียวได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยขจัดอุปสรรคสำคัญสำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่มีข้อกำหนดด้าน ESG ที่เข้มงวด เมื่อรวมกับนโยบาย “มุ่งเน้นคลาวด์เป็นอันดับแรก” ของประเทศไทย เราได้ช่วยดึงดูดการลงทุนหลักในศูนย์ข้อมูลและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งสามารถเป็นตัวเร่งให้เกิดการเติบโตของผลิตภาพที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้
ส่วนด้านการท่องเที่ยว ต้องพัฒนาจากปริมาณไปสู่คุณค่า ประเทศไทยมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าแค่ชายหาด และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้นจะช่วยพลิกฟื้นสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ตกต่ำที่ Financial Times ได้กล่าวถึง
สุดท้าย ความสะดวกในการทำธุรกิจจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเป็นระบบเพื่อให้เป็นมิตรกับนักลงทุนมากขึ้น นี่เป็นปัญหาในระยะยาว แต่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้
“แม้จะมีอุปสรรคในปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งในด้านราคาที่เหมาะสม สภาพอากาศ การท่องเที่ยว อาหาร บริการทางการแพทย์ และสุขภาพ ด้วยการปฏิรูปที่ถูกต้อง เราสามารถกลับมาเป็นพันธมิตรที่สำคัญซึ่งโลกไม่อาจมองข้ามได้ เราสามารถทำให้ ‘คนป่วย’ กลับมาวิ่งได้ และวิ่งเร็วด้วย” นายเศรษฐาระบุ
เรียบเรียงจาก Financial Times
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/268607&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31z7IkqO3a0X2X10Vy-_s0
