หากเดินหน้า “เฟส 2” เศรษฐกิจไทยจะได้อะไร ?
หากรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะเกิดมาหลัง 8 กุมภาพันธ์ เลือกตั้ง 2569 ตัดสินใจกดปุ่มคิกออฟ เดินหน้าโครงการต่อเนื่องในเฟส 2 การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจสามารถมองได้ 2 มิติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:
มิติจุลภาค (Micro Impact): “ชีพจรลงเท้า เศรษฐกิจฐานรากคึกคัก”
ในระยะสั้น เฟส 2 จะทำหน้าที่เป็น “เครื่องปั๊มหัวใจ” ให้กับร้านค้ารายย่อยและหาบเร่แผงลอยได้อีกครั้ง
สภาพคล่องทันที : เม็ดเงินจะหมุนเวียนในตลาดสดและร้านโชห่วยอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผู้ประกอบการตัวเล็กๆ ลืมตาอ้าปากได้
ลดภาระครัวเรือน: สำหรับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และวัยทำงาน การลดค่าใช้จ่ายรายวันลงครึ่งหนึ่งคือความช่วยเหลือที่ “จับต้องได้” ที่สุดในยามนี้ และนี่อาจจะเป็นเรื่องที่ใครหลายคนรอคอยอยู่
มิติมหภาค (Macro Impact): พยุงสถานการณ์ไว้ ไม่ให้ดิ่งเหว
ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์และข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เฟส 2 อาจจะไม่ใช่ยาวิเศษที่จะเสกให้ GDP โตแบบก้าวกระโดด แต่ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆอยู่แล้ว
ขณะที่ ในมุมของ GDP อาจจะมีขยับ: โดยคาดการณ์ว่าจะกระตุ้น GDP ได้ไม่ 0.4% เนื่องจากปัญหากับดัก “Substitution Effect” หรือการที่ประชาชนนำเงินรัฐมาซื้อของจำเป็นที่ต้องซื้ออยู่แล้ว ไม่ได้ก่อให้เกิดการลงทุนใหม่ หรือการผลิตสินค้ามูลค่าสูง
วินัยการคลัง: การใช้งบประมาณระดับ 6 หมื่นล้านบาท แลกกับการเติบโตเพียงเล็กน้อย อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า และภาระหนี้สาธารณะในระยะยาว
“คนละครึ่ง พลัส” คือนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อ “ประคองสถานการณ์” ให้เศรษฐกิจฐานรากไม่ทรุดตัวลงไปมากกว่านี้ เป็นมาตรการบรรเทาปวดที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว และถูกใจมหาชน แต่หากหวังผลในการรักษาโรคเรื้อรังทางเศรษฐกิจไทย รัฐบาลจำเป็นต้องมีนโยบายปรับโครงสร้างระยะยาวควบคู่ไปด้วย ไม่เช่นนั้น เมื่อเงินหมดกระเป๋า “เป๋าตัง” เศรษฐกิจไทยอาจกลับมาซึมเซาดังเดิม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/infographic/861801&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JABhu7CGPz1NC9e3rB_rG
