อียิปต์ขึ้นแท่นอันดับ 9 แหล่งดึงดูดการลงทุนโลก และอันดับ 1 ในแอฟริกา

อียิปต์ขึ้นแท่นอันดับ-9-แหล่งดึงดูดการลงทุนโลก-และอันดับ-1-ในแอฟริกา

ประธานหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนและเขตการค้าเสรีแห่งอียิปต์ (The General Authority for Investment and Free Zones: GAFI) เปิดเผยในงานประชุมธุรกิจอียิปต์-บาห์เรนว่า อียิปต์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนอันดับ 9 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในทวีปแอฟริกา โดยสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสุทธิได้ถึง 4.61 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีงบประมาณ ค.ศ. 2023/2024 ปัจจัยที่ทำให้อียิปต์น่าดึงดูดในสายตานักลงทุน ได้แก่

  • ตลาดแรงงานขนาดใหญ่กว่า 32 ล้านคน

  • ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

  • อัตราภาษีที่สามารถแข่งขันได้

  • โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

  • ข้อตกลงทางการค้ากับกว่า 70 ประเทศ ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้เกือบ 3 พันล้านคนทั่วโลก

            นอกจากนี้ เขตเศรษฐกิจพิเศษคลองสุเอซ (The General Authority for the Suez Canal Economic Zone: SCZONE) กำลังมีการลงทุนเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในช่วง 38 เดือนที่ผ่านมา มีการลงนามในโครงการต่างๆ ถึง 311 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ระดับโลก และมุ่งเน้นดึงดูดการลงทุนใน 21 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยา ยานยนต์ สิ่งทอ และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มปริมาณการส่งออกให้ถึง 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2030

ความเห็น/ข้อเสนอแนะ

ข่าวความสำเร็จของอียิปต์ในการดึงดูดการลงทุนครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อภาคการส่งออกของไทยในหลายมิติ ทั้งในแง่ของโอกาสและความท้าทาย ดังนี้

ความท้าทาย 

  • การแข่งขันโดยตรงในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อียิปต์ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนบางส่วนในอุตสาหกรรมที่ไทยมีความเชี่ยวชาญและเป็นแหล่งรายได้หลัก เช่น ยานยนต์ สิ่งทอ และยา การที่อียิปต์มีต้นทุนแรงงานที่ถูกกว่าในเชิงเปรียบเทียบและมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่น่าสนใจ อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการบุกตลาดแอฟริกาและภูมิภาคแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง (MENA) อาจหันไปพิจารณาอียิปต์เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศไปยังไทย และการส่งออกของไทยมายังภูมิภาคนี้ในระยะยาว

  • ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ที่ตั้งของอียิปต์ถือเป็นประตูเชื่อมระหว่างทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา รวมถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษคลองสุเอซ (SCZONE) ให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ จะทำให้อียิปต์กลายเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรปและตะวันออกกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อไทยในฐานะฮับการส่งออกของภูมิภาคอาเซียนสำหรับตลาดดังกล่าว

            โอกาส 

  • โอกาสในการส่งออกสินค้าขั้นกลางและวัตถุดิบขั้นต้น เมื่ออียิปต์กลายเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จะมีความต้องการวัตถุดิบขั้นต้นและสินค้าขั้นกลางมากขึ้น เพื่อป้อนเข้าสู่โรงงาน นี่คือโอกาสสำคัญสำหรับผู้ส่งออกไทยในกลุ่มสินค้าดังกล่าวในสาขาที่อียิปต์ส่งเสริม โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ เม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง

  • ตลาดผู้บริโภคที่กำลังเติบโต การลงทุนมหาศาลจะนำไปสู่การจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจของอียิปต์ ทำให้กำลังซื้อของประชากรเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยในการเจาะตลาดอียิปต์และแอฟริกาเหนือ เช่น อาหารแปรรูป ผลไม้กระป๋อง และเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยจะต้องเร่งพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าตนให้มีความได้เปรียบและมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดอียิปต์ทั้งสินค้าที่อียิปต์ผลิตได้เองและนำเข้าจากประเทศใกล้เคียงและประเทศที่มีความตกลงการค้ากับอียิปต์

การเติบโตของอียิปต์เป็นสัญญาณเตือนว่าไทยไม่สามารถหยุดนิ่งได้ ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น รักษาความสามารถในการแข่งขัน และในขณะเดียวกันก็ต้องมองหาโอกาสในการเจาะตลาดใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายจากการแข่งขันให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจต่อไป

——————————————————-

ที่มา https://www.dailynewsegypt.com/2025/09/02/egypt-ranks-9th-globally-1st-in-africa-for-investment-with-46-1bn-in-fdi-gafi-ceo/

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/m4y7di6timvyd4qx27p46wvp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tcviwlLsvlLIfscy47a9T