“อนุทิน” หารือ ก.ล.ต. – สธท. เร่งฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย เดินหน้าโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เริ่ม ต.ค. 68
26/09/2568 | 201 |
(25 ก.ย. 2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะด้านการปฏิรูปเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง รวมถึงตัวแทนจากสมาคมตลาดทุนไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ สมาคมบริษัทจดทะเบียน สมาคมนักวิเคราะห์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่าจะดำเนินงานด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความต่อเนื่องให้กับตลาดทุนและเศรษฐกิจไทย พร้อมย้ำว่าแม้รัฐบาลมีเวลาเพียง 4 เดือน ก็จะเดินหน้ามาตรการที่เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะนโยบายสำคัญ เช่น “คนละครึ่ง” ที่เตรียมต่อยอดเป็น “คนละครึ่ง พลัส”
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้นำเสนอข้อเสนอการแก้ไขกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกธุรกิจ ปฏิรูปตลาดทุน และปรับโครงสร้างภาษี ขณะที่สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (สธท.) เสนอ “Quick-Big Win” 4 ประการ ได้แก่
-
สร้างความเชื่อมั่นนโยบายรัฐและจัดทำ Thailand Story
-
พัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ด้วยตลาดทุน
-
เพิ่มสภาพคล่องระยะยาว
-
เดินหน้าความยั่งยืน เช่น การยกระดับแรงงานและแก้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งใดที่แก้ไขได้ทันที เช่น ระเบียบกระทรวงหรือกฎเกณฑ์ย่อย รัฐบาลจะเร่งดำเนินการเหมือนการ “ทะลวงท่อ” เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ทันที โดยไม่เน้นการแก้ไขกฎหมายที่ใช้เวลานาน พร้อมย้ำว่านโยบายที่เป็นประโยชน์จากรัฐบาลชุดก่อน เช่น “คนละครึ่ง” จะถูกสานต่อเพื่อประโยชน์ประชาชน
ด้านนายเอกนิติ รองนายกฯ และรมว.คลัง เปิดเผยว่า โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะเริ่มดำเนินการเดือนตุลาคมนี้ โดยออกแบบให้มีความรัดกุมและสอดคล้องกับวินัยการคลัง โดยประชาชนที่อยู่ในระบบภาษีจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนประชาชนและร้านค้าได้ภายในสัปดาห์ถัดจากที่ ครม. อนุมัติโครงการ และจะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วสุดปลายเดือนตุลาคม หรือไม่เกินต้นพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568
ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 29–30 กันยายนนี้ โดย ครม. และพรรคร่วมรัฐบาลจะได้เวลาอภิปรายรวม 6 ชั่วโมง สมาชิกวุฒิสภา 3 ชั่วโมง และพรรคร่วมฝ่ายค้าน 15 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันผลักดันงบประมาณและนโยบายสำคัญให้ทันต่อสถานการณ์
รูปภาพ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/426709&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1V0rXQ85W1ld8KKWRBqWQN
