“อนุทิน” มั่นใจ “4 ขุนพลเศรษฐกิจ” ฟื้นเชื่อมั่นปท. ยกระดับนโยบายการเงินการคลังเข้มแข็ง หนุนต่างชาติลงทุนไทย | TOPNEWS

“อนุทิน”-มั่นใจ-“4-ขุนพลเศรษฐกิจ”-ฟื้นเชื่อมั่นปท.-ยกระดับนโยบายการเงินการคลังเข้มแข็ง-หนุนต่างชาติลงทุนไทย-|-topnews

12 ก.พ. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทย หลังมีสื่อต่างชาติประเมินว่าไทยกำลังเผชิญภาวะชะลอตัวจนถูกเปรียบเป็น “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” ว่าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศจะทยอยฟื้นตัว โดยมีทีมบริหารเศรษฐกิจ หรือ “4 ขุนพลเศรษฐกิจ” เข้ามาเสริมกำลังการบริหารนโยบายการเงินการคลังอย่างเป็นระบบ

นายอนุทิน ระบุว่า แนวทางสำคัญคือการใช้งบประมาณอย่างมีวินัย ไม่เน้นนโยบายประชานิยมที่สร้างภาระการคลังระยะยาว แต่เลือกใช้นโยบายที่ทำได้จริงและเกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม พร้อมยกตัวอย่างการนำงบเหลือจ่ายไปชำระหนี้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แทนการใช้งบกับโครงการกระตุ้นระยะสั้น ซึ่งช่วยรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศ

ผลจากแนวทางดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยยังสามารถคงอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่ระดับ BBB+ ได้ต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติ และช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน โดยเฉพาะในช่วงหลังการเลือกตั้งที่ตลาดจับตาเสถียรภาพทางการเมือง

ทั้งยังมองว่า หากการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจน ความขัดแย้งทางการเมืองจะจำกัดอยู่เพียงการแข่งขันเชิงนโยบาย ไม่ลุกลามจนกระทบภาพลักษณ์ประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจและตลาดทุนกลับมามีความมั่นใจ และเกิดการลงทุนใหม่ในประเทศมากขึ้น

เมื่อเสถียรภาพทางการเมืองและวินัยทางการคลังเดินควบคู่กัน จะเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดการลงทุน ฟื้นการเติบโต และช่วยให้เศรษฐกิจไทยหลุดจากภาพประเทศที่ชะลอตัว กลับเข้าสู่เส้นทางการขยายตัวในระยะถัดไป

“สิ่งที่เราพิสูจน์ให้ต่างชาติได้เห็น คือ การที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ดำเนินการงบฯเหลือจ่าย แทนที่จะไปนำงบเหล่านั้นไปทำโครงการประชานิยม

แต่กลับไปคืนหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ทำให้ต่างชาติได้เห็นว่า ประเทศไทยยังยึดมั่นในเรื่องการมีวินัยการใช้เงิน ทำให้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) คงอันดับเครดิตของประเทศไทยไว้ที่ระดับ BBB+ เป็นการแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยยังน่าเชื่อถือ และยังเป็นประเทศที่น่าสนใจที่ต่างชาติจะเข้ามาลงทุน”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1485090&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bf3NU0PA528G9DKtnV9v4