ซึ่ง นิธิ ภัทรโชค ประธาน TMA และที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ระบุว่า ศักยภาพขององค์กรไทยกำลังดีดตัวขึ้นจากแรงส่งของดิจิทัล AI และการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง แต่หากไม่เร่งปลดล็อกคอขวดเชิงโครงสร้าง ทั้งผลิตภาพแรงงาน การเข้าถึงทุนของ SME และกฎระเบียบที่ยังไม่คล่องตัว ไทยอาจเสียพื้นที่การแข่งขันในตลาดโลกได้ วันนี้องค์กรต้องกล้าที่จะเปลี่ยนผ่านจริงจัง ปรับโมเดลธุรกิจ ใช้นวัตกรรมยกระดับผลิตภาพ และพัฒนาทักษะคนให้เท่าทันอนาคต หากไทยต้องการยืนแถวหน้าในภูมิภาค เราต้องก้าวข้ามวิธีคิดเดิม ปรับโมเดลการเติบโตของประเทศใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การยกระดับทักษะประชาชนไปจนถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง
ขณะที่ จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กล่าวภายหลังการรับรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards 2025 สาขาความเป็นเลิศด้านผู้นํา ว่า แนวโน้มและทิศทางการทำธุรกิจในอีก 10 ปีข้างหน้านั้น เป็นทศวรรษของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำธุรกิจ และเป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะต้องวางวิสัยทัศน์ในการนำองค์กรให้สามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นผู้นำธุรกิจ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในปัจจุบันมีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การเป็นผู้นำองค์กรต้องให้ความสำคัญกับการวางวิสัยทัศน์ และสร้างโอกาสให้กับธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และการเติบโตของภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะสร้างความมั่นคงด้านรายได้ ให้กับชุมชนและสังคม เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจและสังคม เพราะองค์กรเติบโตเพียงลำพังไม่ได้
เช่นเดียวกับ ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) องค์กรที่ได้รับรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards 2025 สาขาความเป็นเลิศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ระบุว่า บางจากฯ ได้รับรางวัลสาขาความเป็นเลิศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน มาจากแนวคิดในการทำธุรกิจของบริษัท ที่ให้ความสำคัญใน 2 ประเด็นหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจประเด็นแรกคือ เรื่องความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรทางการเงิน ที่มาจากการบริหารธุรกิจ และประเด็นที่สองคือ การทำธุรกิจโดยคำนึงถึงชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปพร้อมกับการเติบโตขององค์กร
ทั้งนี้การทำกิจกรรมเพื่อชุมชน สังคม และ สิ่งแวดล้อม ของบางจากฯ ไม่ได้แค่ให้เงินลงไปในกิจกรรม CSR เท่านั้น แต่เราออกแบบและวางแผนในการทำกิจกรรมที่สอดคล้องกับแผนการลงทุนของบริษัท บางจากฯ ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่า เมื่อภาคธุรกิจ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่มีความแข็งแรง เมื่อเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ก็จะสามารถก้าวข้ามผ่านทุกวิกฤตได้ และการที่องค์กรจะขับเคลื่อนก้าวข้ามผ่านความผันผวนของเศรษฐกิจได้ นอกจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรให้มีกำไรและตอบโจทย์การเติบโตและขับเคลื่อนสังคมได้แล้ว สิ่งสำคัญคือ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร คือ “หัวใจสำคัญ”
และปรเมศวร์ นิสากรเสน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การบริหารกลาง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) องค์กรที่ได้รับรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards สาขาความเป็นเลิศด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล กล่าวว่า ปูนซิเมนต์ไทยมีหลักการทำงานโดยนำกระบวนการ “2P 2S” โดย P ตัวแรกคือ People P ตัวที่สองคือ Process กระบวนการทำงาน ส่วน S แรกคือ Structure โครงสร้างขององค์กร และ S ตัวที่สองคือ System ระบบการทำงาน จะเห็นว่า บุคลากรเป็นหัวใจสำคัญของเรา เพราะบุคลากรที่มีคุณภาพ จะสามารถพัฒนากระบวนการทำงาน วางโครงสร้างองค์กร และระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าการพัฒนาบุคลากร การให้ความรู้ การ Upskill และ Reskill จะทำให้เรามีบุคลากรที่พร้อมจะขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต.
บุญช่วย ค้ายาดี
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/915674/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N_73GcS6JKqVJwQ_nznRJ
