วันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่าตั้งแต่มีการปิดด่านช่องสะงำจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการนำเข้าและส่งออกสินค้า ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะมูลค่าการค้าชายแดน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบตัวเลขความเสียหายที่แท้จริง
เมื่อถามถึงแนวโน้มหลังการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ ชายแดนจะดีขึ้นเพียงใด – โอกาสการเปิดด่านช่องสะงำ มีความเป็นไปได้แค่ไหน? นายรัฐวิทย์ กล่าวว่า ปัญหานี้มีหลายมิติ ต้องดำเนินการไปพร้อมกัน ไม่สามารถแก้ไขเฉพาะหน้าได้ ควรเป็นการแก้ไขระยะยาว ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจการค้า ซึ่งในฐานะภาคเอกชนยังคงรอดูท่าทีของรัฐบาลก่อน และไม่อยากให้มีการรีบเปิดด่านเฉพาะหน้า หรือเปิดชั่วคราวแล้วกลับมาปิดอีก เพราะจะทำให้การค้าของไทยสะดุด ไม่สามารถวางแผนได้ในระยะยาว
นายรัฐวิทย์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลใหม่ควรมีมาตรการที่ชัดเจนร่วมกับประเทศกัมพูชา โดยต้องให้ความสำคัญด้านความมั่นคงมาเป็นอันดับแรก ส่วนด้านเศรษฐกิจการค้า ภาคเอกชนสามารถดำเนินการตามได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียกร้อง จนทำให้ไทยเสียเปรียบในการเจรจาระหว่างประเทศ เพราะเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีหลายมิติ
ทั้งนี้ การปิดด่านช่องสะงำ ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชายแดนแน่นอน แต่หากไม่มีความชัดเจนด้านความมั่นคง อาจสร้างความเสียหายที่มากกว่า เช่น กรณีเอกชนเตรียมการลงทุนและส่งออกสินค้า แต่ต้องหยุดชะงักเพราะมีคำสั่งปิดด่านอีกครั้ง จึงเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายยิ่งกว่า ดังนั้น หากจะมีการเปิดด่านอีกครั้ง ควรเป็นการเปิดที่มีความมั่นคงชัดเจน และใช้โอกาสนี้เป็นการต่อรองที่นำไปสู่ประโยชน์ในอนาคต มากกว่าการเปิดชั่วคราวแล้วปิดอีก โดยไม่รู้ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ อยากให้รัฐบาลรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก แม้ภาคเอกชนไม่อยากให้ปิดด่าน แต่ก็ได้เตรียมใจและพร้อมรับมือกับเรื่องนี้มาแล้ว รัฐบาลควรดำเนินการเพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ทางการค้า แต่ความมั่นคงต้องมาก่อน หากมีความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ การค้าก็จะเดินหน้าได้เอง – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/Nr9pIFfPp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NH22IbqZMzVlY-ITfIoe-
