รัฐมนตรีเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ กี ปาร์เมอแล็ง เผยว่าการเจรจากับเจ้าหน้าที่อาวุโสสหรัฐอเมริกาผลออกมาเชิงสร้างสรรค์ พร้อมมองเห็นโอกาสที่แท้จริง สำหรับทั้งสองประเทศ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสวิสสูงถึง 39%
ปาร์เมอแล็ง ที่ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ระบุผ่านโซเชียลมีเดีย X ว่าได้พบปะกับรัฐมนตรีพาณิชย์ ฮาวเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีการคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ และตัวแทนการค้า เจมิสัน กรีเออร์ ในการเยือนวอชิงตันครั้งล่าสุด
ภาษีใหม่กระทบหนักอุตสาหกรรมสำคัญ
ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษี 39% กับสินค้านำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์เมื่อ 1 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราภาษีสูงสุดที่กำหนดให้กับหลายสิบประเทศ อัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากภาษีพื้นฐาน 10% ที่เริ่มเก็บในเดือนเมษายน
ภาษีใหม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมส่งออกหลักของสวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะการผลิตนาฬิกา เครื่องจักรอุตสาหกรรม รวมถึงช็อกโกแลตและชีส
ความกังวลด้านการแข่งขัน
ผู้ประกอบการสวิสแสดงความกังวลว่าคู่แข่งในเศรษฐกิจประเทศร่ำรวยอื่นจะได้เปรียบ เนื่องจากสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นเจรจาได้อัตราภาษี 15% ขณะที่อังกฤษได้อัตรา 10%
รัฐบาลเบิร์นชี้ให้เห็นว่าสหรัฐอมริกามีดุลการค้าบริการส่วนเกินกับสวิตเซอร์แลนด์อย่างมีนัยสำคัญ และสินค้าอุตสาหกรรมสหรัฐส่วนใหญ่เข้าสวิตเซอร์แลนด์โดยปลอดภาษี
สำนักเลขาธิการฝ่ายกิจการเศรษฐกิจเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์มีแนวโน้มเติบโต 0.8% ในปีหน้า แทนที่จะเป็น 1.2% ตามที่คาดการณ์ไว้ อันเป็นผลจากภาษีนำเข้าสหรัฐที่สูงขึ้น

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/switzerland-us-tariff-talks-progress-39-percent&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KcnSarc1wBq-m3_MBq5T9
