เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีแนวโน้มที่จะเพิ่มการระบายน้ำอีก ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงแม่น้ำน้อยและคลองสาขาต่างๆ ที่รับน้ำจากแม่น้ำแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมแล้ว 11 อำเภอ 139 ตำบล 795 หมู่บ้านประชาชนได้รับความเดือดร้อน 41,551 ครัวเรือน วัด ถูกน้ำท่วม 38 วัด มัสยิด 2 แห่ง โรงเรียน 33 แห่ง สถานที่ราชการ 8 แห่ง และถนนในหมู่บ้านอีก 34 สาย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

ที่ถนนอู่ทองบริเวณพระเจดีย์สุริโยทัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของพื้นที่เกาะเมือง พื้นที่เศรษฐกิจ ที่ตั้งสถานที่ราชการ โรงพยาบาลศูนย์พระนครศรีอยุธยา พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ เจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา นักศึกษาวิชาทหารเร่งติดตั้งแบริเออร์สร้างแนวป้องกันน้ำล้นตลิ่ง พร้อมวางแนวกระสอบทรายเพื่อความแข็งแรงคลุมทับด้วยผ้าใบอีกชั้น ระยะทางกว่า 900 เมตร สูงจากแนวตลิ่ง 2 เมตร
ดาบตำรวจสุรินทร์ ผดุงเพียร รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวถือเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุดของเกาะเมือง หากน้ำล้นตลิ่ง แนวคันสามารถเสริมความแข็งแรงได้อีกด้วยการเพิ่มกระสอบทราย โดยมีการสั่งการจากว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ให้รองนายกแต่ละคนลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมประสานจังหวัดใกล้เคียงติดตามปริมาณน้ำ เพื่อเตรียมรับมืออย่างทันท่วงที

ที่ชุมชนเกาะลอย หมู่ 12 ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีบ้านเรือนกว่า 100 หลังคาเรือน ถูกน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมสูงเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร ติดต่อกันนานกว่า 1 เดือน ถนนในชุมชนถูกน้ำท่วม ต้องใช้เรือสัญจรเข้าออกและต้องพายเรือฝ่ากระแสน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ออกมาจากเกาะ
นางนงเยาว์ อายุ 70 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ปีนี้น้ำท่วมสูงกว่าปีที่ผ่านมา และมากกว่าปี 2554 ทำให้การใช้ชีวิตลำบาก โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่ต้องสวมเสื้อชูชีพพายเรือไปโรงเรียน บางคนไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือก็ต้องเสี่ยงอันตราย ชาวบ้านยอมรับว่าแม้จะคุ้นชินกับการใช้เรือเพราะเป็นเกาะ แต่ทุกครั้งที่น้ำท่วมก็ได้รับผลกระทบ จึงอยากให้หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ และหาทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5169326/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gzepFgk9C0U3cAw3AbQxQ
