นายกฯเคาะมาตรการคุมวิกฤตพลังงาน รับมือสู้รบตะวันออกกลาง กระทบเศรษฐกิจ
รัฐสั่งคุมเข้มราคาน้ำมันและกวดขันการกักตุนสินค้า
เมื่อวันที่ 23มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่าสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ออกหนังสือเวียน ลงวันที่ 13มีนาคม 2569 ถึงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี กระทรวง กรม เกี่ยวกับมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการ ผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง วิกฤตพลังงาน 2569 สอดคล้องกับที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งเรียกประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องตั้งแต่เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา
หนังสือเวียนดังกล่าว ระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 รับทราบมาตรการด้านพลังงานเพื่อรับมือสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ประสานงานกับพลังงานจังหวัดในการตรวจสอบและกวดขันไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงควบคุมราคาขายส่งและปลีกไม่ให้สูงเกินควร
ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะสามารถเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานในระดับโลก
คลังหนุนสภาพคล่องกองทุนน้ำมันและลดภาษีสรรพสามิต
ด้านมาตรการทางการเงิน ครม. เห็นชอบให้กระทรวงการคลังพิจารณาสนับสนุนการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกภายในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
หากสภาพคล่องของกองทุนไม่เพียงพอ ให้กระทรวงการคลังพิจารณาแนวทางปรับลดภาษีสรรพสามิตเป็นการชั่วคราว โดยต้องทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงานอย่างใกล้ชิดเพื่อความต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์รณรงค์ประหยัดพลังงานผ่านสื่อทุกช่องทาง พร้อมขอความร่วมมือภาคเอกชนให้ดำเนินมาตรการลดใช้พลังงานตามความเหมาะสมในวิกฤตนี้
หน่วยงานรัฐบังคับใช้มาตรการลดใช้พลังงานเคร่งครัด
ที่ประชุมกำชับให้ทุกส่วนราชการปฏิบัติตามมาตรการลดใช้พลังงานอย่างเคร่งครัด เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส และเปิดเฉพาะช่วงเวลาทำงานเท่านั้น
มาตรการดังกล่าวยังรวมถึงการปิดไฟส่องสว่างในช่วงพักเที่ยงหรือในห้องที่ไม่ได้ใช้งาน โดยให้ครอบคลุมไปถึงรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ครม. ยังสั่งให้หน่วยงานเศรษฐกิจร่วมกันจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) ประเมินผลกระทบด้านราคาสินค้าและปัจจัยเสี่ยง เพื่อเตรียมแผนรองรับในแต่ละกรณีอย่างทันท่วงที
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/domestic/739791&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Cyr0GWLEYEfXJeiHRneUr
