วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.41 น.
20 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่น แถลงต่อรัฐสภา โดยเป็นครั้งแรกหลังจากชนะเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ด้วยคะแนนเสียงแลนด์สไลด์ พรรคเสรีประชาธิปไตยหรือแอลดีพี (LDP) และพรรคร่วมรัฐบาลครองเสียงในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า 2 ใน 3 ทำให้เธอไร้แรงต้านทางการเมือง
‘ทาคาอิจิ’ กล่าวว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสภาพการณ์ด้านความมั่นคงร้ายแรงและซับซ้อนที่สุดนับจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งหมายถึงการที่จีนขยายการเคลื่อนไหวทางการทหารและกระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับรัสเซีย จีนได้เพิ่มความพยายามมากยิ่งขึ้นที่จะเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบันในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้แต่เพียงฝ่ายเดียวด้วยการใช้กำลังหรือการข่มขู่
ขณะที่เกาหลีเหนือเสริมสร้างศักยภาพด้านขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ รัฐบาลจะทบทวนเอกสารด้านความมั่นคงหลัก 3 ฉบับในปีนี้ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์กลาโหมใหม่ และจะเร่งทบทวนระเบียบการส่งออกยุทโธปกรณ์เพื่อขยายการจำหน่ายในต่างประเทศและเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่บริษัทด้านกลาโหม
พร้อมได้เร่งเดินหน้าโครงการสร้างเสริมกองทัพปี 2566 ที่จะเพิ่มงบกลาโหมขึ้น 2 เท่าเป็นร้อยละ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งจะทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีงบกลาโหมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แม้ว่ารัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นกำหนดห้ามทำสงครามก็ตาม
ขณะเดียวกันได้ประกาศตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติที่เธอจะนั่งเป็นประธานเอง เนื่องจากปัจจุบันญี่ปุ่นยังไม่มีหน่วยข่าวกรองแบบนี้ และเสนอตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการลงทุนในต่างประเทศในธุรกิจที่อ่อนไหว พร้อมกับรับปากว่าจะลดการพึ่งพาบางประเทศ ด้วยการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานและร่วมกับพันธมิตรสำรวจหาแร่สำคัญ รวมถึงแร่หายาก รอบเกาะมินามิโทริในมหาสมุทรแปซิฟิก และจะเร่งเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์อีกครั้งหลังจากระงับไปตั้งแต่เกิดภัยพิบัติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะในปี 2554
ด้านนโยบายเศรษฐกิจนั้น ‘ทาคาอิจิ’ รับปากว่า จะยุติการใช้มาตรการรัดเข็มขัดจนมากเกินไป จะกำหนดระเบียบที่ชัดเจนเพื่อฟื้นฟูฐานะการเงินของประเทศที่ตึงตัว และจะกระตุ้นการลงทุนระยะยาวในภาคส่วนที่สำคัญ เธอหวังคลายความกังวลของตลาดและนักลงทุนด้วยการย้ำว่า จะมุ่งมั่นดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อเพิ่มการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ ชิป และการต่อเรือ เพื่อยกระดับการเติบโตของประเทศ
ก่อนหน้านี้เธอเคยชูนโยบายเพิ่มการใช้จ่ายขนานใหญ่และลดภาษี ส่งผลให้นักลงทุนพากันเทขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นและเงินเยนเมื่อปลายปีก่อน เพราะกังวลว่ารัฐบาลจะหาเงินจากที่ใด ในยามที่ประเทศแบกรับภาระหนี้สินมากที่สุดในบรรดาประเทศที่พัฒนาแล้ว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/948344&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3z-kMRWtURgsScfjKdDK0n

