นักวิชาการกัมพูชาซัดสวีเดน เห็นแก่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หลังขายกริพเพนให้ไทย

นักวิชาการกัมพูชาซัดสวีเดน-เห็นแก่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ-หลังขายกริพเพนให้ไทย

นักวิชาการกัมพูชาซัดสวีเดน เห็นแก่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หลังขายกริพเพนให้ไทย

นักวิชาการกัมพูชา ซัดสวีเดนหลังขายกริพเพนให้ไทย เห็นแก่ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ หนุนไทยยกระดับความตึงเครียด อาจเปลี่ยนมุมมองต่อประชาชนกัมพูชาที่เคยยกย่องสวีเดน

เว็บไซต์สำนักข่าวกัมพูชา Cambodianess เผยแพร่ความเห็นของนักวิชาการชาวกัมพูชา หลังจากที่ไทย-สวีเดน ลงนามซื้อเครื่องบินขับไล่ “กริพเพน” ระยะที่ 1 วงเงิน 19,500 ล้าน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา

Cambodianess ระบุว่า ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังเหตุปะทะตามแนวชายแดนช่วงวันที่ 24–28 กรกฎาคม ซึ่งทางกัมพูชามีรายงานความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศของไทย ในขณะที่กัมพูชาไม่มีเครื่องบินรบประจำการ

กระทรวงการต่างประเทศ
ไทย-สวีเดน ลงนามซื้อขายกริพเพน

วรรณ บุนนา นักวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศภูมิภาค และหัวหน้าหน่วยวิจัยและรณรงค์ของสมาคมเยาวชนกัมพูชา ระบุว่า สวีเดนใช้กรอบคิดทางการเมืองระหว่างประเทศแบบ “เรียลิสม์” (Realism) ที่ยึดผลประโยชน์ชาติเหนือค่านิยมอื่น ๆ แม้จะประกาศยึดหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยก็ตาม

เขากล่าวว่า “นี่สะท้อนให้เห็นว่าสวีเดนใช้โอกาสขายเครื่องบินให้ไทย ทั้งที่ไทยมีข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน”

บุนนา ยังตั้งข้อสังเกตว่า ข้อความหรือสัญญาณที่สวีเดนส่งถึงกัมพูชาในดีลนี้ยังไม่ชัดเจน แต่กลับสื่อในเชิงสนับสนุนไทยให้ยกระดับความตึงเครียด ทั้งที่ไทยเองก็เผชิญความขัดแย้งทางการเมืองภายในระหว่างกองทัพ สถาบัน และรัฐบาล แม้การขายอาวุธเป็นสิทธิของแต่ละประเทศ แต่ชาวกัมพูชาที่เคยยกย่องสวีเดนอาจเปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทและอิทธิพลของประเทศนี้

ด้าน เซือน แซม ผู้เชี่ยวชาญนโยบายต่างประเทศจากราชบัณฑิตยสถานกัมพูชา เห็นว่าดีลครั้งนี้ไม่เพียงแค่เกิดขึ้นในเวลาที่ผิด แต่กลับสะท้อนว่าเป็นการวางแผนล่วงหน้า โดยสวีเดนกำลังให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเหนือหลักการ

Saab
กริพเพน

เขาเชื่อว่าการรุกรานของไทยต่อกัมพูชามีรากเหง้ามาจากประวัติศาสตร์ และความตั้งใจดังกล่าวอาจไม่สิ้นสุด “นี่ไม่ใช่ข้อกล่าวหา แต่เป็นการคาดการณ์จากรูปแบบที่เคยเกิดขึ้น ทั้งการรุกรานที่เกิดขึ้นจริง เกือบเกิดขึ้น และกำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน” เขากล่าว

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตสวีเดนในพนมเปญได้ปิดทำการตั้งแต่ปี 2021 และปิดสำนักงานส่วนขยายอย่างสมบูรณ์ในเดือนกันยายน 2024 โดยอ้างเหตุผลว่ากัมพูชามีพัฒนาการด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนน้อยมาก แต่ไม่กี่วันต่อมา สวีเดนกลับส่งนักการทูตไปปฏิบัติงานในเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการเมืองปิดมากที่สุด

เซือน แซม จึงวิจารณ์ว่า “สวีเดนพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยกับประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็ก แต่หันไปเจรจาการค้ากับประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่กว่า” เขาอ้างว่าการรุกรานของไทย และการได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าคุณค่าความยุติธรรมและความซื่อตรงถูกชั่งด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจและขนาดการสื่อสารระหว่างประเทศ

ท้ายที่สุด เขาเสนอว่า ต้องเสริมสร้างกรอบของสหประชาชาติให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อคุ้มครองประเทศเล็กและอธิปไตยของพวกเขา ผ่านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของรัฐภาคี

ที่มา: Cambodianess

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8/255746&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12Hgz4Qbjkyd_-PjS-tjpR