“ดูไบ” ทุ่มงบฟื้นเศรษฐกิจ รับแรงกระแทกตะวันออกกลาง เร่ง ท่องเที่ยว ค้าปลีก

“ดูไบ”-ทุ่มงบฟื้นเศรษฐกิจ-รับแรงกระแทกตะวันออกกลาง-เร่ง-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถึงนโยบายของดูไบที่กำลังเร่งพัฒนาการท่องเที่ยว การค้าปลีก เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เป็นโอกาสในการส่งออกสินค้าอาหารไทย รองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 กรมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวดูไบ (Dubai Department of Economy and Tourism : DET) ได้จัดการประชุม City Briefing มีผู้แทนจากภาคการท่องเที่ยว การบิน การโรงแรม ค้าปลีก และธุรกิจการจัดงาน เข้าร่วมกว่า 1,700 คน นับเป็นการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อร่วมกันหาแนวทางรักษาโมเมนตัมการเติบโต ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวของดูไบ รับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค

ภายใต้แผนการฟื้นฟู ได้มีการเปิดใช้แผนฉุกเฉินและประสานความร่วมมือกับสายการบิน Emirates และ Flydubai เพื่อรักษาความต่อเนื่องของเส้นทางการเดินทางและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และรัฐบาลดูไบยังได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว การโรงแรม และสันทนาการ ประมาณ 680.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อดำเนินมาตรการบรรเทาภาระทางการเงินแก่ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ พร้อมทั้งเร่งรัดกระบวนการด้านกฎระเบียบและการออกใบอนุญาต อันเป็นการส่งเสริมความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจและรักษาระดับการจ้างงานในภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตของรัฐดูไบในอนาคต อาทิ โครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Gold Line ระยะทาง 42 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ 15 เขต และโครงการขยายท่าอากาศยานนานาชาติ Al Maktoum International Airport มูลค่ากว่า 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการบินที่ใหญ่ที่สุดของโลก
ในส่วนของธุรกิจร้านอาหารและบริการอาหาร ได้รับแรงสนับสนุนจากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารของนครดูไบ อาทิ โครงการ Dubai, A Fine Way to Dine, Dubai Restaurant Week และ Summer Restaurant Week ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานอาหารและเครื่องดื่ม ส่งผลให้เกิดการจ้างงาน การลงทุน และการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

“การขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว มีแนวโน้มผลักดันความต้องการบริโภคอาหารและวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น โดยยูเออียังคงพึ่งพาการนำเข้าอาหารมากกว่าร้อยละ 85 ของความต้องการภายในประเทศ ดังนั้น การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวและกิจกรรมด้านอาหาร ย่อมส่งผลให้ปริมาณและมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากต่างประเทศขยายตัวตามไปด้วย จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารที่ไทยมีศักยภาพและได้รับการยอมรับในตลาดยูเออี อาทิ ข้าว อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เครื่องปรุงรส และวัตถุดิบประกอบอาหาร”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/278875&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MyDvEXvsZ3syWwg_ebeDb