ครม.อนุทินโยกย้ายข้าราชการจัดวางทีมเศรษฐกิจขับเคลื่อนนโยบาย
รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีการปรับโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในหลายกระทรวงและหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญตลอดเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน 2568 เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลใหม่
เริ่มจากวันที่ 7 ตุลาคม 2568กระทรวงการคลังมีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงรวม7 ตำแหน่ง ได้แก่
- น.ส.กุลยา ตันติเตมิท จากอธิบดีกรมศุลกากร เป็นอธิบดีกรมสรรพากร
- นายปิ่นสาย สุรัสวดี จากอธิบดีกรมสรรพากร เป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง
- นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมศุลกากร
- นายอัครุตม์ สนธยานนท์ จากรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมธนารักษ์
- นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุลจากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)
- นายคณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์ จากที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
- นายพนิต ธีรภาพวงศ์ จากที่ปรึกษากฎหมาย เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง
ต่อมาในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโอนย้ายข้าราชการระดับสูงเพิ่มเติมในหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)และกระทรวงแรงงาน
โดยมีรายละเอียดดังนี้
รับโอน น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ จากเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ.ร.
รับโอน นายดนุชา พิชยนันท์ จากเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ สศช.เพื่อสานต่อภารกิจเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศ
ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ครม.เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง 3 ราย ได้แก่
1.นายสมชาย มรกตศรีวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เป็นอธิบดีกรมการจัดหางาน
2.นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นรองปลัดกระทรวงแรงงาน
3.น.ส.กาญจนา พูลแก้ว ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เป็นเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม
พร้อมกันนั้น ครม.ยังเห็นชอบให้ น.ส.สุภัค ไชยวรรณกลับเข้ารับราชการเป็นที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ (เศรษฐกรทรงคุณวุฒิ) ประจำสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568
ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การโอนย้ายนายดนุชากลับมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สศช. มีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินงานด้านยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี2030เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นายดนุชาเคยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันแผนเข้าเป็นสมาชิก OECD และเป็นผู้จัดทำ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่จะเสร็จในปี 2569 ซึ่งรัฐบาลมองว่าเป็น “คนที่เหมาะกับงาน” มีความเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจและสามารถประสานงานกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศได้ดี
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า นายกรัฐมนตรีต้องการใช้บุคลากรที่มีประสบการณ์ตรงเพื่อสานต่อภารกิจด้านเศรษฐกิจมหภาค เช่น การจัดทำกรอบงบประมาณระยะปานกลาง การลดการขาดดุลงบประมาณ และการสร้างเสถียรภาพทางการคลังร่วมกับ สศช.,สำนักงบประมาณ,ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)และ กระทรวงการคลัง
การปรับโยกย้ายครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการจัดวาง “ทีมเทคนิคเศรษฐกิจ” ของรัฐบาลอนุทิน เพื่อเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจระยะยาว ทั้งในระดับภายในประเทศและการยกระดับมาตรฐานสู่เวทีสากล.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/732942&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07RWDgNzVQbeb_E0ez3ln_
