นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เปิดเผยว่า มองเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เริ่มมีเสถียรภาพ แต่ยังคงมุมมองเฝ้าระวัง โดยคาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้น จากแรงสนับสนุนของนโยบายภาครัฐ ภาวะการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น และเสถียรภาพของภาคต่างประเทศที่เริ่มฟื้นตัว ซึ่งน่าจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
ธนาคารฯ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2% ในปี 2568 และ 2569 โดยแรงส่งทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังอยู่ในระดับจำกัด ก่อนจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนด้านการค้าและการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยกดดันการขยายตัวในระยะสั้น ขณะที่นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและมาตรการการคลังแบบเฉพาะจุดคาดว่าจะช่วยรองรับความเสี่ยงด้านลบได้ในระดับหนึ่ง
อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะติดลบต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางปี 2569 จากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอและราคาพลังงานที่ลดลง ซึ่งเปิดโอกาสให้การดำเนินนโยบายยังคงอยู่ในทิศทางผ่อนคลาย โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงสู่ระดับ 1% ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อสนับสนุนภาวะการเงินและการขยายตัวของสินเชื่อ
ภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 อยู่ที่ 26.9 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 82% ของระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังอยู่ต่ำกว่าระดับในอดีต แต่คาดว่าการฟื้นตัวตามฤดูกาลในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 จะช่วยหนุนจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้น ควบคู่กับอุปสงค์ที่ปรับดีขึ้นจากตลาดสำคัญอื่นๆ อย่างไรก็ดี การเร่งตัวของการเติบโตอย่างยั่งยืนยังจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม
ด้านการคลัง คาดว่าการขาดดุลงบประมาณในปีงบประมาณ 2569 จะปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.4% ของ GDP แม้ว่าการปรับฐานะการคลังจะต้องใช้เวลา แต่ฐานะการคลังของประเทศยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และคาดว่าประเทศไทยจะยังคงรักษาอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุน (investment grade) ไว้ได้
“เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงแข็งแกร่ง อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยพยุงการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการกระจายตลาดส่งออกจะเป็นแรงหนุนในระยะยาว”
ในระยะถัดไป แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะกลางจะได้รับแรงสนับสนุนจากความพยายามในการยกระดับอุตสาหกรรมหลัก การดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่มีความหลากหลายมากขึ้น และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานโลก
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5538505/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04AtJp-X8zPbMX1ymY6bhB
