สมุทรสาคร///กรมประมงดีเดย์ 15 ก.พ. 69 ! ประกาศ “ปิดอ่าวไทย” 3 จังหวัด | TOPNEWS

สมุทรสาคร///กรมประมงดีเดย์-15-กพ.-69-!-ประกาศ-“ปิดอ่าวไทย”-3-จังหวัด-|-topnews

️ประมงมหาชัยอาสามาบอก❗️📢เรื่อง : กรมประมงดีเดย์ 15 ก.พ. 69 ! ประกาศ “ปิดอ่าวไทย” 3 จังหวัด ขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน  วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร  กรมประมง โดยสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร ขอประชาสัมพันธ์มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนในทะเลอ่าวไทย ประจำปี 2569 (มาตรการปิดอ่าวไทย) เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า การดำเนินมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ประจำปี 2569 ยังคงบังคับใช้ในพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง 3 เขตมาตรการ และ 2 ช่วงเวลา คือ

🔹 ช่วงที่ 1 วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม ของทุกปีเขตมาตรการที่ 1 พื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง เขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่ในทะเล 27,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม ของทุกปี

🔹 ช่วงที่ 2 วันที่ 16 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 ของทุกปีเขตมาตรการที่ 2 พื้นที่บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ตามแนวชายฝั่งระยะห่าง 7 ไมล์ทะเลโดยประมาณ ซึ่งเป็นแหล่งที่สัตว์น้ำวัยอ่อนอพยพไปยังพื้นที่เลี้ยงตัวอ่อนในอ่าวไทยตอนใน ครอบคลุมพื้นที่ในทะเล 5,300 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 14 มิถุนายน ของทุกปีเขตมาตรการที่ 3 พื้นที่ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่ในทะเล 2,900 ตารางกิโลเมตร ห้วงเวลาเดียวกับเขตมาตรการที่ 2 ตามแผนที่แนบท้ายของประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลาง โดยในพื้นที่และห้วงเวลาดังกล่าว กำหนดห้ามมิให้ทำการประมง เว้นแต่เป็นการใช้เครื่องมือประมงบางชนิดตามที่ระบุไว้ในประกาศเท่านั้น

ซึ่งมาตรการปิดอ่าวเป็นมาตรการที่สำคัญ และตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักวิชาการ โดยกรมประมงได้มีการติดตามและประเมินผลทางวิชาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำและวิถีการทำประมงที่เปลี่ยนแปลงไป และในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการออกประกาศกรมประมงฉบับใหม่เพิ่มเติมจำนวน 4 ฉบับ เนื่องจากมีการปรับปรุงข้อกำหนดในเครื่องมือประมงบางชนิด เพื่อลดประสิทธิภาพการจับพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ เปิดโอกาสให้สัตว์น้ำขยายพันธุ์และเพิ่มปริมาณขึ้นมาทดแทนในธรรมชาติได้อย่างสมดุล ส่งผลให้อัตราการจับสัตว์น้ำ (CPUE)

ภายหลังสิ้นสุดมาตรการเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนมาตรการอย่างมีนัยสำคัญ ดังจะเห็นได้จากผลการศึกษา 3 เขตมาตรการ พบว่าช่วงเวลาก่อนและระหว่างมาตรการเขตที่ 1 ปลาทูมีขนาดใหญ่กว่าขนาดแรกสืบพันธุ์ (17 เซนติเมตร) เมื่อสิ้นสุดมาตรการพบปลาทูมีขนาดเล็กเกิดขึ้น ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป สอดคล้องกับขนาดลูกปลาทูในเขตมาตรการที่ 2 และ 3 ที่พบว่ามีขนาดความยาวเพิ่มขึ้นหลังสิ้นสุดมาตรการ แสดงให้เห็นว่ามีปลาทูขนาดเล็กเข้ามาทดแทนประชากรปลาทูหลังสิ้นสุดมาตรการทั้ง 3 เขต รวมถึงสถิติการจับสัตว์น้ำเขตอ่าวไทยตอนกลาง เพิ่มขึ้นจาก 198 กิโลกรัมต่อวันในปี 2567 เป็น 276 กิโลกรัมต่อวัน ในปี 2568 แสดงให้เห็นว่ามาตรการปิดอ่าวไทยมีความเหมาะสมและสอดคล้องกันกับวงจรชีวิตสัตว์น้ำ สามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลดีต่อความมั่นคงด้านรายได้ของชาวประมงในระยะยาว

สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร ขอขอบคุณพี่น้องชาวประมงทุกท่านที่ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดตลอดมา และขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดความสมดุลกับกำลังการผลิตของธรรมชาติ ทำการประมงอย่างรับผิดชอบและปฏิบัติตามแนวทางของมาตรการ คือ “งดจับปลาฤดูมีไข่ อนุรักษ์ไว้ใช้อย่างยั่งยืน”

โดยขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมง ผู้ประกอบการ และประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศให้คงอยู่สืบไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร ในวันและเวลาราชการ

กิตติศักดิ์  นาคสมพงษ์ ผู้สื่อข่าวtop new ทั่วไทย จ.สมุทรสาคร

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1488581&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GtIwwnHbJo7cXaBFVJ6Tn