ผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่ในอินเดีย ไนจีเรีย อินโดนีเซีย บังกลาเทศ ปากีสถาน และฟิลิปปินส์ แต่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่เป็นอันตรายอย่างมีนัยสำคัญที่สุดจะเป็นภัยคุกคามสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ไนจีเรีย ซูดานใต้ สปป.ลาว และบราซิล
สิ่งที่ทำให้นักวิจัยประหลาดใจคือแบบจำลองคอมพิวเตอร์ยังพบว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดจะเกิดขึ้นในช่วงต้นของเส้นทางภาวะโลกร้อน นั่นคือใกล้กับช่วง 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน นี่จึงเพิ่มความเร่งด่วนในการปรับตัวในด้านต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพ เศรษฐกิจ และระบบพลังงาน
“ราธิกา โคสลา” (Radhika Khosla) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยจากสถาบัน Smith School of Enterprise and the Environment มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในสหราชอาณาจักร ระบุว่า
นี่คือข้อค้นพบที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นสิ่งที่บอกเราว่า เราจำเป็นต้องเริ่มดำเนินมาตรการสนับสนุนมาตรการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากการที่อุณหภูมิเฉลี่ยโลกพุ่งเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจะส่งผลกระทบอย่างไม่เคยมีมาก่อนต่อทุกด้าน ตั้งแต่การศึกษา สุขภาพ การย้ายถิ่นฐาน ไปจนถึงการเกษตร การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ยังคงเป็นเส้นทางเดียวที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถพลิกกลับแนวโน้มวันที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ได้ จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่นักการเมืองจะต้องกลับมาเป็นผู้นำในเรื่องนี้
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า แม้แต่ประเทศที่มั่งคั่งในซีกโลกเหนือก็จะต้องเผชิญกับความยากลำบากเช่นกัน ไม่มีพื้นที่ใดในโลกที่จะหลีกเลี่ยงความร้อนรุนแรงได้ ทุกประเทศยังขาดความพร้อมในการรับมือ
ในกรณีของสหราชอาณาจักร ผู้เขียนวิจัย อธิบายว่า อาคารและโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่นั้นเก่า ไม่มีประสิทธิภาพและออกแบบมาเพื่อรับมือกับอากาศหนาวเย็นเป็นหลัก เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงข้าม จึงกลายเป็นความท้าทายต่อระบบสาธารณสุข การจัดหาพลังงาน และเศรษฐกิจของประเทศ
ดังตัวอย่างเช่น ในปี 2023 ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติของสหราชอาณาจักรต้องขอให้เดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2 แห่งอีกครั้ง เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศจากคลื่นความร้อนที่ผิดปกติ
ที่มา : theguardian
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/861806&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1unCUHAUb9_x5-dTfwfQaS
