‘ฝรั่งเศส’ สนใจ ‘ตำรับยาไทยเสริมสมรรถภาพทางเพศ’

‘ฝรั่งเศส’-สนใจ-‘ตำรับยาไทยเสริมสมรรถภาพทางเพศ’

‘ฝรั่งเศส’ สนใจ ‘ตำรับยาไทยเสริมสมรรถภาพทางเพศ’

พญ.กัญญาภัค ศิลารักษ์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่ากรมฯ ได้ผลักดันการใช้ภูมิปัญญาไทยในการดูแลผู้มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) โดยเฉพาะการนำ “ตำรับยาแก้องคชาตตาย”  มาใช้ในการรักษาและวิจัย พบว่ามีผลดีในการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและเสริมสมรรถภาพทางเพศในบุรุษ และยังมี “นารีพลีชีพ” ที่อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย สำหรับรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสตรี

ณะนี้ มีบริษัทจัดหาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพจากธรรมชาติ ประเทศฝรั่งเศส ได้แสดงความสนใจในตำรับยาไทยรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันพิจารณา เพื่อสร้างโอกาสในการส่งเสริมภูมิปัญญาและต่อยอดเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ปัจจุบันกรมฯ ยังมี “ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ” ซึ่งมีที่มาจากตำรับยาแผนไทยของชาติที่มีเจตนาคุ้มครองและส่งเสริมนำไปใช้ประโยชน์ในระบบสุขภาพและเศรษฐกิจ ในกลุ่มยาบำรุงและยาอายุวัฒนะกว่า 18 ตำรับ ที่มีศักยภาพในการบำรุงร่างกายและเสริมสมรรถภาพทางเพศ เช่น ยาบำรุงสำหรับบุรุษ สูตร 1 ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรสำคัญอย่าง บัวขม ขิง ดีปลี ชะพลู ผักเสี้ยนผี พริกไทย มะเขือขื่น และไม้เท้ายายม่อม รวมถึงตำรับยา “แก้องคชาตตาย” ที่มีส่วนผสมของดีปลี ชะพลู พริกชี้ฟ้า ขิง ลูกจันทน์ กระวาน สะแก และกัญชา ซึ่งอยู่ระหว่างการผลักดันเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางวิชาการและต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

ด้าน ดร.ภญ.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และผู้อำนวยการกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร เปิดเผยว่า เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน กรมการแพทย์แผนไทยฯ เตรียมจัดกิจกรรม “Open House ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ” พร้อมทั้งจับคู่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนร่วมพัฒนาโครงการวิจัย   พัฒนา (R&D) และนวัตกรรมสมุนไพร เพื่อมุ่งเน้นการต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเพื่อผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศเข้าสู่ New S-Curve และเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

สมุนไพร – ตัวชูโรง ‘เศรษฐกิจสุขภาพ’

ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ภายใต้แผนนโยบาย ‘เศรษฐกิจสุขภาพ’ ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ผลักดันให้ความสามารถทางสาธารณสุขขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เป็น New Engine of Growth ของประเทศไทย  โดยมี ‘การยกระดับสมุนไพรไทย’ เป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญ โดยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ราว 4.8 หมื่นล้านบาท จากคำแถลงผลงานการขับเคลื่อนในระยะเวลา 6 เดือน (ก.พ.-ส.ค.) ของกระทรวงสาธารณสุขในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 

นอกจากการขับเคลื่อนประเด็นด้านสมุนไพรไทยแล้วยังมีอีก 5 ประเด็นสำคัญที่มีการขับเคลื่อนได้แก่

1. การยกระดับภูมิปัญญาไทย

2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

3. ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์

5. ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง (ATMPs)

6. การดูแลสุขภาพบุคคลและความงาม

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/733499&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SDJI66uXV6jRFRHYbE4Fs