Category: ท่องเที่ยว

  • เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    9 เมษายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูแผนรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 รับวันหยุดยาว ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คาดว่าจะอาจจะส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เปลี่ยนไป ทั้งการลดระยะทางท่องเที่ยว เลือกใช้เวลาพักผ่อนวันหยุดยาวใกล้บ้าน หรือหันมาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้านมากขึ้น ขณะที่กลุ่มที่ยังคงเดินทางมีแนวโน้มใช้เวลาบนถนนสายหลักและจุดพักรถนานขึ้น โดยเฉพาะสถานีน้ำมันซึ่งอาจมีความหนาแน่นจากการแวะพักและรอคิวเติมน้ำมัน

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เผยยกทัพโซลูชันจัดเต็ม นอกจากเพิ่มสัญญาณ 5G และ 4G ปีนี้แล้ว ทรูยังติดตั้ง IBC (In-Building Coverage) เพิ่มจากเดิมเพื่อขยายสัญญาณภายในอาคารและศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ รองรับคนกรุงที่ปีนี้คาดว่าจะมีกลุ่มปรับแผนเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และเลือกฉลองสงกรานต์แบบพักผ่อนในเมืองแทน ไม่ว่าจะเดินห้าง ดูหนัง หรือนัดกินข้าวกับเพื่อน ก็ใช้งานมือถือได้ลื่นไหล ประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมนำ AI ที่ได้รับการรับรอง Autonomous Network ระดับ 4.0 จาก TM Forum มาใช้บริหารโครงข่าย ผ่านระบบ Intent-Based Operation (IBO) ที่ทำงานเสมือนทีมปฏิบัติการอัตโนมัติ ดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

    นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทีมงานทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้แค่วางแผนโครงข่ายเชิงรุกเพื่อรองรับท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ แต่เรายังวางแผนรองรับพฤติกรรมการใช้งานที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เทศกาลสงกรานต์จะมีรูปแบบ ‘กระจุกตัวในแหล่งท่องเที่ยวสงกรานต์ และการเดินทางไกลข้ามจังหวัด’ ไปสู่รูปแบบที่ ‘กระจายตัวและยืดหยุ่น’ ทั้งระหว่างการเดินทางข้ามจังหวัด และการใช้งานในจังหวัด หรืออยู่บ้านกับครอบครัวมากขึ้น โดยคาดว่าปริมาณการใช้งานดิจิทัลยังคงเพิ่มสูง แต่จะกระจายไปยังสถานที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ใหญ่ๆ เส้นทางคมนาคมสายหลัก จุดพักรถ และพื้นที่ชุมชนมากขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านที่เติบโตจากกลุ่มผู้บริโภคที่เลือกพักผ่อนอยู่บ้านในปีนี้”

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เตรียมความพร้อมโครงข่าย 5G และ 4G ครอบคลุม 5 พื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยว วัด และสถานที่ทำบุญ, จุดเล่นน้ำสงกรานต์, ศูนย์กลางคมนาคม เช่น สนามบิน สถานีขนส่ง และสถานีรถไฟ, ถนนสายหลักเชื่อมภูมิภาค และจุดพักรถตามเส้นทาง รวมถึงสถานีน้ำมัน และสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดใช้งานสำคัญในปีนี้ พร้อมทั้งดูและเน็ตบ้านในทุกพื้นที่ชุมชน

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทรูให้ความสำคัญกับจุดจัดงานสงกรานต์ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทย และเป็นจุดดึงดูดการเยือนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ ถนนข้าวสาร, ถนนสีลม, สยามสแควร์, รวมถึงอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น SIAM Songkran Music Festival (RCA), S2O Songkran Music Festival (ย่านรัชดา) และ X Festival (Warehouse Stadium) เป็นต้น รวมถึงการเสริมสัญญาณพื้นที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ทุกภูมิภาคและจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้นำโซลูชันเสริมศักยภาพเครือข่ายมาใช้งานแบบครบวงจร เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นและมีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น ได้แก่ การติดตั้งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ COW (Cell-On-Wheel) ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง, การเพิ่มเสาสัญญาณชั่วคราวในจุดจัดงานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละจังหวัดทุกภูมิภาค, การปรับค่าพารามิเตอร์เครือข่ายให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานเฉพาะช่วงเทศกาล พร้อมทั้งติดตั้ง IBC (In-Building Coverage) เพิ่มจากเดิมเพื่อขยายสัญญาณภายในอาคารและศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงการบริหารจัดการโครงข่ายแบบเรียลไทม์

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    นอกจากนี้ สำหรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 ทรูนำ AI ที่ได้รับการรับรอง Autonomous Network ระดับ 4.0 จาก TM Forum มาใช้บริหารโครงข่าย ผ่านระบบ Intent-Based Operation (IBO) ที่ทำงานเสมือนทีมปฏิบัติการอัตโนมัติ ดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคาดการณ์และปรับจูนล่วงหน้าก่อนเกิดผลกระทบ โดยสามารถกระจายโหลดในพื้นที่หนาแน่น จัดการสัญญาณรบกวน และประเมินผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ลูกค้าใช้งาน 5G และ 4G ได้อย่างต่อเนื่อง ลื่นไหล รองรับการสตรีม วิดีโอคอล และเล่นเกมได้อย่างสนุก

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    ขณะเดียวกัน ทรูยังได้จัดทีมทำงานที่ศูนย์ปฏิบัติการ BNIC และ War Room ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ AI วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์เครือข่ายอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทั้ง 5G, 4G และอินเทอร์เน็ตบ้านทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อปริมาณการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และรักษาคุณภาพการให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    บริษัทฯ ยังดำเนินการตามแนวทางของ กสทช. อย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลคุณภาพโครงข่ายและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในทุกพื้นที่ ทั้งกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยว หรือกลุ่มที่เลือกใช้เวลาอยู่บ้านในช่วงวันหยุดยาว

    “การวางแผนเสริมสัญญาณมือถือและเน็ตบ้านรับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ สะท้อนถึงบทบาทของทรูในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคในทุกสถานการณ์ พร้อมรองรับทั้ง ‘การเดินทางท่องเที่ยว’ และ ‘ไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น’ ของคนไทยในยุคปัจจุบัน” 

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความสนุกและร่วมส่งความปรารถนาดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ไปพร้อมกับลูกค้าคนสำคัญให้ได้สุขสดใส ชื่นใจวันสงกรานต์ เบิกบานทั่วไทยไปกับทรู พร้อมส่งมอบความสดใสรับเทศกาลปีใหม่ไทย ด้วยการมอบกระเป๋ากันน้ำสุดเก๋ไก๋ให้ลูกค้าได้นำไปใช้เบิกบานทั่วไทย เพียงเข้ามาใช้บริการหรือทำธุรกรรมที่ ทรูช็อป และ ดีแทคช็อป 129 สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ครบ 500 บาท รับฟรีทันทีกระเป๋ากันน้ำ 1 ใบ (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 ท่าน) ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนนี้ เป็นต้นไป

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    พร้อมกันนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย มอบสิทธิพิเศษดับร้อนในงานมหาสงกรานต์ ร่วมสาดความสุขและมอบความคุ้มค่าแบบเต็มพิกัดให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ และนักท่องเที่ยว ไปกับกิจกรรมปีใหม่ไทยเที่ยวใกล้บ้าน “มหาสงกรานต์” ทั่วกรุงเทพฯ เปิดจุดรับสิทธิพิเศษมากมาย ประจำ 2 แลนด์มาร์กยอดฮิตกรุงเทพมหานคร ทั้งสวนลุมพินี  และสวนเบญจกิติ ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 – 15 เมษายน 2569 นี้ ทั้งรับฟรี! เครื่องดื่มคลายร้อน โค้ก ซีโร่, เครื่องดื่ม Slurpee จาก Freshy, น้ำแร่ Eto, ไอศกรีม Cremo พร้อมรับส่วนลดค่าอาหารที่ร้าน KFC สูงสุดถึง 50% และส่วนลดเข้าร่วมเวิร์กชอปศิลปะสูงสุด 10% (สำหรับลูกค้า TrueBlack และ dtac PLATINUM BLUE) กดรับสิทธิ์ง่ายๆ ผ่านแอปทรู นอกจากนี้ พิเศษสำหรับลูกค้า Tourist SIM สามารถแวะซื้อซิมพร้อมกดรับซองกันน้ำฟรีได้ที่บูธทรูตลอดงาน เตรียมโหลดแอปทรู ให้พร้อมแล้วมารับความคุ้มค่าสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ไปด้วยกัน!

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/pr/615711&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XdpCL3S-X27DsQMdG8KEt

  • รองนายกฯ “ศุภจี” ย้ำแนวคิดท่องเที่ยว 365 วัน คือปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี พร้อมระบุปัญหา PM2.5 ต้องแก้ควบคู่

    รองนายกฯ “ศุภจี” ย้ำแนวคิดท่องเที่ยว 365 วัน คือปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี พร้อมระบุปัญหา PM2.5 ต้องแก้ควบคู่

    รองนายกฯ “ศุภจี” ย้ำแนวคิดท่องเที่ยว 365 วัน คือปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี พร้อมระบุปัญหา PM2.5 ต้องแก้ควบคู่


    10/04/2569 | 77 |

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภาในประเด็นนโยบาย “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” โดยระบุว่า แนวคิดดังกล่าวหมายถึงการใช้ศักยภาพของประเทศไทยที่มีฤดูกาลท่องเที่ยวหมุนเวียนตลอดทั้งปีในแต่ละภูมิภาค ไม่ได้หมายความว่าทุกจังหวัดสามารถท่องเที่ยวได้ทุกวันในทุกสภาพอากาศ

    นางศุภจีกล่าวว่า ประเทศไทยมีปฏิทินกิจกรรมและจุดหมายท่องเที่ยวที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความต่อเนื่อง

    สำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับนโยบายท่องเที่ยว นางศุภจีระบุว่า ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นเรื่องที่กระทบประชาชนโดยตรง และเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินมาตรการด้านการจัดการต้นเหตุ การควบคุมการเผา และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    “การเดินหน้านโยบายท่องเที่ยวและการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน โดยยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ลดทอนความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน” นางศุภจีกล่าว


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/493348&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MTbcgbiU1soJx9McfrM0A

  • สงกรานต์นี้ ก่อนล้อหมุนต้องพร้อม ไม่ประมาท! กรมอนามัย แนะ “5 เตรียม” รับมือร้อนจัด-ฝุ่นสูง – อนามัยมีเดีย

    สงกรานต์นี้ ก่อนล้อหมุนต้องพร้อม ไม่ประมาท! กรมอนามัย แนะ “5 เตรียม” รับมือร้อนจัด-ฝุ่นสูง – อนามัยมีเดีย

               กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

               แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดการณ์ว่า ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) จะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพอากาศร้อนจัดเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมร้อน หรือ ฮีตสโตรก (Heatstroke) ประกอบกับในบางพื้นที่ยังมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงอยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอนามัยจึงขอให้ประชาชนยึดหลัก “5 เตรียม” ก่อนล้อหมุน ดังนี้ 1) เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง เพื่อลดความเหนื่อยล้าและป้องกันอาการหลับในขณะขับขี่ หากมีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาและเอกสารสำคัญให้พร้อม 2) เตรียมอุปกรณ์ป้องกันอากาศร้อนและฝุ่น โดยเตรียมหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และครีมกันแดด เตรียมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีดัชนีความร้อนสูงหรือพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง 3) เตรียมของกินแก้ง่วง ได้แก่ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะม่วงเปรี้ยว หรือลูกอมเคี้ยวหนึบ เพื่อช่วยกระตุ้นความตื่นตัว นอกจากนี้ น้ำดื่มสะอาดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ควรดื่มบ่อยๆ โดยไม่ต้องรอกระหาย รวมถึงผลไม้สดที่มีน้ำเยอะ แต่น้ำตาลไม่สูงมาก เช่น แตงโม ชมพู่ แคนตาลูป เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย และ 4) เตรียมยาและเวชภัณฑ์ สำหรับกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วย ต้องเตรียมยาประจำตัวให้เพียงพอตลอดการเดินทาง รวมถึงยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้แพ้ หรือผงเกลือแร่ (ORS) เผื่อกรณีเสียเหงื่อมากจากอากาศร้อน 5) ระหว่างเดินทาง ห้ามทิ้งเด็กและผู้สูงอายุไว้ในรถโดยลำพังโดยเด็ดขาด

               “สำหรับผู้ที่ขับรถยนต์ส่วนตัว ตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อมก่อนเดินทาง ควรเลี่ยงกินอาหารประเภทแป้ง ขนมปังขาว ข้าวขาว และข้าวเหนียว เพราะการกินคาร์โบไฮเดรตในอาหารมื้อใหญ่ในปริมาณมาก เป็นเหตุให้เลือดไหลหมุนเวียนไปส่วนอื่นๆ ของร่างกายน้อยลง โดยเฉพาะสมอง ทำให้รู้สึกง่วงซึม เฉื่อยชา นอกจากนี้ ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากง่วงหรือถ้ารู้สึกเมื่อยล้าให้จอดพักทุก 2 ชั่วโมง เพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อลดความเมื่อยล้า ก่อนเดินทางต่อไป ทั้งนี้ การเตรียมตัวที่ดีคือหัวใจสำคัญของการเดินทางในช่วงสงกรานต์นี้ กรมอนามัยขอเน้นย้ำให้ประชาชนหมั่นสังเกตอาการตนเองและคนรอบข้าง หากรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือหายใจลำบากจากฝุ่น และอากาศร้อน ให้รีบหาที่พักในที่ร่มหรือที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกทันที เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุขนี้เป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

    ***

    กรมอนามัย / 10 เมษายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/1004692/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1B5AQjSb6rTgNYQFiW3LXX

  • สมุทรสงคราม ยกระดับท่องเที่ยว เตรียมเปิด One Stop Service อำนวยความสะดวกครบ จบในจุดเดียว

    สมุทรสงคราม ยกระดับท่องเที่ยว เตรียมเปิด One Stop Service อำนวยความสะดวกครบ จบในจุดเดียว

    วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.07 น.

    สมุทรสงครามเดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดเตรียมเปิด “Tourist Service Point” หรือจุดบริการนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร (One Stop Service) ใจกลางเมืองแม่กลอง หวังยกระดับมาตรฐานการบริการ รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ที่ร้าน Mix&Me café’ and restaurant by บ้านพระครูติ ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม นายนิทรารัตน์ แพทย์วงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษาสภาฯ เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยมีคณะกรรมการและที่ปรึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือการเตรียมจัดตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของจังหวัดสมุทรสงคราม โดยจะตั้งอยู่บริเวณจุดตัดทางรถไฟข้างโรงเรียนอนุบาลสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญใกล้ตลาดร่มหุบ และเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากสัญจรผ่านในแต่ละวัน

    รูปแบบของจุดบริการ เป็นบูธขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2.5 เมตร ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจน ภายในจะให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน ทั้งเส้นทางท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ วิถีชุมชน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวแนะนำ (Route) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการวางแผนเดินทาง

    นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งในรูปแบบออฟไลน์ เช่น แผ่นพับ และรูปแบบออนไลน์ผ่าน QR Code ที่สามารถสแกนเพื่อเข้าถึงข้อมูลได้ทันที รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนจังหวัดเพิ่มมากขึ้น

    ไม่เพียงเท่านั้น จุดบริการแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีฉุกเฉิน เช่น หลงทาง ตกรถ หรือประสบปัญหาระหว่างการเดินทาง โดยจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    อีกหนึ่งบทบาทสำคัญ คือการเป็นศูนย์รวมบริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ และบริการเดินทางรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมราคาค่าบริการให้เป็นธรรม สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

    ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่มีรายได้เสริม โดยสนับสนุนให้เข้ามาเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทาง พร้อมทั้งจัดอบรมทักษะภาษาอังกฤษและการเป็นมัคคุเทศก์เบื้องต้น เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการในท้องถิ่น ทั้งนี้ จุดบริการดังกล่าวจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. โดยมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยให้บริการอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ในเร็ว ๆ นี้

    นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งพื้นที่จำหน่ายของฝาก “ของดีเมืองแม่กลอง” บริเวณอาคารวราปลาทู ใกล้กับปั้มน้ำมันเชลล์ ถนนทางเข้าเมือง เขตเทซบาลเมืองสมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมสินค้าในท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/472340&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27M1rXbC4gEzJAFFepNJLH

  • เกาหลีใต้หวนเปิดบริการรถไฟท่องเที่ยว มุ่งสู่สถานีติดชายแดน DPRK : อินโฟเควสท์

    เกาหลีใต้หวนเปิดบริการรถไฟท่องเที่ยว มุ่งสู่สถานีติดชายแดน DPRK : อินโฟเควสท์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เว็บไซต์กระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (9 เม.ย.) ว่า เกาหลีใต้เตรียมกลับมาให้บริการรถไฟท่องเที่ยวขาไปและขากลับจากสถานีโดราซาน ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของประเทศและใกล้กับชายแดนระหว่างเกาหลีในวันศุกร์ (10 เม.ย.) หลังจากระงับบริการมานานราว 6 ปีครึ่ง

    สื่อท้องถิ่นรายงานว่า รถไฟจะวิ่งเลยสถานีอิมจินกังเข้าสู่เขตควบคุมพลเรือน ซึ่งเชื่อมต่อสถานที่สำคัญในเขตปลอดทหารเกาหลี ทั้งหอดูดาวโดรา หมู่บ้านรวมชาติ และค่ายเกรฟส์ โดยการเดินรถไฟนี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การท่องเที่ยวเชิงสันติภาพ”

    ทั้งนี้ สถานีรถไฟโดราซานเคยถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งสำคัญที่เชื่อมต่อคาบสมุทรเกาหลี ถือเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือในอดีตระหว่างเกาหลีใต้กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) และสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงระหว่างเกาหลีแม้มีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/584537&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HzS_YKCX99qRwbDZjwKXA

  • ผู้ว่าประจวบฯ ชวนเที่ยวงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว-งานกาชาด” ครั้งที่ 16 จัดเต็มกิจกรรม 11 วัน

    ผู้ว่าประจวบฯ ชวนเที่ยวงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว-งานกาชาด” ครั้งที่ 16 จัดเต็มกิจกรรม 11 วัน

    เมื่อวันที่ 9 เม.ย.69 ที่สถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ประจำปี 2569 พร้อมด้วย พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ นางรัฐยา อาจหาญ เผยพร ปลัดจังหวัดฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นางอุบลวรรณ คงสว่าง ผจก.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตัวแทนวัฒนธรรมจังหวัดฯ ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการและแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมรับฟัง

    นายสิทธิชัย กล่าวว่า งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 16 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และเสริมสร้างความสามัคคีของประชาชนในจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายหลากหลายภาคส่วน กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24 เม.ย.- 4 พ.ค.69 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดฯ ถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ และสะพานสราญวิถี

    ภายในงานมีการจัดโซนแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ 20 กระทรวง ภายใต้แนวคิด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” เพื่อให้ผู้เที่ยวงานได้รับทราบถึงแนวทางและเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดใน 10 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น การบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมอนุรักษ์การท่องเที่ยวทางทะเล การส่งเสริมสินค้าเกษตร การส่งเสริมแรงงานภาคการท่องเที่ยว กลยุทธ์การสร้าง Wellness Province ให้ประจวบเป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว รวมถึง Wellness Tourism ท่องเที่ยวดี สุขภาพดี มีคุณค่า และ Safe Tourism นักท่องเที่ยวต้องปลอดภัย

    แต่ละคืนมีกิจกรรมบนเวทีเริ่มวันที่ 25 เม.ย. จัดเวทีเสวนาเรื่องเกษตร ประมง ปศุสัตว์ การแสดงวงโยธวาทิต เชียร์ลีดเดอร์ และนักเรียนที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัด / วันที่ 26 เม.ย. การแสดง TO BE NUMBER ONE / วันที่ 27 เม.ย. เวทีเสวนาเรื่อง คนรักษ์สุขภาพ การ MOU คนรักษ์สุขภาพ ชุดการแสดง / วันที่ 28 เม.ย. การประกวดร้องเพลง “ท้องถิ่น ท้องที่ สามัคคี” / วันที่ 29 เม.ย. เวทีเสวนา เรื่องวานศิลปะและเมืองแห่งศิลป์ การแข่งขันธ์ยุทธศิลป์ มวยไทย / วันที่ 30 เม.ย. การประกวดวงดนตรีเยาวชน / วันที่ 1 พ.ค. เวทีเสวนา 10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา ชุดการแสดงของโรงเรียนตามโครงการ 10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา / วันที่ 2 พ.ค. การประกวดร้องเพลง “ท้องถิ่น ท้องที่ สามัคคี” รอบชิงชนะเลิศ / วันที่ 3 พ.ค. การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว ประจำปี 2569 / วันที่ 4 พ.ค. เวทีเสวนา เรื่อง การพัฒนาอุตสาหกรรม พลังงาน แรงงาน ชุดการแสดงของเทศบาลเมืองประจวบฯ การหมุนวงล้อกาชาด

    ซึ่งไฮไลท์ในวันเปิดงานที่ 24 เม.ย. นี้ จะมีจุดพลุในรูปแบบการแสดงระบำพุลประกอบดนตรี และการแสดงแสง สี เสียง อัตลักษณ์ของทั้ง 8 อำเภอ เพื่อเผยแพร่วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอให้ผู้ร่วมงานได้รับชม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดเวลาของการจัดงาน เช่น การแสดงอัตลักษณ์ท้องถิ่นประกอบแสง สี เสียง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและเสน่ห์ของ “เมืองสามอ่าว” อย่างยิ่งใหญ่และงดงาม / การประกวดสินค้าเกษตร / การแข่งขันกีฬามวยไทย ตะกร้อลอดบ่วง / กิจกรรมเดินแบบผ้ามัดย้อม ใครใส่ก็สวย โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์

    กิจกรรม Night Run เดิน-วิ่ง ชมเมืองสามอ่าว / กิจกรรมการออกร้านกาชาด รายได้เพื่อการกุศลในกิจการเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ โดยจัดพิมพ์สลากกาชาดจำนวน 50,000 ฉบับ จำหน่ายในราคาใบละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์รวม 3 คัน และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยจะมีการหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล พร้อมรางวัลอื่น ๆ ในคืนสุดท้ายของการจัดงาน

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ เทศกาลกินอาหารทะเล ที่รวบรวมเมนูอาหารทะเลสดใหม่ สินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงมาจัดจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอปของดีประจวบฯ และผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภค บูธจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมชมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืน อาทิ บอล เชิญยิ้ม, ไก่ กะละมังส์, อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า, ZAI The Gentlemans, เฟริส พรชิตา และ อานัส สันละกะยา จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/140636&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39Ae0A153ot93GayPLKXH3

  • ตำรวจบุกกวาดล้างผีมะพร้าวพัทยา ตะลึง!เจอสาวผิวสียืนขายบริการเพียบ | เดลินิวส์

    ตำรวจบุกกวาดล้างผีมะพร้าวพัทยา ตะลึง!เจอสาวผิวสียืนขายบริการเพียบ | เดลินิวส์

    เมื่อคืนวันที่ ต เม.ย. พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ชลบุรี) สั่งการให้ชุดสืบสวน สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณี บริเวณชายหาดพัทยา ถนนเลียบชายหาด และถนนพัทยาสายสอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ

    โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหญิงต่างชาติได้รวม 16 ราย ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติอุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน และยูกันดา โดยมีพฤติการณ์เข้าข่าย “ติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว หรือรบเร้าบุคคลในที่สาธารณะเพื่อการค้าประเวณี” อันเป็นความผิดตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539

    เบื้องต้น ผู้ต้องหา 12 ราย ถูกเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท พร้อมถูกเพิกถอนวีซ่าและควบคุมตัวไว้เตรียมผลักดันออกนอกประเทศ ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 ราย พบว่าอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 ราย อยู่ระหว่างกระบวนการเพิกถอนวีซ่า และเตรียมผลักดันกลับประเทศต้นทางเช่นเดียวกัน

    โดยการกวาดล้างครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5768080/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AdlUNjHWGpTl1Q1wIgI5J

  • แก้เกมเศรษฐกิจ EP.56

    แก้เกมเศรษฐกิจ EP.56

    ออกจากระบบ

    ล้างการแจ้งเตือนทั้งหมด

    ลบบัญชี

    หากคุณลบบัญชี 3Plus คุณจะไม่สามารถที่จะเข้าสู่ระบบได้อีกต่อไป

    คุณเเน่ใจหรือไม่ว่าต้องการดำเนินการต่อ

    ยกเลิกตกลง

    มหาสงกรานต์ปี 69 โอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจไทย EP.56

    ออกอากาศ ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569

    เปิดประเด็นเศรษฐกิจ ถอดรหัสหากลยุทธ์ ก้าวสู่ความสำเร็จกับผู้เชี่ยวชาญ

    ปิดการแจ้งเตือน

    เลิกติดตาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/v/271722&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CdvrsOkYSo6F2VfcYl-yh

  • ‘สุรศักดิ์’มอบนโยบายกีฬา เน้นเป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ ยกมาตรฐานการแข่งขัน-ศักยภาพนักกีฬา

    ‘สุรศักดิ์’มอบนโยบายกีฬา เน้นเป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ ยกมาตรฐานการแข่งขัน-ศักยภาพนักกีฬา

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบายการขับเคลื่อนงานแก่ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด  ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันวางทิศทางและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศ  ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 

    นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยขอให้ทุกหน่วยงานมุ่งมั่นดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเน้นย้ำการเตรียมความพร้อมในการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ โดยการบูรณาการภารกิจด้านการท่องเที่ยวร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงต้นทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของรัฐ รวมถึงการสนับสนุนแนวคิดการจัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านกีฬาเป็นไปอย่างชัดเจน ครอบคลุม และต่อเนื่องในทุกมิติ

    ในด้านการท่องเที่ยว รัฐมนตรีฯ ระบุว่า รัฐบาลมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพและมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดทิศทางสำคัญ ได้แก่ การผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน ด้วยการปรับแนวคิดจากการขายสินค้า (Product-Centric) ไปสู่การตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว (Demand Driven) การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะทาง อาทิ การท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ (สายมูเตลู) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness) ตลอดจนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีมาตรฐานรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมทั้งการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง ผ่านมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ และการยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร

    ขณะเดียวกัน ในด้านการกีฬา ได้มุ่งใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนในชาติทุกช่วงวัย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยวางกรอบการพัฒนาไว้บน 4 เสาหลัก ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพของประชาชน (Sport Health) การผลักดันกีฬาให้เป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ (Sport Wealth) การยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและศักยภาพนักกีฬาไทยสู่ระดับนานาชาติ (Sport Pride) และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาพัฒนาระบบกีฬา (Sport Future) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

    นายสุรศักดิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ความสำเร็จของการขับเคลื่อนนโยบายจะเกิดขึ้นได้จาก “เอกภาพในการทำงาน” ของทุกหน่วยงานในสังกัด โดยต้องร่วมกันขับเคลื่อนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้เป็น Smart Organization ที่ทำงานบนฐานข้อมูล มีความคล่องตัว เป็นมืออาชีพ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ พร้อมทั้งยึดหลักความโปร่งใส มองการณ์ไกล และยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวและการกีฬาในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/977761/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xlK23rPC3i36LroDW5HPr

  • กรมการท่องเที่ยว จับมือตำรวจท่องเที่ยวบุกภูเก็ต กวาดล้างนอมินี – ธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย

    กรมการท่องเที่ยว จับมือตำรวจท่องเที่ยวบุกภูเก็ต กวาดล้างนอมินี – ธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย

    กรมการท่องเที่ยว จับมือตำรวจท่องเที่ยวบุกภูเก็ต กวาดล้างนอมินี – ธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย

    วันที่ 8 เมษายน 2569 กรมการท่องเที่ยว โดยสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ผนึกกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวในพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อจัดระเบียบและปราบปรามการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 พบผู้กระทำผิด 2 รายใหญ่ เตรียมสั่งเพิกถอนใบอนุญาตและปรับพินัย

    จากการตรวจสอบเชิงลึกพบความผิดปกติของ บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งต้องสงสัยว่ามีการดำเนินกิจการในลักษณะตัวแทนอำพราง หรือ Nominee พฤติการณ์ความผิด: พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริษัทหลังจากได้รับใบอนุญาต โดยปัจจุบันมีกรรมการ 2 ราย เป็นชาวไทย 1 ราย และชาวต่างชาติสัญชาติอิสราเอล 1 ราย ข้อกฎหมาย: กรณีดังกล่าวถือว่า ขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา 17 (1) (ก) แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ ซึ่งระบุชัดเจนว่ากรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย บทลงโทษ: สำนักงานทะเบียนฯ เตรียมดำเนินการ เพิกถอนใบอนุญาต ของบริษัทดังกล่าวทันที เพื่อป้องกันความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและผลประโยชน์ของคนไทย

    ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ บริษัทอีกแห่ง แม้จะมีสถานะการจดทะเบียนปกติ แต่พบการกระทำผิดในส่วนของสถานที่ตั้ง พฤติการณ์ความผิด บริษัทมีการประกอบกิจการในสถานที่ที่ ไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และไม่มีการแจ้งจดทะเบียนสาขาให้ถูกต้องตามขั้นตอนเข้าข่ายความผิดฐานประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาตสาขา ตามมาตรา 22/2 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการ ปรับพินัย ตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด

    การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ประกอบการที่แฝงตัวกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี โดยสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้มีความโปร่งใส และคุ้มครองผู้ประกอบการไทยที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69865&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FqODcpfLdVrQNTXOsarFH