Category: ท่องเที่ยว

  • นับกันแทบไม่ไหว! รัฐบาลปลื้มสงกรานต์ทำเงินสะพัดทั่วประเทศ

    นับกันแทบไม่ไหว! รัฐบาลปลื้มสงกรานต์ทำเงินสะพัดทั่วประเทศ

    รัฐบาลปลื้ม ‘สงกรานต์ 2569’ เงินสะพัดทั่วประเทศ กระจายรายได้ถึงชุมชน

    15 เม.ย.2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในทุกภูมิภาคของประเทศเป็นไปอย่างคึกคักต่อเนื่อง สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฐานรากจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในแต่ละพื้นที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดงานหลัก มีการจัดกิจกรรมมากกว่า 91 จุดทั่วกรุง โดยข้อมูล ณ วันที่ 12 เมษายน 2569 พบว่ามีผู้เข้าร่วมงานใน 6 สถานที่สำคัญรวมกว่า 558,561 คน โดย “สงกรานต์สยาม 2569” ที่สยามสแควร์ได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้เข้าร่วมงาน 183,544 คน รองลงมาคือถนนสีลม และไอคอนสยาม สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในเขตเมือง ขณะเดียวกัน จังหวัดในภาคกลาง อาทิ สมุทรปราการและพระนครศรีอยุธยา ยังคงเน้นการสืบสานประเพณีควบคู่กับกิจกรรมสร้างสรรค์ ส่งผลให้รายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

    ภาคตะวันออกมีความโดดเด่นจากการจัดงาน “วันไหล” ที่ขยายระยะเวลาเทศกาลออกไป โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา ที่มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องจนถึงปลายเดือนเมษายน ช่วยกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่จังหวัดระยองได้ใช้จุดเด่นด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านกิจกรรม “สงกรานต์ถนนทุเรียน” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยว

    ภาคเหนือยังคงรักษาเอกลักษณ์ “ปี๋ใหม่เมือง” อย่างเข้มแข็ง จังหวัดเชียงใหม่จัดงานอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวันที่ 6–17 เมษายน โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมจำนวนมาก ขณะที่จังหวัดเชียงรายและพะเยาได้พัฒนาแนวทางการจัดงานให้ผสมผสานกิจกรรมร่วมสมัย รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม และช่วยกระจายรายได้สู่พื้นที่โดยรอบ

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีบรรยากาศคึกคักตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นกับ “ถนนข้าวเหนียว” ที่เป็นไฮไลต์สำคัญของภูมิภาค รวมถึงจังหวัดนครราชสีมาและอุดรธานีที่จัดกิจกรรมขนาดใหญ่รองรับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ในพื้นที่อย่างชัดเจน

    ภาคใต้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่คาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 11–15 เมษายน จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 149,690 คน สร้างรายได้กว่า 4,083 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราชยังคงบรรยากาศคึกคัก รองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในวงกว้าง

    ส่วนภาคตะวันตกเน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่จัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแข่งขันเรือยาวและกิจกรรมเชิงประเพณี ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจในภาพรวม แต่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการใช้ วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ทุกภูมิภาค สงกรานต์ปีนี้ไม่ใช่แค่คึกคัก แต่คือรายได้ที่เกิดขึ้นจริงกับคนไทยในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงภาคธุรกิจท้องถิ่น ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/980263/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LyfyQ3Yfz449XO1WIF2Gn

  • นายกฯ ปลื้มต่างชาติยกย่อง “สงกรานต์” สะท้อนพลังวัฒนธรรม ดันท่องเที่ยวไทยคึกคัก

    นายกฯ ปลื้มต่างชาติยกย่อง “สงกรานต์” สะท้อนพลังวัฒนธรรม ดันท่องเที่ยวไทยคึกคัก

    นายกฯ ปลื้มต่างชาติยกย่อง “สงกรานต์” สะท้อนพลังวัฒนธรรม ดันท่องเที่ยวไทยคึกคัก

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่มาก สะท้อนพลังของ “สงกรานต์ไทย” ในฐานะมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ที่ทุกชาติตระหนักรู้ สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในมิติของวัฒนธรรม ประเพณี และความสนุกสนาน

    โดยปีนี้ มีสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 42 แห่ง อาทิ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี อินเดีย เบลเยียม จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ร่วมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์และร่วมสมัย รวมทั้ง สื่อมวลชนชั้นนำ เช่น สำนักข่าว AP Reuters Euronews และ Xinhua รายงานภาพบรรยากาศความหนาแน่นของผู้คนที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำจุดต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร ได้รายงานเทศกาลสงกรานต์อย่างกว้างขวาง ยกให้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในโลก สะท้อนทั้งภาพความสนุกสนาน การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัย ขณะที่สี่อ Newswire ในอเมริกาเหนือ กล่าวยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทย สู่การเป็น “World Water Festival” ในระดับสากล จนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย

    นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเสนอมาตรการดูแลความปลอดภัยของประเทศไทย ทั้งด้านการกำกับดูแลพฤติกรรมที่เหมาะสม การป้องกันอุบัติเหตุ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดย The Straits Times ได้หยิบยกกฎระเบียบของสังคม “10 กฎ” สำหรับการเล่นน้ำอย่างปลอดภัยในไทย เช่น การห้ามคุกคามทางเพศ ห้ามป้ายแป้งโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ห้ามใช้อาวุธปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เป็นต้น สะท้อนถึงมาตรฐานการจัดงานในระดับสากล

    ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้คาดการณ์ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พร้อมขับเคลื่อนเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นการกระจายโอกาสสู่ทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

    ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีชื่นชมความสำเร็จของการจัดงานสงกรานต์ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดของไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ช่วยกันนำเสนอช่วงเวลาแห่งความสุขที่ผู้คนจากต่างแดน ต่างภาษา ได้ร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อมกับคนไทย สะท้อนพลังของวัฒนธรรมไทยที่สามารถเชื่อมโยงรอยยิ้ม ความอบอุ่น และมิตรภาพข้ามพรมแดนได้อย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000035797&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LVtZog_KtZxRAtavym2o8

  • คอลัมน์ –

    คอลัมน์ –

    FooterLogo

    ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
    webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
    ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
    กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

    Social Media

    Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/66101&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VE0TaQyypXNRcCRH-tYDh

  • เร่งดับไฟป่าเอราวัณ! ฮ.โปรยน้ำสกัดเพลิงบนเขาสูงชันหวั่นกระทบท่องเที่ยวสงกรานต์ | เดลินิวส์

    เร่งดับไฟป่าเอราวัณ! ฮ.โปรยน้ำสกัดเพลิงบนเขาสูงชันหวั่นกระทบท่องเที่ยวสงกรานต์ | เดลินิวส์

    นายพิพัฒน์ ฉิมพลี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณป่าหลังวัดป่าญาณรังษี ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันและหุบเขาสลับซับซ้อน ทำให้การเดินทางเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุเป็นไปอย่างลำบาก ประกอบกับมีกลุ่มควันหนาแน่นที่เริ่มส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว ณ น้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประสานขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อทำการตักน้ำสนับสนุนการดับไฟทางอากาศ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงจุดต้นเพลิงโดยตรงได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้สนธิกำลังร่วมกับจุดเฝ้าระวังป้องกันไฟป่าบ้านบนเขาแก่งเรียง เดินเท้าเข้าสู่พื้นที่เพื่อเร่งทำแนวกันไฟและควบคุมการลุกลามบริเวณโดยรอบอย่างเร่งด่วน

    เป้าหมายหลักของการทำงานคือการสกัดกั้นไม่ให้สะเก็ดไฟกระเด็นลุกลามไปยังพื้นที่ป่าใกล้เคียง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อระบบนิเวศและทัศนียภาพในวงกว้าง รวมถึงเพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบด้านสุขภาพจากฝุ่นควันแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเจ้าหน้าที่จะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าไฟจะดับสนิทและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติทุกจุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5783621/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0q-c6B9EjzlVO2aebR_vRN

  • รัฐบาลปลื้ม ‘สงกรานต์ 2569’ เงินสะพัดทั่วประเทศ กระจายรายได้ถึงชุมชน สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวต่อเนื่อง

    รัฐบาลปลื้ม ‘สงกรานต์ 2569’ เงินสะพัดทั่วประเทศ กระจายรายได้ถึงชุมชน สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวต่อเนื่อง

    ภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในทุกภูมิภาคของประเทศเป็นไปอย่างคึกคักต่อเนื่อง สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฐานรากจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ

    วันที่ 15 เมษายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในทุกภูมิภาคของประเทศเป็นไปอย่างคึกคักต่อเนื่อง สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฐานรากจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในแต่ละพื้นที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดงานหลัก มีการจัดกิจกรรมมากกว่า 91 จุดทั่วกรุง โดยข้อมูล ณ วันที่ 12 เมษายน 2569 พบว่ามีผู้เข้าร่วมงานใน 6 สถานที่สำคัญรวมกว่า 558,561 คน โดย “สงกรานต์สยาม 2569” ที่สยามสแควร์ได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้เข้าร่วมงาน 183,544 คน รองลงมาคือถนนสีลม และไอคอนสยาม สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในเขตเมือง ขณะเดียวกัน จังหวัดในภาคกลาง อาทิ สมุทรปราการและพระนครศรีอยุธยา ยังคงเน้นการสืบสานประเพณีควบคู่กับกิจกรรมสร้างสรรค์ ส่งผลให้รายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

    ภาคตะวันออกมีความโดดเด่นจากการจัดงาน “วันไหล” ที่ขยายระยะเวลาเทศกาลออกไป โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา ที่มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องจนถึงปลายเดือนเมษายน ช่วยกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่จังหวัดระยองได้ใช้จุดเด่นด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านกิจกรรม “สงกรานต์ถนนทุเรียน” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยว

    ภาคเหนือยังคงรักษาเอกลักษณ์ “ปี๋ใหม่เมือง” อย่างเข้มแข็ง จังหวัดเชียงใหม่จัดงานอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวันที่ 6–17 เมษายน โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมจำนวนมาก ขณะที่จังหวัดเชียงรายและพะเยาได้พัฒนาแนวทางการจัดงานให้ผสมผสานกิจกรรมร่วมสมัย รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม และช่วยกระจายรายได้สู่พื้นที่โดยรอบ

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีบรรยากาศคึกคักตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นกับ “ถนนข้าวเหนียว” ที่เป็นไฮไลต์สำคัญของภูมิภาค รวมถึงจังหวัดนครราชสีมาและอุดรธานีที่จัดกิจกรรมขนาดใหญ่รองรับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ในพื้นที่อย่างชัดเจน

    ภาคใต้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่คาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 11–15 เมษายน จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 149,690 คน สร้างรายได้กว่า 4,083 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราชยังคงบรรยากาศคึกคัก รองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในวงกว้าง

    ส่วนภาคตะวันตกเน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่จัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแข่งขันเรือยาวและกิจกรรมเชิงประเพณี ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจในภาพรวม แต่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการใช้ “วัฒนธรรม” เป็นเครื่องมือสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ทุกภูมิภาค

    “สงกรานต์ปีนี้ไม่ใช่แค่คึกคัก แต่คือรายได้ที่เกิดขึ้นจริงกับคนไทยในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงภาคธุรกิจท้องถิ่น ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน” นางสาวลลิดา กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://voicetv.co.th/read/Ji4DvFUea&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xK3My3QoaJQ1QUdOj5rbR

  • ส่องแลนด์มาร์ก สงกรานต์ 2569 คึกคักทั่วไทย คาดเข้าร่วม 6.5 ล้านคน เงินสะพัด 3 หมื่นล้านบาท

    ส่องแลนด์มาร์ก สงกรานต์ 2569 คึกคักทั่วไทย คาดเข้าร่วม 6.5 ล้านคน เงินสะพัด 3 หมื่นล้านบาท

    ส่องแลนด์มาร์ก สงกรานต์ 2569 คึกคักทั่วไทย “รัฐบาล” คาดนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ ร่วมเล่นน้ำไม่ต่ำกว่า 6.5 ล้านคน เงินสะพัด 3 หมื่นล้านบาท 

    วันนี้ (15 เม.ย.) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ 2569 ของประเทศไทย ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างล้นหลาม โดย Big 7 Travel สื่อท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลกจากสหราชอาณาจักร จัดให้เป็น จุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกในเดือนเมษายน 2569  

    คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่น้อยกว่า 6.5 ล้านคน และก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท โดย ททท.ระบุว่าเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 

    สำหรับตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท ขณะที่ตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7%  

    กรุงเทพฯ คึกคัก 4 วัน 3.1 ล้านคน 

    ระบบสถิติสงกรานต์ 2569 โดยสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร รายงานข้อมูลจำนวนผู้เข้าร่วมงานสงกรานต์ทั่วกรุงเทพฯ 94 จุด อยู่ที่ 3,145,215 คน เฉพาะวานนี้ (14 เม.ย.) มีคนร่วมงานมากกว่า 1,526,809 คน โดย 6 สถานที่เล่นน้ำยอดฮิต ได้แก่ 

    1. สงกรานต์สยาม 2569 สยามสแควร์ จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 1,096,607 คน

    2. ถนนสีลม Silom Songkran Splash Out with Thai Culture จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 652,974 คน (จัดวันที่ 12-14 เม.ย.)

    3. ไอคอนสยาม ICONSIAM THAICONIC Songkran Celebration 2026 จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 603,752 คน 

    4. ท่ามหาราช Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 298,276 คน

    5. สงกรานต์ถนนข้าวสารจำนวนผู้ร่วมงานสะสม 105,925 คน 

    6. เขตคลองเตย Maha Songkran World Event จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 75,180 คน

    สงกรานต์ถนนสีลม กรุงเทพฯ
    สงกรานต์ถนนสีลม กรุงเทพฯ

    “เชียงใหม่” ไม่แผ่ว แยกรินคำ คนร่วมงานหลักแสน 

    ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็มีการจัดงานสงกรานต์อย่างคึกคักหลายกิจกรรมโดยเฉพาะแลนด์มาร์กยอดฮิต เช่น ประตูท่าแพ นิมมาน ถนนต้นยาง รอบคูเมืองเชียงใหม่ รวมถึงแยกรินคำ-เมญ่า ที่มีรายงานว่า เวลา 21.00 น.วานนี้ (14 เม.ย.) มีผู้คนแห่เข้าชมคอนเสิร์ตและเล่นน้ำสงกรานต์ ทะลุ 100,000 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก โรงพักใกล้เคียง และฝ่ายปกครอง ระดมกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่  

    ทั้งนี้คาดว่าสงกรานต์ที่จังหวัดเชียงใหม่ จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่าหลายพันล้านบาท มีรายงานยอดจองห้องพักอยู่ที่ประมาณ 70-80% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่อลมหายใจภาคการท่องเที่ยวท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันแพงและเศรษฐกิจจากผลพวงสงครามอิหร่าน 

    สงกรานต์ที่แยกรินคำ เชียงใหม่
    สงกรานต์ที่แยกรินคำ เชียงใหม่

    “ถนนข้าวเหนียวขอนแก่น” สานต่อตำนานคลื่นมนุษย์ 

    ที่ “ถนนข้าวเหนียว” แลนด์มาร์กเล่นสงกรานต์ชื่อดังประจำจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรม “คลื่นมนุษย์” คืนที่ 2 โดยมี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรม โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกว่า 5 หมื่นคน ส่งต่อคลื่นมนุษย์จากหน้าเวทีประตูเมืองขอนแก่น ไปยังด้านล่างและไหลต่อเนื่องไปจนสุดบริเวณ 4 แยกเตียวฮง รวมระยะทางกว่า 1.5 กิโลเมตร ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงดนตรีที่เร้าใจตลอดเส้นทาง

    วันนี้ (15 เม.ย.) น.ส.ณัฏฐิญา ตันทสุข นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ในช่วงก่อนสงกรานต์มีความกังวลทั้งเรื่องของราคาน้ำมันและผลกระทบสงครามที่กำลังเกิดขึ้น รวมทั้งภาพรวมเศรษฐกิจโลก แต่พบว่ายอดห้องพักของแต่ละพื้นที่มีการจองเกินกว่า 80% และมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในเขตเทศบาลนครขอนแก่นและมาท่องเที่ยวในเขต จ.ขอนแก่น ขนส่งมวลชนสาธารณะต่างๆ มีการจองจนเต็มไปจนถึงวันที่ 16 เม.ย.

    อย่างไรก็ตาม ทุกปีจะมีการประมาณการรายได้และเงินสะพัดจากการใช้จ่ายในพื้นที่ที่ไม่น้อยกว่า 1,300 ล้านบาทในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งในช่วงก่อนถึงเทศกาลจากภาพรวมผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นมีการคาดการณ์ว่าขอนแก่นจะมีรายได้จากเทศกาลสงกรานต์ประมาณ 800-900 ล้านบาท แต่เมื่อถึงวันจริงนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำแต่ละวันเกือบแสนคน จึงมั่นใจว่าสงกรานต์ปีนี้จะมีรายได้มากกว่า 1,300 ล้านบาทอย่างแน่นอน

    สงกรานต์ถนนข้าวเหนียว ขอนแก่น
    สงกรานต์ถนนข้าวเหนียว ขอนแก่น

    นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่ร่วมสงกรานต์ “ภูเก็ต”

    วันนี้ (15 เม.ย.) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ภาคใต้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่คาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 11–15 เมษายน จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 149,690 คน สร้างรายได้กว่า 4,083 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราชยังคงบรรยากาศคึกคัก รองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในวงกว้าง 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/infographic/2926860&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw239asT12u9lLkC575q0aOR

  • “พิพัฒน์-สรรเพชญ” ร่วมงานทำบุญเดือน 5 ห่มผ้าพระนอน สืบสานประเพณีสงกรานต์สงขลา

    “พิพัฒน์-สรรเพชญ” ร่วมงานทำบุญเดือน 5 ห่มผ้าพระนอน สืบสานประเพณีสงกรานต์สงขลา

    “พิพัฒน์-สรรเพชญ” ร่วมงานทำบุญเดือน 5 ห่มผ้าพระนอน และปิดทองหัวใจองค์พระ จ.สงขลา พร้อมผลักดันเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    วันนี้ (14 เมษายน 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางไปร่วมงานพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงน้ำพระ และประเพณี ทำบุญเดือน 5 สงขลา ณ วัดมหัตตมังคลาราม (วัดหาดใหญ่ใน) อำเภอหาดใหญ่

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง ทำให้บรรยากาศ ที่เที่ยวสงกรานต์หาดใหญ่ ในเชิงศาสนาปีนี้เป็นไปด้วยความอบอุ่นและคึกคักอย่างมาก

    “พิพัฒน์-สรรเพชญ” ร่วมงานทำบุญเดือน 5 ห่มผ้าพระนอน สืบสานประเพณีสงกรานต์สงขลา

    สืบสาน “ประเพณีสงกรานต์ภาคใต้” ห่มผ้าพระนอน-ปิดทองหัวใจองค์พระ

    กิจกรรมสำคัญที่เป็นไฮไลต์ของงานคือ พิธีห่มผ้าพระนอน วัดหาดใหญ่ใน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ที่ชาวหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพศรัทธามาอย่างยาวนาน

    นอกจากนี้ พุทธศาสนิกชนยังได้ร่วมกันทอดผ้าป่าบูรณะวัด ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่บรรพชน และร่วม ปิดทองหัวใจองค์พระ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัวในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ไทย

    “พิพัฒน์-สรรเพชญ” ร่วมงานทำบุญเดือน 5 ห่มผ้าพระนอน สืบสานประเพณีสงกรานต์สงขลา

    ดัน “ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสงขลา

    ทางด้าน นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงความสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ว่า ประเพณีทำบุญเดือน 5 และพิธีห่มผ้าพระนอน ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและความผูกพันอันแน่นแฟ้นของชุมชน

    “ภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้ประเพณีอันดีงามนี้คงอยู่ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ เพื่อยกระดับให้เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนด้าน ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของจังหวัดสงขลา นอกจากจะได้สืบสานประเพณีแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่จะได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน รับฟังปัญหา และนำข้อเสนอแนะไปประสานเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม” นายสรรเพชญ กล่าว

    สำหรับงานประเพณี ห่มผ้าพระนอน วัดหาดใหญ่ใน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดสงขลา ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนอัตลักษณ์ความสามัคคีของท้องถิ่น แต่ยังช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป

    “พิพัฒน์-สรรเพชญ” ร่วมงานทำบุญเดือน 5 ห่มผ้าพระนอน สืบสานประเพณีสงกรานต์สงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/740941&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OO4RgR5XR-HJyYB2LrIyV

  • สงกรานต์ปีนี้ต่างชาติเข้าไทยเฉียดแสนคนต่อวัน

    สงกรานต์ปีนี้ต่างชาติเข้าไทยเฉียดแสนคนต่อวัน

    สงกรานต์ปีนี้ต่างชาติเข้าไทยเฉียดแสนคนต่อวัน

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศช่วงหยุดยาวสงกรานต์ 2569 ถือว่ามีความคึกคักทั้งตลาดไทยเที่ยวไทย และต่างชาติเที่ยวไทย สะท้อนจากข้อมูลพบว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 ถึงปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 99,840 คน โดยเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย รวมถึงกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short Haul) อาทิ สิงคโปร์ ไต้หวัน เมียนมา และเวียดนาม ซึ่ง ททท. คาดว่าเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 500,000 คน

    “ขอบคุณประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ดูแลและต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีจิตความเป็นไทย ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์อย่างเหมาะสม รวมถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวและหน่วยงานภาครัฐได้บูรณาการความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง การดูแลความปลอดภัย และการป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดีให้กับประเทศ”

    น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน จำนวน 1,676,260 คน มาเลเซีย จำนวน 1,103,045 คน รัสเซีย จำนวน 796,612 คน อินเดีย จำนวน 722,061 คน และ เกาหลีใต้ จำนวน 441,075 คน โดยจากการประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวเบื้องต้น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 13 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสะสมกว่า 10.4 ล้านคน

    เทศกาลสงกรานต์ เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักทั่วประเทศ และสะท้อนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย รวมถึงการจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศยังช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยคาดว่าจะเกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยกว่า 5.9 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 30,350 ล้านบาท

    น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางภาคการท่องเที่ยวไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความเข้มข้นในระดับภูมิภาคและระดับโลก แต่ด้วยความเข้มแข็งของภาคการท่องเที่ยวไทย อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประเทศไทยยังมีความพร้อมและความเชื่อมั่นในการก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่เป้าหมายปี 2569 ด้วยรายได้กว่า 2.80 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน และการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ 212 ล้านคน-ครั้ง อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดระยะไกล ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่ยุติลง จากข้อมูลพบว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงถึง 58% และมีแนวโน้มยังคงไม่นิ่งในเดือนเมษายน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปฏิบัติการบินของสายการบินต่างๆ ที่ไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติ หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวในตลาดนี้ติดลบต่อเนื่องที่ประมาณ 50-60% เทียบกับปี 2568 ที่ไทยเคยได้รับนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางสูงถึง 8 แสนคน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูง หลักประมาณ 90,000-100,000 บาท ทำให้ ททท.ต้องปรับกลยุทธ์ “เน้นบาท ไม่เน้นคน” หรือการเน้นสร้างรายได้เป็นเงินบาท เพราะในภาวะที่ปัจจัยภายนอกยากจะควบคุม ทิศทางการทำงานต่อจากนี้ต้องมุ่งเน้นไปที่การบริหารรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำมากกว่าการไล่ล่าตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

    น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางไตรมาส 3-4 ปีนี้ ททท.ยังคงเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และไม่เคยหยุดทำงานท่ามกลางสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากภาวะสงคราม มีความเสี่ยงว่า นักท่องเที่ยวในกลุ่มเชงเก้นอาจเลือกเดินทางท่องเที่ยวกันเองภายในทวีปผ่านระบบขนส่งสาธารณะเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้ในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้ ตลาดระยะใกล้ อาทิ จีน อินเดีย และมาเลเซีย ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ตัวเลขรวมในเดือนมีนาคมบวกได้ 2% ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยแม้ยังเดินทางอยู่ แต่จะเที่ยวระยะไกลน้อยลง จึงต้องมีการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการนำโครงการเราเที่ยวด้วยกัน กลับมาใช้ดึงดูดใจอีกครั้งนั้น ต้องรอการความชัดเจนจากรัฐบาล ซึ่งต้องพิจารณาสถานการณ์ และงบประมาณให้รอบคอบก่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000035814&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bWUcik59TzHheeKpE36wW

  • นายกฯ ปลื้มต่างชาติยก “สงกรานต์” สะท้อนพลังวัฒนธรรม ดันท่องเที่ยวไทยคึกคัก : อินโฟเควสท์

    นายกฯ ปลื้มต่างชาติยก “สงกรานต์” สะท้อนพลังวัฒนธรรม ดันท่องเที่ยวไทยคึกคัก : อินโฟเควสท์

    รัชดา ธนาดิเรก (ภาพ: Thaigov)

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่มาก สะท้อนพลังของ “สงกรานต์ไทย” ในฐานะมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ที่ทุกชาติตระหนักรู้ สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในมิติของวัฒนธรรม ประเพณี และความสนุกสนาน

    โดยปีนี้ มีสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 42 แห่ง อาทิ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี อินเดีย เบลเยียม จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ร่วมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์และร่วมสมัย รวมทั้ง สื่อมวลชนชั้นนำ เช่น สำนักข่าว AP Reuters Euronews และ Xinhua รายงานภาพบรรยากาศความหนาแน่นของผู้คนที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำจุดต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร ได้รายงานเทศกาลสงกรานต์อย่างกว้างขวาง ยกให้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในโลก สะท้อนทั้งภาพความสนุกสนาน การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัย ขณะที่สี่อ Newswire ในอเมริกาเหนือ กล่าวยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทย สู่การเป็น “World Water Festival” ในระดับสากล จนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย

    นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเสนอมาตรการดูแลความปลอดภัยของประเทศไทย ทั้งด้านการกำกับดูแลพฤติกรรมที่เหมาะสม การป้องกันอุบัติเหตุ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดย The Straits Times ได้หยิบยกกฎระเบียบของสังคม “10 กฎ” สำหรับการเล่นน้ำอย่างปลอดภัยในไทย เช่น การห้ามคุกคามทางเพศ ห้ามป้ายแป้งโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ห้ามใช้อาวุธปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เป็นต้น สะท้อนถึงมาตรฐานการจัดงานในระดับสากล

    ขณะที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้คาดการณ์ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

    โฆษกรัฐบาลกล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พร้อมขับเคลื่อนเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นการกระจายโอกาสสู่ทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

    “ท่านนายกรัฐมนตรีชื่นชมความสำเร็จของการจัดงานสงกรานต์ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดของไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ช่วยกันนำเสนอช่วงเวลาแห่งความสุขที่ผู้คนจากต่างแดน ต่างภาษา ได้ร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อมกับคนไทย สะท้อนพลังของวัฒนธรรมไทยที่สามารถเชื่อมโยงรอยยิ้ม ความอบอุ่น และมิตรภาพข้ามพรมแดนได้อย่างแท้จริง” น.ส.รัชดา กล่าว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/585191&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AHZXKK5l-q7bBQVl0bQwE

  • ‘สื่อท่องเที่ยวระดับโลก’ ชู ‘สงกรานต์’ ดันไทยขึ้นอันดับ 1 จุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวเดือนเม.ย. | เดลินิวส์

    ‘สื่อท่องเที่ยวระดับโลก’ ชู ‘สงกรานต์’ ดันไทยขึ้นอันดับ 1 จุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวเดือนเม.ย. | เดลินิวส์

    น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ของประเทศไทย ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างล้นหลาม โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกในเดือน เม.ย. 2569 จาก Big 7 Travel สื่อท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลกจากสหราชอาณาจักร ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพลังของสงกรานต์ไทยที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะ สามารถสร้างประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยความสุข ความอบอุ่น และมิตรภาพให้กับผู้คนจากทั่วโลก โดยสงกรานต์ไทยไม่ใช่เพียงเทศกาลแห่งความสนุกสนาน แต่คือพื้นที่ของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์ของครอบครัวและญาติมิตร รวมทั้งเป็นช่วงเวลาที่คนแปลกหน้าสามารถยิ้มให้กัน แบ่งปันความสุข และสร้างความทรงจำร่วมกันได้อย่างงดงาม นี่คือเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยที่โลกสัมผัสได้จริง

    รมว.วธ. กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่น้อยกว่า 6.5 ล้านคน และก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท โดยความสำเร็จของสงกรานต์ในปีนี้ ไม่ได้เกิดจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดจากคนไทยทั้งประเทศ ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพและเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และแม้ช่วงวันหยุดหลักของเทศกาลสงกรานต์จะผ่านไปแล้ว แต่เทศกาลสงกรานต์ยังคงจัดอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ ชลบุรี สมุทรปราการ อุทัยธานี และน่าน ซึ่งยังคงมีกิจกรรมทั้งในรูปแบบประเพณีดั้งเดิมและกิจกรรมสร้างสรรค์รองรับนักท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5783187/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1p_9xezc6fnXk-umgZV33N