Category: ท่องเที่ยว

  • สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษ ท่องเที่ยว Q2 ยอดจองต่างชาติวูบ เที่ยวไทยเหลือ 32 ล้านคน

    สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษ ท่องเที่ยว Q2 ยอดจองต่างชาติวูบ เที่ยวไทยเหลือ 32 ล้านคน

    สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษ ท่องเที่ยว Q 2 ยอดจองทัวร์ต่างชาติวูบ

    วันนี้(วันที่ 18 เมษายน 2569) นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เผยว่า จากการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนเครือโรงแรมชั้นนำทั่วประเทศ เพื่ออัปเดตสถานการณ์และประเมินผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้ง ของสงครามตะวันออกกลาง ที่กำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมไทย

    ในขณะนี้ พบว่า แม้ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ จะปิดตัวได้ตามเป้าหมาย แต่ผู้ประกอบการต่างแสดงความกังวลอย่างมากต่อไตรมาสที่ 2 เนื่องจากยอดจองล่วงหน้า (Forward Booking) เริ่มชะลอตัวและมีจำนวนน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    บุ๊กกิ้งไตรมาส 23 นักท่องเที่ยว ยังรอดูสถานการณ์

    ขณะที่แนวโน้มการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ตลาดส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะ “รอดูสถานการณ์” (Wait and See) เพื่อประเมินความรุนแรงของวิกฤตการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเมื่อจากประเมินผลกระทบในรายภูมิภาค พบว่าทุกภาคได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ดังนี้

    เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์

    ภาคใต้” ได้รับผลกระทบจากการที่นักท่องเที่ยวอิสราเอลหายไป ซึ่งเคยเป็นตลาดหลักในบางพื้นที่ เช่น เกาะพะงัน, ปัญหาหลักคือค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้นมาก (บางเส้นทางขึ้นถึง 200%) เนื่องจากการเลี่ยงน่านฟ้าและข้อจำกัดของสายการบินที่ต้องต่อเครื่องในตะวันออกกลาง

    ภาคเหนือ” เผชิญวิกฤตหนักที่สุดจาก 3 ปัจจัย คือ สงครามตะวันออกกลาง, ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ที่รุนแรง และการหายไปของตลาดอิสราเอล ทำให้ยอดจองช่วงสงกรานต์เหลือเพียง 50-60% ซึ่งต่ำกว่าปีก่อน ๆ ที่เคยมียอดจองเต็ม

    ภาคตะวันออก” ยอดจองไตรมาส 2 ลดลงประมาณ 10-15% มีความกังวลเรื่องราคาน้ามันที่สูงขึ้นซึ่งกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของคนไทยอย่างไรก็ตาม พัทยาได้รับอานิสงส์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ล้นมาจากภูเก็ต

    ภาคตะวันตก” ผลกระทบจากตะวันออกกลางไม่รุนแรงเท่าภาคอื่น แต่กังวลเรื่องพฤติกรรมการจองแบบนาทีสุดท้าย (Last minute) และราคาน้ำมันที่กระทบตลาดในประเทศ

    ภาคกลาง” (นครนายก) ตลาดประชุมสัมมนาจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจชะลอตัวลงอย่างชัดเจนจากการเลื่อนหรือยกเลิกการใช้งบประมาณ

    กรุงเทพฯ” ยอดจองช่วงสงกรานต์ยังต่ำกว่าปีที่แล้ว และกลุ่มลูกค้า Mice ยังไม่ตัดสินใจจองสาหรับช่วงครึ่งปีหลัง

    สมาคมโรงแรมไทยชงรัฐบาลชลจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน เร่งกระตุ้นตลาด พยุงธุรกิจ 

    อย่างไรก็ตามเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ทางสมาคมโรงแรมไทย จึงเรียกร้องรัฐบาลให้ช่วยเหลือใน 8 เรื่องหลัก ได้แก่ 

    1.ประวิงเวลาการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าประเทศ (ค่าเหยียบแผ่นดิน) ที่จะจัดเก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ออกไปก่อนเนื่องจากต้นทุนการเดินทางสูงอยู่แล้ว

    2.เร่งแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 อย่างจริงจังและเร่งด่วน โดยเฉพาะในภาคเหนือ

    3.ทบทวนนโยบายวีซ่า เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความสะดวกในการเข้าเมืองและการคัดกรองกลุ่มมิจฉาชีพ

    4.ลดค่าพลังงานและราคาน้ำมัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศและการเดินทางข้ามจังหวัด

    5.ออกมาตรการกระตุ้น “ไทยเที่ยวไทย”เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส หรือการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนรถบัสท่องเที่ยว

    6. สนับสนุนงบประมาณจัดประชุมสัมมนาภาครัฐ ภายในประเทศและให้สิทธิประโยชน์กับภาคเอกชนที่จัดงาน

    7.สนับสนุนสายการบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) เพื่อเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงพื้นที่ท่องเที่ยวโดยตรง

    8.การเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวที่ซบเซา

    ททท.กางแผนเร่งกู้ตลาดท่องเที่ยว

    อีกทั้งจากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่า แนวโน้มตลาดยุโรป พบว่าในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ยังไม่มีการยกเลิกการเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการจองล่วงหน้าไว้แล้ว ยกเว้นกลุ่มที่ต้องบินผ่านตะวันออกกลางซึ่งอาจมีการเปลี่ยนเส้นทาง (Reroute) หรือยกเลิกเพื่อไปที่อื่นแทน

    ขณะที่แนวโน้มหลังอีสเตอร์การจองล่วงหน้าชะลอตัวลงอย่างมาก ตลาดอยู่ในสภาวะ “รอดูสถานการณ์” ประกอบกับเริ่มเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ของไทย อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณบวกจากตลาดดาวรุ่งและตลาดชดเชย เช่น โปแลนด์ คาซัคสถาน ที่ ททท. มุ่งหวังให้เข้ามาช่วยรักษาสมดุลในช่วงที่ตลาดหลักบางส่วนลดลง

    ส่วนตลาดตะวันออกกลาง มีความสูญเสียศักยภาพการขนส่งทางอากาศ (Flight Capacity) ไปเกือบ 50% หรือประมาณ 120,000 ที่นั่ง เนื่องจากผลกระทบโดยตรงต่อสายการบินหลักอย่าง Emirates, Qatar และ Etihad ททท.มองว่าจะดึงตลาดแอฟริกาเป็นตลาดชดเชย (Compensating Market) ที่มีศักยภาพในการเข้ามาช่วยรักษาสมดุลในช่วงที่ตลาดตะวันออกกลางลดลง

    ขณะที่ตลาดสหรัฐอเมริกายังคงมีความแข็งแกร่งและไม่มีการยกเลิกการเดินทาง และกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบซีรีส์ทัวร์และกลุ่ม MICE ยังคงเดินทางตามกำหนดเดิม

    นอกจากนี้ททท.ยังได้ปรับกลยุทธ์หลักในขณะนี้ คือ การเปลี่ยนเป้าหมายจากปริมาณ (Volume) มาเน้นมูลค่า (Value) โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่ม Luxury, Wellness, Medical และ Long Stay เพื่อชดเชยจำนวนนักท่องเที่ยวที่อาจลดลงจากข้อจำกัดด้านสายการบิน การเจาะกลุ่มตลาดที่ยังมีศักยภาพ โดยตลาดระยะใกล้ ได้แก่ นักท่องเที่ยว จีน และ อินเดีย เป็นกลุ่มหลักที่จะเข้ามาทดแทน

    นอกจากนี้ยังมี เกาหลี, อินโดนีเซีย, ไต้หวัน และมาเลเซีย (โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวขับรถข้ามพรมแดนในภาคใต้) ส่วนตลาดระยะไกล ก็จะเน้นกระตุ้น นักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา , กลุ่มประเทศนอร์ดิก, รัสเซีย, กลุ่มประเทศ CIS (คาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน) และออสเตรเลีย

    อย่างไรก็ตามแม้จะมีข้อจำกัดของเที่ยวบินที่เข้าไทยลดลง โดยเฉพาะเครื่องบินที่ต้องผ่านฮับบินจากตะวันออกกลางเข้าไทย แต่ก็ยังมีโอกาสสำหรับการทำตลาด จากสายการบินใหม่ที่จะเปิดบินเข้าไทย

    ไม่ว่าจะเป็น สายการบิน LOT Polish Airlines เริ่มบินตรงวอร์ซอ-กรุงเทพฯ ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ (5 เที่ยวบิน/สัปดาห์) สายการบิน Virgin Atlantic เตรียมเปิดบินลอนดอน-ภูเก็ต ในช่วงเดือนตุลาคม (3 เที่ยวบิน/สัปดาห์)

    รวมถึงตลาดจากเบลารุส ที่เตรียมปรับจากเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เป็นเที่ยวบินประจำ ซึ่งจะทำการบินมายังสนามบินอู่ตะเภาและภูเก็ตในช่วงปลายปีนี้

    สทท. ประเมินทั้งปี 2569 ต่างชาติเที่ยวไทยเหลือ 32.14 ล้านคน หายฮวบ 1.86 ล้านคน

    นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 1 และคาดการณ์สถานการณ์ในช่วงไตรมาส 2 ว่า ท่องเที่ยวไตรมาส 1 ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 81 ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่หันมาเที่ยวไทย จากการที่รัฐบาลจีนจำกัดการเดินทางไปญี่ปุ่น

    แต่เมื่อเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ส่งผลกระทบการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 2 จากปัญหาเรื่องวิกฤตน้ำมันราคาแพง การลดลงของเที่ยวบิน และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

    ชัย อรุณานนท์ชัย

    รวมถึงปัจจัยกดดันหลักคือค่าเงินบาทผันผวนสูง ซึ่งแตะระดับประมาณ 32.49 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงมีนาคม 2569 ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายในไทยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง

    ทำให้คาดว่าจะต้องปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2569 ลงจาก 34.0 ล้านคน เหลือ 32.14 ล้านคน ลดลงจากปี 2568 ประมาณ 2.5% ในส่วนของรายได้รวมจากการท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งปี 

    คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.52 ล้านล้านบาท หรือลดลง 4.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ พบว่าคนไทยยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายอย่างมาก เนื่องจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

    พฤติกรรมการเดินทางจึงเปลี่ยนไปในรูปแบบ “ทริปสั้น ใกล้บ้าน ไปเช้า-เย็นกลับ” หรือ One-day trip มากขึ้น โดยคนไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพื่อการท่องเที่ยวในไตรมาสแรกอยู่ที่ 3,797 บาทต่อคนต่อทริป และนิยมใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักถึง 83% ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน และน้ำมันแพง จึงส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น  

    คาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวไทย จากสงครามตะวันออกกลาง

    ผู้ว่าททท.ดันสร้างรายได้ท่องเที่ยวรวม 2.58 ล้านล้านบาท

    ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าว่าในปี 2569 ททท.มีการปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1–3 เดือน โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30–34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม

    สาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

    ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทย คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลง 3% จากเป้าหมาย โดยภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยคาดว่าจะสร้างรายได้รวมประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท 

    อีกทั้งล่าสุด ศูนย์วิจัย SCB EIC ระบุว่า วิกฤตตะวันออกกลางที่คาดว่าจะยืดเยื้อไปอย่างน้อย 8 สัปดาห์ อาจกดดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยตลอดปี 2569 ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 33.2 ล้านคน จากประมาณการเดิมในเดือนธันวาคมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 34.1 ล้านคน

    แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยโดยรวมจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นหลังผู้โดยสารต่างชาติทางอากาศ หดตัวต่อเนื่องในช่วง 10 วันแรกของการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มเปิดให้บริการในบางเส้นทางและหลายสายการบินเพิ่มเที่ยวบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชีย 

    แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยยังมีโอกาสชะลอตัวลงจาก

    1. นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ลดลงจากจำนวนเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางที่เปิดให้บริการอย่างจำกัด แม้ไทยยังพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่มากเพียงราว 2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 

    2.นักท่องเที่ยวชาติอื่นเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บริการสายการบินตะวันออกกลางอย่าง Emirates, Qatar Airways และ Etihad Airways มีสัดส่วนราว 8% ของผู้เดินทางเข้าไทยทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป

    โดยบางส่วนหันไปใช้เส้นทางบินตรงหรือต่อเครื่องที่ฮับอื่นแทน ขณะเดียวกัน กลุ่มนักท่องเที่ยวที่กังวลต่อต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและประเด็นด้านความปลอดภัยก็มีโอกาสปรับแผน/ยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวไป 

    นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาไทยทางบก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบเพิ่มจากความกังวลในวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ของไทย

    อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวไทยยังได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้นและนักท่องเที่ยวอินเดียที่เติบโตต่อเนื่อง และอาจได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีโอกาสมาไทย เพื่อหลีกหนีภัยสงครามและความไม่สงบภายในประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/656855&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nu29z88DG_aAi2iCDrr9v

  • “มงคล” นำทีมประชุมสหภาพรัฐสภาโลก ชี้ท่องเที่ยวไทยความใฝ่ฝันต่างชาติ

    “มงคล” นำทีมประชุมสหภาพรัฐสภาโลก ชี้ท่องเที่ยวไทยความใฝ่ฝันต่างชาติ

    18 เมษายน 2569 นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา โพสต์ภาพการเข้าร่วมประชุมสหภาพรัฐสภาโลกลงบนเฟซบุ๊ก พร้อมระบุข้อความว่า การทูตรัฐสภาเชิงรุก 16-20 เมษายน ทำหน้าที่หัวหน้าคณะสมาชิกรัฐสภาไทยเข้าร่วมประชุมสหภาพรัฐสภา(IPU) ณ โรงแรม Hilton ประเทศตุรกี เป็นอีกหนึ่งบทบาทของรัฐสภาไทยในเวทีโลก

    นายมงคล ระบุว่า การได้พบปะกับประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภาจากทั่วโลกได้มีปฏิสัมพันธ์ทั้งการขึ้นพูดบนเวทีใหญ่และการพบปะแบบทวิภาคี ทำให้เรารู้ว่าประเทศไทยของเราเป็นที่รู้จักและเป็นความใฝ่ฝันของคนทั้งโลกที่อยากมาเที่ยว

    “เขารู้จักกรุงเทพ รู้จักภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ บุรีรัมย์ อยุธยา ฯลฯ รู้จักวัดพระแก้ว บางคนอยากมาเล่นสงกรานต์ ทุกท่านมีความความทรงจำดีๆกับประเทศไทย นี่คือเสน่ห์ของคนไทยครับ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378976238&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Jl4_bpy-X46hQMiHKOUU4

  • เทศบาลตำบลบางจะเกร็ง ‘อัปเกรดปอดชุมชน’ ทุ่ม 50 ล้าน พลิกโฉมสวนสาธารณะ สร้างแลนด์มาร์กสุขภาพ-ท่องเที่ยวใหม่ | เดลินิวส์

    เทศบาลตำบลบางจะเกร็ง ‘อัปเกรดปอดชุมชน’ ทุ่ม 50 ล้าน พลิกโฉมสวนสาธารณะ สร้างแลนด์มาร์กสุขภาพ-ท่องเที่ยวใหม่ | เดลินิวส์

    นายศราวุธ กล้วยจำนงค์ นายกเทศมนตรีตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า เทศบาลฯได้รับงบสนับสนุนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง วงเงิน 50 ล้านบาท เพื่อพลิกโฉมสวนสาธารณะครั้งใหญ่ บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 2 เพื่อยกระดับเป็น “ปอดชุมชนยุคใหม่” ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและการท่องเที่ยวและถือเป็น “โปรเจกต์ใหญ่ 3 ปี” ที่จะค่อย ๆ พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จในปี 2571

    ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การออกแบบพื้นที่ทั้ง 7 ไร่เศษแบบ “ครบวงจร” แยกเป็น 3 โซนหลัก รองรับทุกกลุ่มวัย ทั้งโซนออกกำลังกายสำหรับผู้ใหญ่ โซนกลางสำหรับกิจกรรมชุมชน และโซนเด็กที่มีเครื่องเล่นและอุปกรณ์พัฒนาทักษะ ซึ่งสะท้อนแนวคิด “สวนเดียวใช้ได้ทั้งครอบครัว” ขณะเดียวกัน ยังเพิ่ม “จุดขายใหม่” ด้วยสะพานสกายวอล์กสูง 3 เมตร เปิดมุมมองชมทัศนียภาพ และกลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายภาพแห่งใหม่ของพื้นที่ เสริมด้วยลู่วิ่งออกกำลังกายรอบสวน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งห้องน้ำแยกชาย-หญิง และรองรับผู้พิการ

    นายศราวุธ กล่าวว่า โครงการนี้ใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท แบ่งดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือปี 2569 จำนวน 7.5 ล้านบาท ปี 2570 จำนวน 20 ล้านบาท และปี 2571 อีก 22.5 ล้านบาท นอกจากจะเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ยังสะท้อนการ “ลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิต” ของคนในพื้นที่โดยตรง

    อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตา คือการเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวชายฝั่ง โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาพื้นที่ชายทะเลของชุมชน ซึ่งสอดรับกับโครงการพัฒนาดอนหอยหลอด วงเงิน 28 ล้านบาท ที่เตรียมสร้างลานอเนกประสงค์และจุดชมวิว รองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่นกนางนวลอพยพมาจำนวนมาก ซึ่งถือเป็น “จุดขายระดับจังหวัด”

    อย่างไรก็ตาม โครงการดอนหอยหลอดยังติดข้อจำกัดด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม (EIA) อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งถือเป็น “โจทย์ท้าทาย” ที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้แผนพัฒนาเดินหน้าได้เต็มรูปแบบ ดังนั้น “ภาพรวมของโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การปรับปรุงสวนสาธารณะ แต่เป็นการยกระดับเมืองทั้งระบบ ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจชุมชน และการท่องเที่ยวในอนาคตของสมุทรสงคราม” นายศราวุธ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5788832/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11mN_fDPBIfd55x9nIrhcG

  • มช. ขับเคลื่อน “หมา คู เมือง” โมเดลจัดการสุนัขชุมชนรวมพลังเครือข่าย ยกระดับเมืองท่องเที่ยวสู่สมดุลคน-สัตว์ | เดลินิวส์

    มช. ขับเคลื่อน “หมา คู เมือง” โมเดลจัดการสุนัขชุมชนรวมพลังเครือข่าย ยกระดับเมืองท่องเที่ยวสู่สมดุลคน-สัตว์ | เดลินิวส์

    มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ ดำเนินโครงการ “หมา | คู | เมือง (Ma | Cool | Muang)” เพื่อพัฒนาระบบการจัดการสุนัขชุมชนในย่านคูเมืองเชียงใหม่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ทางสัตวแพทยศาสตร์ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ ครอบคลุมการขึ้นทะเบียนสุนัข การดูแลสุขภาพ การควบคุมประชากร และการสร้างความเข้าใจแก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและสัตว์ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ

    หนึ่งในโครงการสำคัญคือ “การจัดการสุนัขแบบมีส่วนร่วมจากชุมชนในย่านท่องเที่ยวในคูเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (หมา | คู | เมือง : Ma | Cool | Muang)” ซึ่งได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการ CMU High Impact SE Network โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการจัดการสุนัขชุมชนในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ครอบคลุมทั้งการขึ้นทะเบียนสุนัขด้วยระบบปลอกคอสี (เขียว เหลือง แดง) การดูแลสุขภาพสัตว์ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และการควบคุมจำนวนประชากรสัตว์ ควบคู่กับการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว

    โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจาก “MaCMU (หมาซีเอ็มยู)” ซึ่งคณะสัตวแพทยศาสตร์ดำเนินงานต่อเนื่องมากว่า 10 ปี และประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบการจัดการสัตว์ภายในมหาวิทยาลัย ทั้งด้านการขึ้นทะเบียน การดูแลสุขภาพสัตว์ และการสร้างเครือข่ายผู้ดูแลสุนัขและแมวอย่างมีส่วนร่วม โดยในพื้นที่รอบคูเมืองเชียงใหม่ คณะฯ ได้ขยายองค์ความรู้สู่ภาคสังคม ผ่านการทำงานร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย อาทิ คณะแพทยศาสตร์ ทีม InnoMind Lab CMU หน่วยวิจัย 3E ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น เช่น เทศบาลนครเชียงใหม่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองเชียงใหม่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ วัด ชุมชน ภาคเอกชน และองค์กรอิสระ

    นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังคงเดินหน้าพัฒนา “โครงการ MaCMU (หมา มช)” อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 4 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือของประชาคมมหาวิทยาลัยต่อการจัดการสัตว์ในพื้นที่อย่างเหมาะสม ครอบคลุมตั้งแต่การให้ความรู้ การส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสัตว์ การระบุพื้นที่และพฤติกรรมของสัตว์แต่ละตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมประชากรและดูแลสุขภาพของสุนัขและแมวในมหาวิทยาลัย รวมถึงการวางมาตรการรองรับสัตว์ที่เข้ามาใหม่อย่างยั่งยืน

    ภายใต้การดำเนินงานดังกล่าว มีการจัดกิจกรรม Road Show เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจร่วมกันในแต่ละพื้นที่ของมหาวิทยาลัย โดยมีแผนขยายการดำเนินงานในรูปแบบการแบ่งโซน อาทิ โซนแม่เหียะ โซนสวนดอก และโซนอ่างแก้ว เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

    โครงการ “หมา | คู | เมือง” และ “MaCMU” สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ และสร้างต้นแบบการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและสัตว์ ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและระดับเมือง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5787861/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CXwHhMUh1uF0eVvc0EDyD

  • เปิดอัตรา ‘ภาษีท่องเที่ยว’ทั่วโลก เทียบฟอร์ม“ค่าเหยียบแผ่นดิน” ไทยเก็บแพงไหม ?

    เปิดอัตรา ‘ภาษีท่องเที่ยว’ทั่วโลก เทียบฟอร์ม“ค่าเหยียบแผ่นดิน” ไทยเก็บแพงไหม ?

    การจัดเก็บภาษีท่องเที่ยว หรือ ภาษีนักท่องเที่ยว หรือ Tourism Tax ปัจจุบันมีการเรียกเก็บมากกว่า 40 เมือง/ประเทศ ทั่วโลก แต่จะมีชื่อเรียก และรูปแบบการจัดเก็บแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เมื่อเทียบกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือ ค่าเหยียบแผ่นดิน (Travel Fee) ของไทยที่รัฐบาลเตรียมจะจัดเก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยผ่านทางอากาศ เทียบกับประเทศอื่น จะเป็นเช่นไร “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มัดรวมการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากทั่วโลกมานำเสนอ

    การจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวของแต่ละประเทศ จะมีวัตถุประสงค์คล้ายกัน คือ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว ประเทศไทยก็เช่นกัน ซึ่งเงิน 300 บาทที่เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ส่วนหนึ่งจะนำมาเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และไทยจะเป็นประเทศแรก ที่นำเงินส่วนหนึ่งมาซื้อประกันภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดินในการรักษาพยาบาลและช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติที่ประสบอุบัติเหตุ

    เพราะที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขมีหนี้สูญจากการสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลให้แก่ชาวต่างชาติ (กรณีสถานพยาบาลภาครัฐ)จากการเก็บค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้ไม่เต็มจำนวน ทำให้เกิดความสูญเสียงบประมาณแผ่นดินเฉลี่ย 300-400 ล้านบาทต่อปี

    สำหรับรูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวของประเทศต่างๆปัจจุบันมีการจัดเก็บอยู่แล้วกว่า  40 ประเทศ ซึ่งบางประเทศจะเรียกว่า เป็นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Fee : SDF) ภาษีซาโยนาระ (Sayonara Tax) หรือบางประเทศจะมีการจัดเก็บภาษีที่พัก เป็นต้น โดยประเทศภูฏาน จัดเก็บค่าธรรมเนียมแพงที่สุดในโลก โดยแต่ละประเทศมีการจัดเก็บภาษีในเรื่องของการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ดังนี้

    • รัฐบาล“ภูฏาน

    จัดเก็บค่าธรรมเนียมการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Fee : SDF) ให้แก่ รัฐบาลในอัตรา 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน (6,560 บาทต่อคืน) แต่ล่าสุดได้ลดค่าธรรมเนียม SDF เหลือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (3,280 บาทต่อคืน) จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางแยกต่างหาก เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

    • ประเทศญี่ปุ่น

    ปรับขึ้นภาษีซาโยนาระ (Sayonara Tax) หรือภาษีขาออก จากเดิม 1,000 เยน เป็น 3,000 เยนต่อคน โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อนำรายได้มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและจัดการปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) ซึ่งจะเรียกเก็บผ่านตั๋วเครื่องบินทั้งชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นที่เดินทางออกนอกประเทศ

    รวมท้ั้งตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ประเทศญี่ปุ่น เริ่มขยายการจัดเก็บ “ภาษีที่พัก” (Accommodation Tax) ในโรงแรมและที่พักทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บใหม่อีก 20 แห่ง ส่งผลให้จำนวนเทศบาลที่ใช้มาตรการนี้เพิ่มจาก 19 แห่ง เป็นเกือบ 40 แห่งในทันที หรือเพิ่มขึ้นราว 100% ภายในวันเดียว นับเป็นการเร่งใช้นโยบายด้านการท่องเที่ยวครั้งใหญ่

    ทั้งนี้เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่หลักที่เริ่มจัดเก็บใหม่อยู่ในฮอกไกโด รวม 15 เทศบาล เช่น ซัปโปโร และ ฮาโกดาเตะ โดยอัตราภาษีแตกต่างกันไปตามราคาห้องพัก เริ่มตั้งแต่ประมาณ 100-500 เยนต่อคนต่อคืน (ราว 20-100 บาท)

    ขณะที่บางเมืองกำหนดอัตราคงที่ เช่น 200 เยนต่อคืน (ประมาณ 40 บาท) และในบางพื้นที่อย่าง ฮาโกดาเตะ อาจเรียกเก็บสูงสุดถึง 2,000 เยนต่อคืน หรือประมาณ 412.19 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน

    การจัดเก็บภาษีท่องเที่ยวของประเทศต่างๆ

    นอกจากนี้ญี่ปุ่น จะปรับระบบ Tax Free โดยตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569 ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนจากระบบหักภาษีทันทีที่ร้าน (Tax Free) เป็นระบบ “จ่ายก่อน คืนทีหลัง” (Tax Refund) โดยต้องทำเรื่องขอคืนภาษีที่สนามบินก่อนเดินทางออก

    • มาเลเซีย

    จัดเก็บภาษีการท่องเที่ยว Tourism Tax (TTx) ในอัตรา 10 ริงกิต (RM10 ต่อห้องต่อคืน) หรือราว 80.83 บาทต่อคืน โดยเรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในสถานที่พักในมาเลเซีย

    • อินโดนีเซีย (บาหลี)

    จัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว (Tourism Tax) 150,000 รูเปียห์ต่อคน (15 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน)

    • นิวซีแลนด์

    ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว (International Visitor Conservation and Tourism Levy – IVL) จากเดิม 35 ดอลลาร์ เป็น 100 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ต่อคน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยภาษีนี้จะถูกเรียกเก็บพร้อมกับการขอวีซ่าหรือ NZeTA ซึ่งผู้เดินทางต้องชำระเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยว

    • สหรัฐอเมริกา 

    ไม่มีการเก็บภาษีนักท่องเที่ยว แต่จะมีการจัดเก็บภาษีที่พัก (Hotel Tax/Transient Occupancy Tax) ซึ่งในแต่ละเมืองไม่เหมือนกัน เช่น นิวยอร์ก (สูงสุด 14.75% + 3.50 ดอลลาร์/คืน), ลอสแอนเจลิส (12%), ซานฟรานซิสโก (14%) และฮาวาย (10.25% – 13.25%)

    • สวิตเซอร์แลนด์ 

    จัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยว Tourist Tax แตกต่างกันไปตามจุดหมายปลายทาง โดยมีราคาตั้งแต่ประมาณ 2 ฟรังก์สวิส (1.81 ปอนด์) ถึง 7 ฟรังก์สวิส (6.34 ปอนด์) ต่อคนต่อคืน

    • ฝรั่งเศส

    จัดเก็บภาษีที่พัก Taxe de se’jourตามระดับของที่พัก ซึ่งจะอยู่ตั้งแต่ 0.2 ยูโรต่อคืน สำหรับการพักในแคมป์ ไปจนถึงมากกว่า 15 ยูโรต่อคืน สำหรับการพักในโรงแรมหรูหรา

    • เยอรมนี

    จัดเก็บ Culture Tax และ Bed Tax แตกต่างกันในแต่ละเมือง อาทิ เบอร์ลิน 7.5 % ของราคาที่พัก

    • สเปน

     หลายเมืองในสเปนเพิ่งตัดสินใจขึ้นราคาภาษีนักท่องเที่ยว อัตราภาษีจะอยู่ที่ 1-7 ยูโรต่อคนต่อคืน อาทิ ในบาร์เซโลนา ค่าธรรมเนียมสูงสุดอยู่ที่ 7.50 ยูโรต่อคนต่อคืน ในขณะที่หมู่เกาะบาเลอริก ค่าธรรมเนียมอยู่ระหว่าง 1 ถึง 4 ยูโรต่อคนต่อคืน

    • สาธารณรัฐเช็ก

    จัดภาษีนักท่องเที่ยว อยู่ที่ประมาณ 50 โครนาเช็ก ต่อคนต่อคืน (ประมาณ 1.71 ปอนด์)

    • เบลเยียม ในบรัสเซลส์

    ภาษีนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 4 ยูโรต่อคนต่อคืน และจะถูกบวกเพิ่มเข้าไปในบิลค่าที่พัก แต่จะแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง

    • ออสเตรีย 

    จัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยว แตกต่างกันไปตามจุดหมายปลายทาง เช่น เวียนนา 3.2 ยูโรต่อคนต่อคืน ในซาลซ์บูร์ก อาจสูงถึง 1.75 ยูโรต่อคนต่อคืน โดยจะถูกบวกเพิ่มเข้าไปในบิลค่าที่พัก

    • เนเธอร์แลนด์

    จำนวนภาษีนักท่องเที่ยวแตกต่างกันไปในแต่ละเทศบาล อัมสเตอร์ดัมเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีภาษีนักท่องเที่ยวแพงที่สุดในยุโรป โดยในปี 2567 อัตราภาษีเพิ่มขึ้นจาก 7 % เป็น 12.5 %ของราคาที่พักนั่นเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/656185&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yTEf06k26FQP7qNxhHeQz

  • พาไป MixC World เซินเจิ้น ห้าง Outdoor สุดชิคในจีน

    พาไป MixC World เซินเจิ้น ห้าง Outdoor สุดชิคในจีน

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/0rZan71k6D7d&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14QJLuUFCYrI_gdsCvB8ty

  • นายกฯ เปิดสงกรานต์วันไหลบางเบิด ชูท่องเที่ยวชุมพร อวยพรปีใหม่ไทย | TOPNEWS

    นายกฯ เปิดสงกรานต์วันไหลบางเบิด ชูท่องเที่ยวชุมพร อวยพรปีใหม่ไทย | TOPNEWS

    นายกฯ เปิดสงกรานต์วันไหลบางเบิด ชูท่องเที่ยวชุมพร อวยพรปีใหม่ไทย

    • เผยแพร่ : 17/04/2026 22:51

    วันที่ 17 เม.ย. 2569 ที่บริเวณชายหาดบางเบิด อ.ปะทิว จ.ชุมพร อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอปะทิว (วันไหลบางเบิด) ประจำปี 2569 ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกว่า 10,000 คน พร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก สะท้อนศักยภาพการท่องเที่ยวของพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทย

    นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เต็มไปด้วยภารกิจหนัก เมื่อได้มายืนที่ชายหาดบางเบิด รู้สึกชื่นใจและอบอุ่นใจอย่างยิ่ง พร้อมชื่นชมเสน่ห์ของจังหวัดชุมพรที่ยังคงความสงบเรียบง่าย ธรรมชาติสวยงาม และรอยยิ้มของประชาชน ซึ่งเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในฐานะกลไกเศรษฐกิจและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น

    พร้อมกันนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงพระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย ให้คุ้มครองประชาชนชาวชุมพร ชาวประจวบคีรีขันธ์ และชาวไทยทุกคน ให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และประสบความสำเร็จในชีวิต ขณะที่ทางท้องถิ่นย้ำว่า “วันไหลบางเบิด” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอย่างต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    พิสิษฐ์ รื่นเกษม ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์

    5

    3

    ไฟลามทุ่งปากพนัง ลมแรงซ้ำเติม ลุกไหม้วงกว้าง

    ผู้นำเจอทางลงจนได้ “ทรัมป์” ดีใจเต็มขั้น รมว.ต่างประเทศ อิหร่าน แจ้งเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอน ทำข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน

    หาดใหญ่ลุยกวาดล้างรถซิ่งสงกรานต์ ยึดกว่า 150 คัน สั่งแก้ไขสภาพก่อนรับคืน

    รมว.พม มอบสัญญาเช่าที่ดินการรถไฟ ให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูง

    รมว.พม ลงพื้นที่โคราช ตรวจเยี่ยมงานสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง มอบงบ–วีลแชร์–ถุงยังชีพ ย้ำยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

    “นายกน้ำพุ” ลุยตั้งด่านคุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์มาบไผ่ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ตามนโยบายจังหวัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1550295&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L47Nk5EPdeWNBS8OOTSfF

  • 3 ที่เที่ยวนครราชสีมา 2569 ที่เที่ยวโคราช ถ่ายรูป Unseen

    3 ที่เที่ยวนครราชสีมา 2569 ที่เที่ยวโคราช ถ่ายรูป Unseen

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/x8x6xAwyvaK2&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yGV_5PreLqd62MLBYpKFZ

  • ‘อนุทิน’ สวมเสื้อลายดอก เปิดงานวันไหลบางเบิดชุมพร

    ‘อนุทิน’ สวมเสื้อลายดอก เปิดงานวันไหลบางเบิดชุมพร

    นายกฯ นำทีม สวมชุดสงกรานต์ บินเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ”วันไหลบางเบิด“ จ.ชุมพร

    17 เมษายน 2569 – เวลา 17.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางมาถึงท่าอากาศยานชุมพร เพื่อเป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “วันไหลบางเบิด” ณ บริเวณชายหาดบางเบิด ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เปลี่ยนชุดจากชุดราชการ เป็นชุดสงกรานต์เสื้อลายดอก โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร, นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร พร้อมส่วนราชการ และยังมี นายวิชัย สุดสวาสดิ์, นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร มาให้การต้อนรับ

    ทั้งนี้ บรรยากาศที่ท่าอากาศยานชุมพร มีข้าราชการและประชาชน มาร่วมให้การต้อนรับ พร้อมนำพวงมาลัย และดอกกุหลาบมามอบให้นายกรัฐมนตรีอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/981459/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BfmyxecIkkQP4AW8-QF3T

  • รีวิว: เที่ยวเพลิน-เดินชิล@กาดบะป๊าว/บ้านข้างวัด เชียงใหม่

    รีวิว: เที่ยวเพลิน-เดินชิล@กาดบะป๊าว/บ้านข้างวัด เชียงใหม่

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/yKVgPGmvXe5r&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NqUUfe27XA67so9VRFBZi